การกิน "โยเกิร์ตจืด" ให้ได้ประโยชน์สูงสุด

กระทู้สนทนา
เราย้ำว่า "เรากินเพื่อเอาประโยชน์นะคะ เน้นเรื่องโภชนาการและสุขภาพ
ไม่ได้เน้นเรื่องความอร่อยหรือรสชาติอะไร"

เรากิน "โยเกิร์ตจืด" โดยทำโยเกิร์ตด้วยตัวเองนะคะ ทำมาหลายปีแล้ว
วิธีทำก็ไม่ยากนัก ลองหาดูใน internet ได้ค่ะ
หรือ ถ้าใครสะดวกจะซื้อเอาก็ได้ค่ะ

หรือหากอยากลองทำเอง
และอยากรู้วิธีที่เราทำแบบง่ายๆ ก็ดูใน spoil ข้างล่างนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
------------------

การกิน "โยเกิร์ตจืด" ให้ได้ประโยชน์สูงสุด (สำหรับคนทั่วไปนะคะ)
(แต่ถ้าเป็นนักกีฬา หรือ ผู้ป่วย หรือ ผู้ที่ต้องดูแลด้านโภชนาการเป็นพิเศษ
ก็ต้องไปหาข้อมูลเฉพาะที่เหมาะกับแต่ละท่าน แต่ละสถานการณ์
เพราะนี่เป็นแค่ข้อมูลกว้างๆ สำหรับคนทั่วไป)

ประโยชน์จากการกินโยเกิร์ตจืด (ในกรณีนี้) หมายถึง ประโยชน์จากแคลเซียม จุลินทรีย์
และรวมถึงการที่สารอาหารจากโยเกิร์ตไม่ไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารอื่นๆ ด้วย

เราหาข้อมูลโดยใช้ AI ช่วย ได้ข้อมูลประมาณนี้นะคะ

- ปริมาณที่เหมาะสมในการทานโยเกิร์ตจืด
คือ ไม่เกิน 2 ถ้วยต่อวัน (รวมประมาณ 220–300 กรัม)
ถ้าเทียบกับถ้วยโยเกิร์ต ยี่ห้อ เมจิ บัลแกเรีย  ปริมาณถ้วยละ 110 กรัม  
คือ วันละ 1 ถ้วย หรือไม่เกิน 2 ถ้วย

- ถ้าจะกินโยเกิร์ตจืด เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด  
ควรกินห่างจากอาหารมื้อหลัก ประมาณ 1-3  ชั่วโมง  
หรือ เป็นอาหารว่างยามบ่าย

โดยกินโยเกิร์ตพร้อมของว่างอะไรสักอย่าง
ของว่างปริมาณไม่ต้องเยอะมาก ย่อยง่าย
เช่น กล้วยน้ำว้าสุก หรือ กล้วยหอมสุก (หั่นชิ้นเล็กๆ ครึ่งลูก)
หรือ แก้วมังกร (หั่นเต๋า 3–4 ชิ้นคำ) ฯลฯ

หากอยากรู้เพิ่มเติมว่า "ของว่างอะไรกินพร้อมโยเกิร์ตจืดแล้วได้ประโยชน์?"
ก็ลองเสิชหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ  ลองใช้ AI ใน google ก็ได้  ช่วยหาข้อมูลให้ฟรี

- หรือ สำหรับผู้ที่จะกินโยเกิร์ตเปล่าๆ โดยไม่จำเป็นต้องกินพร้อมของว่าง
มีเวลาที่เหมาะสม คือ กินก่อนนอนสักประมาณ 30-60 นาที ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีเช่นกัน


- เพราะฉะนั้น เวลาที่เหมาะสม มี 2 ช่วง คือ
1. กินโยเกิร์ตจืด 1 ถ้วย ห่างจากอาหารมื้อหลักประมาณ 1-3 ชั่วโมง
หรือ เป็นอาหารว่างยามบ่าย  และแนะนำให้กินพร้อมของว่างตามข้อมูลด้านบน

