เวลาพูดถึงหัวใจเต้นผิดจังหวะ หลายคนน่าจะนึกถึงอาการ “ใจสั่น” ก่อนเลยใช่ไหมครับ
หัวใจเต้นตุ้บ ๆ
เต้นเร็ว
เหมือนสะดุด
หรือรู้สึกว่าหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
อันนั้นใช่ครับ แต่ปัญหาคือ บางคนหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยแทบไม่รู้สึกใจสั่นเลย
กลับมาเป็นอาการอื่น เช่น เหนื่อยง่าย มึนหัว จะเป็นลม แน่นหน้าอก หรือแรงตกแบบอธิบายไม่ถูก
แล้วเราก็ไปโทษอย่างอื่นก่อน
“สงสัยพักผ่อนน้อย”
“คงเครียด”
“อายุเยอะแล้วก็แบบนี้”
วันนี้ผมเลยอยากชวนเช็กกันครับว่า มีอาการอะไรบ้างที่บางครั้งอาจเกี่ยวกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยเฉพาะถ้าเกิดเป็นพัก ๆ ซ้ำ ๆ หรือเกิดพร้อมกันหลายอาการ
1. เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ทั้งที่งานเดิมก็เคยทำไหว
เมื่อก่อนเดินขึ้นบันไดสองชั้นสบาย ๆ
แต่ช่วงนี้ขึ้นชั้นเดียวก็ต้องหยุดพัก
เดินตลาดไม่นานก็หมดแรง
ทำงานบ้านนิดหน่อยแล้วรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ
อาการแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นหัวใจเต้นผิดจังหวะนะครับ แต่ถ้าหัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือเต้นไม่สม่ำเสมอมาก ๆ หัวใจอาจสูบเลือดออกไปเลี้ยงร่างกายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
พูดง่าย ๆ คือเครื่องยนต์ยังติดครับ
แต่รอบเครื่องไม่นิ่ง
บางช่วงเร่งเกิน
บางช่วงตกเกิน
ร่างกายเลยรู้สึกว่า “พลังมาไม่เต็ม”
ถ้าเหนื่อยง่ายขึ้นแบบหาสาเหตุไม่ได้ โดยเฉพาะมีใจสั่น มึนหัว หรือชีพจรแปลก ๆ ร่วมด้วย ควรเช็กครับ
2. มึนหัว โหวง ๆ หรือรู้สึกเหมือนจะเป็นลม
อันนี้เป็นอาการที่ผมอยากให้สังเกตมากครับ
บางคนไม่ได้ใจสั่นเลย แต่มีช่วงที่อยู่ดี ๆ รู้สึก
หัวเบา
ภาพเหมือนวูบ
ต้องจับโต๊ะ
หรือรู้สึกว่าจะล้ม
สาเหตุมีได้หลายอย่างครับ ตั้งแต่ความดันตก น้ำตาลต่ำ ขาดน้ำ ไปจนถึงโลหิตจาง
แต่หัวใจเต้นผิดจังหวะก็เป็นหนึ่งในนั้น
เพราะถ้าหัวใจเต้นเร็วหรือช้ามาก เลือดที่ไปเลี้ยงสมองอาจลดลงชั่วคราว
สมองไม่ได้ต้องการอะไรมากครับ
แค่ขอเลือดไปสม่ำเสมอ
พอปั๊มส่งไม่ทัน มันก็ส่งสัญญาณกลับมาว่า
“เริ่มไม่โอเคแล้วนะ”
3. เป็นลมแบบไม่มีสัญญาณเตือน อันนี้อย่าคิดว่าแค่พักผ่อนน้อย
อันนี้จริงจังกว่าข้อก่อนครับ
ถ้าอยู่ดี ๆ หมดสติ ล้มลง หรือวูบไป โดยเฉพาะ
เกิดตอนออกแรง
เกิดขณะนั่งหรือยืนเฉย ๆ โดยไม่มีสัญญาณมาก่อน
หรือมีประวัติหัวใจอยู่แล้ว
ต้องประเมินครับ
หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดสามารถทำให้หัวใจสูบเลือดออกไปไม่พอจนสมองขาดเลือดชั่วคราวและหมดสติได้
ยิ่งถ้าในครอบครัวมีคนเสียชีวิตกะทันหันตั้งแต่อายุน้อย หรือเคยมีโรคหัวใจมาก่อน ยิ่งไม่ควรปล่อยผ่าน
เป็นลมหนึ่งครั้งอาจไม่ใช่เรื่องหัวใจ
แต่คำว่า
“ไม่รู้สาเหตุ”
นี่แหละครับที่ควรหาคำตอบ
4. แน่นหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนหัวใจทำงานหนักผิดปกติ
บางคนหัวใจเต้นผิดจังหวะแล้วไม่ได้เจ็บแบบจี๊ด ๆ
แต่จะบอกว่า
“มันแน่น ๆ”
“เหมือนอกไม่โล่ง”
“รู้สึกหัวใจทำงานแรง”
“หายใจไม่เต็ม”
ถ้าหัวใจเต้นเร็วมาก กล้ามเนื้อหัวใจก็ต้องใช้พลังงานและออกซิเจนมากขึ้น
ในคนที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่เดิม อาการจึงอาจชัดขึ้นได้
ส่วนบางคนไม่มีหลอดเลือดตีบ แต่หัวใจเต้นเร็วต่อเนื่อง ก็ยังรู้สึกแน่นหรือไม่สบายหน้าอกได้ครับ
