ผักบุ้ง เป็นผักอีกชนิดที่นิยมรับประทานกันอย่างหลาย ผักบุ้งแต่ละชนิด มีความเหมือนต่างกันอย่างไร ผักบุ้งแต่ละชนิด มีความเหมือนต่างกันอย่างไร
ผักบุ้ง เป็นผักอีกชนิดที่นิยมรับประทานกันอย่างหลาย สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบปรุงเมนูอย่างผัดผักบุ้ง แกงส้ม หรือไม่ก็แกงเทโพ ทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นผักเคี้ยวได้อีกด้วย เรามาทำความรู้จักกันว่า ผักบุ้งแต่ละชนิด มีความเหมือนต่างกันอย่างไร
1
ผักบุ้งไทย มีลักษณะเด่นที่
ลำต้นใหญ่ แบ่งเป็นปล้องๆ ใบเรียวคล้ายหัวลูกศรฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มียางมาก นิยมนำมาทำเป็นอาหารไทยอย่างแกงเทโพ แกงส้มผักบุ้งหรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงกว่าผักบุ้งจีน และการกินผักบุ้งไทยแบบสดๆ จะทำให้ได้ประโยชน์ของวิตามินต่างๆ ได้สูงกว่า เนื่องจากวิตามินเหล่านี้จะถูกทำลายลงด้วยความร้อน แต่ในผู้ที่มีอาการความดันโลหิตต่ำควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากผักบุ้งไทยมีสรรพคุณด้านการลดความดันโลหิต จนอาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ
2
ผักบุ้งแดงหรือผักบุ้งนา เป็นผักบุ้งพันธุ์ไทยอีกพันธุ์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะตามท้องนา นิยมนำมากินสดๆ คู่กับส้มตำหรือน้ำพริก มีลักษณะเฉพาะตัวที่
ต้นเรียวเล็กสีเข้มออกแดง ใบแหลมยาว เหนียวกว่าผักบุ้งพันธุ์อื่นๆ มีสรรพคุณ ช่วยลดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย บรรเทาอาการอักเสบต่างๆ ช่วยชะล้างพิษออกจากร่างกายโดยการดื่มน้ำต้มผักบุ้งแดงทุกวันก่อนอาหารเช้า และเย็นครั้งละประมาณครึ่งแก้ว ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ช่วยชะล้างสารพิษที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
3
ผักบุ้งจีน ลักษณะ
ลำต้นยาวเรียว ใบเรียวแหลม นิยมนำมา
ผัดไฟแดง หรือใส่ในสุกี้ ชาบู อุดมด้วยแคลเซียม และเบต้าแคโรทีนมากกว่าผักบุ้งไทย จึงมีความโดดเด่นในการบำรุงสายตามากกว่าผักบุ้งพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ผักบุ้งจีนยังอุดมด้วยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องการขับถ่าย บรรเทาอาการเลือดกำเดาออก บรรเทาอาการปวดบวมจากการฟกช้ำ และจากแมลงกัดต่อย ทั้งยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการริดสีดวง ถ่ายเป็นมูกเลือด และแก้อาการไอเรื้อรังได้ด้วย
ที่มา
ใครอยากตาหวาน มาอ่านเร็ว ; ผักบุ้ง เป็นผักอีกชนิดที่นิยมรับประทานกันอย่างหลาย ผักบุ้งแต่ละชนิด มีความเหมือนต่างกันอย่าง
ผักบุ้ง เป็นผักอีกชนิดที่นิยมรับประทานกันอย่างหลาย สามารถนำมาเป็นวัตถุดิบปรุงเมนูอย่างผัดผักบุ้ง แกงส้ม หรือไม่ก็แกงเทโพ ทั้งยังสามารถนำมาทำเป็นผักเคี้ยวได้อีกด้วย เรามาทำความรู้จักกันว่า ผักบุ้งแต่ละชนิด มีความเหมือนต่างกันอย่างไร
1 ผักบุ้งไทย มีลักษณะเด่นที่ลำต้นใหญ่ แบ่งเป็นปล้องๆ ใบเรียวคล้ายหัวลูกศรฐานใบเว้าเป็นรูปหัวใจ มียางมาก นิยมนำมาทำเป็นอาหารไทยอย่างแกงเทโพ แกงส้มผักบุ้งหรือใส่ในก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ คุณค่าทางอาหาร มีวิตามินซีสูงกว่าผักบุ้งจีน และการกินผักบุ้งไทยแบบสดๆ จะทำให้ได้ประโยชน์ของวิตามินต่างๆ ได้สูงกว่า เนื่องจากวิตามินเหล่านี้จะถูกทำลายลงด้วยความร้อน แต่ในผู้ที่มีอาการความดันโลหิตต่ำควรหลีกเลี่ยง เนื่องจากผักบุ้งไทยมีสรรพคุณด้านการลดความดันโลหิต จนอาจทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำ
2 ผักบุ้งแดงหรือผักบุ้งนา เป็นผักบุ้งพันธุ์ไทยอีกพันธุ์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะตามท้องนา นิยมนำมากินสดๆ คู่กับส้มตำหรือน้ำพริก มีลักษณะเฉพาะตัวที่ต้นเรียวเล็กสีเข้มออกแดง ใบแหลมยาว เหนียวกว่าผักบุ้งพันธุ์อื่นๆ มีสรรพคุณ ช่วยลดอาการปวดศีรษะ อ่อนเพลีย บรรเทาอาการอักเสบต่างๆ ช่วยชะล้างพิษออกจากร่างกายโดยการดื่มน้ำต้มผักบุ้งแดงทุกวันก่อนอาหารเช้า และเย็นครั้งละประมาณครึ่งแก้ว ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน ช่วยชะล้างสารพิษที่อยู่ในร่างกายออกไปได้ นอกจากนั้นแล้วยังช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย
3 ผักบุ้งจีน ลักษณะลำต้นยาวเรียว ใบเรียวแหลม นิยมนำมาผัดไฟแดง หรือใส่ในสุกี้ ชาบู อุดมด้วยแคลเซียม และเบต้าแคโรทีนมากกว่าผักบุ้งไทย จึงมีความโดดเด่นในการบำรุงสายตามากกว่าผักบุ้งพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ผักบุ้งจีนยังอุดมด้วยไฟเบอร์ ช่วยในเรื่องการขับถ่าย บรรเทาอาการเลือดกำเดาออก บรรเทาอาการปวดบวมจากการฟกช้ำ และจากแมลงกัดต่อย ทั้งยังมีส่วนช่วยบรรเทาอาการริดสีดวง ถ่ายเป็นมูกเลือด และแก้อาการไอเรื้อรังได้ด้วย
ที่มา