หรือ

2. กินโยเกิร์ตจืด 1 ถ้วย ก่อนนอน 30-60 นาที โดยไม่ต้องกินพร้อมของว่าง

เลือกพิจารณาตามสมควรดูว่าจะกินเวลาไหนก็ได้ วันละ 1 เวลา
หรือ จะกินวันละ 2 เวลา ก็ได้


-----------------

เหตุผล คือ

- การทานโยเกิร์ตจืด ให้ห่างจากมื้ออาหารหลัก
เพื่อให้กรดในกระเพาะเจือจางลง
จุลินทรีย์จากโยเกิร์ตจะรอดชีวิตจากน้ำย่อยได้มาก

- การกินพร้อมของว่างบางประเภท
ของว่างพวกนี้จะทำหน้าที่เป็น พรีไบโอติกส์ (Prebiotics)
หรือเสบียงอาหารให้จุลินทรีย์เติบโตได้ดียิ่งขึ้น

และถ้ากินโยเกิร์ตตอนท้องว่างเกินไป
ไม่มีอาหารอะไรเลย หรือไม่ได้กินพร้อมของว่าง
ก็จะทำให้มีกรดในกระเพาะมาก ซึ่งจะไปฆ่าจุลินทรีย์ได้มาก

- แยกเวลากินโยเกิร์ตจืดออกมาจากอาหารมื้อหลัก
ในบางท่านจะช่วยให้ไม่เกิดอาการท้องอืด
และแคลเซียมในโยเกิร์ตจะไม่ไปแย่งชิง
หรือขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและสังกะสีจากมื้ออาหารหลัก



--------------

ผลเสีย..ถ้าเรากินโยเกิร์ตจืด พร้อมอาหารมื้อหลัก
หรือในเวลาใกล้อาหารมื้อหลัก

- แคลเซียม VS ธาตุเหล็กและสังกะสี :
แคลเซียมในโยเกิร์ตจะขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็กและสังกะสีจากอาหารมื้อหลัก
เช่น เนื้อแดง ตับ อาหารทะเล
และขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุจากผัก เช่น ผักโขม คะน้า ถั่วต่าง ๆ

- ไฟเตต/ออกซาเลต VS แคลเซียม:
หากมื้อหลักมีผักโขม แขนง หรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
สารออกซาเลตและไฟเตตในพืชเหล่านี้จะจับตัวกับแคลเซียมในโยเกิร์ต
ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากโยเกิร์ตไปใช้ได้ยากขึ้นเช่นกัน

- เนื้อสัตว์แปรรูป
หากมื้อหลักมีไส้กรอก เบคอน หรือแฮม
สารไนเตรตในเนื้อแปรรูปอาจทำปฏิกิริยากับกรดเอมีนในโยเกิร์ต
กลายเป็นสารไนโตรซามีนที่เป็นโทษต่อร่างกายในระยะยาวได้

-----------------------

คำแนะนำเพิ่มเติม: หากคุณไม่ได้มีภาวะโลหิตจางหรือขาดธาตุเหล็ก
การทานโยเกิร์ตจืดในเวลาใกล้กับมื้ออาหาร ก็สามารถทำได้
แต่ถ้าต้องการให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารหลายชนิดได้
แนะนำให้กินตาม 2 ช่วงเวลาที่แจ้งไว้ด้านบน


----------------

คำเตือน : ข้อมูลเหล่านี้ หากใครสนใจ ก็อย่าปักใจเชื่อข้อมูลที่เราหามานะคะ
ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมดูค่ะ  ผลวิจัยหรือแหล่งข้อมูลต่างๆ ก็มีออกมาเป็นระยะค่ะ
บางทีข้อมูลบางแหล่งก็ตรงกัน บางทีก็ขัดแย้งกัน  
จึงควรรีเช็คให้มั่นใจว่าอะไรที่เหมาะสมกับตัวเองค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่