โดยเฉพาะถ้าแน่นหน้าอกมาก ร้าวแขน กราม หลัง เหงื่อแตก หายใจลำบาก หรือเกิดตอนออกแรง
อย่ารอครับ ไปประเมินทันที
5. แรงตก เหนื่อยทั้งวัน หรือรู้สึก “ไม่เหมือนเดิม” โดยหาสาเหตุไม่ได้
อาการนี้ฟังดูธรรมดามากครับ
และนี่แหละที่ทำให้ถูกมองข้าม
บางคนไม่ได้วูบ
ไม่ได้แน่นอก
ไม่ได้ใจสั่น
แค่รู้สึกว่า
“ช่วงนี้หมดแรงง่ายจัง”
“ตื่นมาไม่สดชื่น”
“เดินนิดเดียวก็อยากนั่ง”
“เหมือนร่างกายไม่เต็มร้อย”
หัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด เช่น Atrial fibrillation หรือ AF สามารถเกิดเป็นพัก ๆ หรือเกิดเรื้อรังได้ และบางคนแทบไม่มีอาการใจสั่นครับ
ถ้าจังหวะหัวใจไม่สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพการสูบเลือดอาจลดลง คนบางส่วนเลยรับรู้เป็นความเหนื่อยหรือแรงตกมากกว่า
ตรงนี้ต้องแยกจากโรคอื่นด้วย เช่น
โลหิตจาง
ไทรอยด์
โรคปอด
นอนไม่พอ
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
หรือโรคหัวใจชนิดอื่น
ผมถึงไม่อยากให้ฟันธงจากอาการเดียวครับ
แล้ว “หัวใจเต้นสะดุด” เป็นครั้งคราว อันตรายทุกคนไหม?
ไม่ครับ
บางคนมีหัวใจเต้นก่อนกำหนดเป็นครั้งคราว เช่น PAC หรือ PVC
อาจรู้สึกว่า
“ตุ้บ”
“วูบหนึ่งที”
“เหมือนหัวใจหยุดแล้วกระแทกใหม่”
สิ่งเหล่านี้พบได้แม้ในคนที่ไม่มีโรคหัวใจรุนแรงครับ
คาเฟอีน
นอนน้อย
เครียด
แอลกอฮอล์
ขาดน้ำ
ก็สามารถกระตุ้นให้รู้สึกชัดขึ้นได้
แต่ถ้าเกิดถี่มากขึ้น มีหน้ามืด เจ็บหน้าอก เหนื่อย หรือเป็นลมร่วมด้วย แบบนี้ควรตรวจครับ
ถ้าสงสัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ ต้องตรวจอะไร?
เริ่มง่าย ๆ จาก ECG หรือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ถ้าจังหวะผิดปกติเกิดอยู่ตอนตรวจ เราอาจเห็นได้เลยครับ
แต่ปัญหาคือบางคนเป็นแค่วันละไม่กี่นาที
ไปถึงโรงพยาบาลหัวใจก็ดันเรียบร้อยเหมือนไม่เคยสร้างเรื่องมาก่อน
แบบนี้แพทย์อาจใช้
Holter monitor(ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ) 24–48 ชั่วโมง
หรือเครื่องติดตามจังหวะหัวใจหลายวัน
เพื่อจับช่วงที่มีอาการจริงครับ
บางกรณีก็ต้องดูเพิ่มเติมทั้ง Echo, ค่าไทรอยด์, เกลือแร่ หรือโรคหัวใจอื่นตามความเหมาะสม
อาการแบบไหนผมอยากให้ไปโรงพยาบาลเร็ว
ถ้ามีอาการ
เป็นลม
แน่นหน้าอกรุนแรง
หายใจลำบากมาก
ใจสั่นร่วมกับหน้ามืดเกือบหมดสติ
หัวใจเต้นเร็วมากต่อเนื่องแล้วไม่ดีขึ้น
หรือมีอาการทางสมอง เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด
ไม่ต้องรอดูว่าพรุ่งนี้จะหายไหมครับ
ไปประเมินก่อน
เพราะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิดมีผลมากกว่าเรื่องใจสั่น โดยเฉพาะ AF (ภาวะหัวใจห้องบนเต้นพลิ้ว) ที่เพิ่มความเสี่ยงลิ่มเลือดและ Stroke ในคนบางกลุ่มได้
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ได้ส่งสัญญาณเป็น
“ใจสั่น”
อย่างเดียวครับ
บางคนกลับมาในรูปของ
เหนื่อยง่าย
มึนหัว
จะเป็นลม
แน่นหน้าอก
หรือแรงตกโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน
สิ่งที่ผมอยากให้จำคือ ถ้าอาการพวกนี้เกิดซ้ำ ๆ เปลี่ยนจากเดิมชัดเจน หรือเกิดพร้อมกับชีพจรที่เร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ
อย่าปล่อยให้คำว่า
“คงเครียดมั้ง”
เป็นคำตอบสุดท้ายครับ
บางครั้งหัวใจก็ไม่ได้ตะโกนบอกเรา
มันแค่เต้นผิดจังหวะเบา ๆ แล้วให้ร่างกายส่วนอื่นเป็นคนส่งข่าวแทนครับ
Cr. FBหมอเจด
หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่ได้มีแค่ใจสั่น! 5 อาการที่หลายคนไม่รู้ว่าเกี่ยวกับหัวใจ!