เมื่อพูดถึง "วัยทอง" หลายคนมักนึกถึงผู้หญิงเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว
ผู้ชายก็มีภาวะวัยทองเช่นกัน เพียงแต่อาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการมีอายุมากขึ้น หรือเกิดจากความเครียดและการทำงานหนัก
วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้
7 สัญญาณ "วัยทอง" ในเพศชาย รู้ทันอาการ ดูแลได้ก่อนกระทบคุณภาพชีวิต
ภาวะวัยทองในเพศชาย (Male Menopause หรือ Andropause)
เกิดจากการที่
ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลงตามวัย
ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย อารมณ์ สมรรถภาพทางเพศ และคุณภาพชีวิต
หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข
บทความนี้จะพาไปรู้จัก
7 สัญญาณเตือนวัยทองในเพศชาย พร้อมสาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางดูแลรักษา
วัยทองในเพศชาย หรือ Andropause คือ ภาวะที่ระดับฮอร์โมนเพศชาย "เทสโทสเตอโรน" ลดลงอย่างต่อเนื่องตามอายุ
ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการทำงานของระบบต่าง ๆ
โดยทั่วไปฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเริ่มลดลงประมาณ
1-2% ต่อปี หลังอายุ 30-40 ปี
และจะเห็นอาการชัดเจนมากขึ้นในช่วงอายุ
45-60 ปี
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะมีอาการวัยทอง เพราะระดับฮอร์โมนของแต่ละคนแตกต่างกัน
รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพ โรคประจำตัว และการใช้ชีวิตก็มีผลเช่นกัน

ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสำคัญอย่างไร
เทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อผู้ชายหลายด้าน ได้แก่
ควบคุมความต้องการทางเพศ ช่วยการแข็งตัวของอวัยวะเพศ สร้างมวลกล้ามเนื้อ
เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง ควบคุมการกระจายไขมัน
ส่งผลต่ออารมณ์ สมาธิ และความมั่นใจ ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานและความกระฉับกระเฉง
เมื่อฮอร์โมนลดลง จึงเกิดอาการผิดปกติหลายระบบพร้อมกัน
7 สัญญาณวัยทองในเพศชาย
1. ความต้องการทางเพศลดลง
อาการแรกที่พบได้บ่อยคือ
ความรู้สึกทางเพศลดลง
ไม่ค่อยมีอารมณ์ทางเพศ
ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง
ไม่มีความสนใจเหมือนเดิม
แม้อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ความต้องการลดลงบ้าง แต่หากลดลงอย่างชัดเจนและส่งผลต่อชีวิตคู่ ควรเข้ารับการตรวจ
2. อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่ดี
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
เมื่อฮอร์โมนลดลง อาจพบว่า
แข็งตัวช้าลง
แข็งตัวได้ไม่นาน
ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม
มีปัญหาระหว่างมีเพศสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเกิดจากโรคอื่นร่วมด้วย เช่น
เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ
ไขมันในเลือดสูง
ความเครียด
ภาวะซึมเศร้า
จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
3. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพราะทำงานหนัก
แต่หากมีอาการ
เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ไม่มีแรง
พลังงานลดลง
ง่วงระหว่างวัน
ไม่สดชื่นแม้นอนเพียงพอ
อาจเป็นผลจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง
4. มวลกล้ามเนื้อลด ไขมันเพิ่ม
เมื่อเทสโทสเตอโรนลดลง ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง
ทำให้เกิด
กล้ามเนื้อลดลง
แขนขาไม่แข็งแรง
ไขมันหน้าท้องเพิ่ม
น้ำหนักตัวเพิ่ม
ออกกำลังกายแล้วเห็นผลช้าลง
หากปล่อยไว้ ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจ
5. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
ฮอร์โมนเพศชายส่งผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง
จึงอาจเกิดอาการ
หงุดหงิดง่าย
โมโหง่าย
วิตกกังวล
อารมณ์เศร้า
ขาดแรงจูงใจ
ความมั่นใจลดลง
บางรายอาจมีอาการคล้ายโรคซึมเศร้า
6. นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท
ผู้ชายวัยทองจำนวนไม่น้อยมีปัญหาการนอน เช่น
หลับยาก
หลับไม่ลึก
ตื่นกลางดึกบ่อย
ตื่นเช้าเกินไป
ง่วงตอนกลางวัน
การนอนที่ไม่มีคุณภาพยิ่งทำให้ระดับฮอร์โมนลดลง เป็นวงจรที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
7. ความจำและสมาธิลดลง
อีกอาการที่พบได้ คือ
ลืมง่าย
สมาธิสั้น
คิดงานช้าลง
ตัดสินใจได้ยาก
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
แม้อาการเหล่านี้อาจเกิดจากความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่หากเกิดร่วมกับอาการอื่นของวัยทอง ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
ใครบ้างที่เสี่ยงเข้าสู่วัยทองเร็วกว่าปกติ
แม้อายุจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผู้ชายบางกลุ่มมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
อายุ 45 ปีขึ้นไป โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
โรคไตเรื้อรัง โรคตับ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ นอนน้อย
เครียดเรื้อรัง ไม่ออกกำลังกาย
วัยทองในเพศชาย วินิจฉัยอย่างไร
แพทย์จะประเมินจากหลายด้านร่วมกัน ได้แก่
ซักประวัติ อาการที่เกิดขึ้น ระยะเวลาที่เป็น โรคประจำตัว
ยาที่ใช้อยู่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ตรวจร่างกาย น้ำหนัก
รอบเอว ความดันโลหิต มวลกล้ามเนื้อ ตรวจอวัยวะสืบพันธุ์หากจำเป็น
ตรวจเลือด เพื่อตรวจระดับ Testosterone LH FSH
น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต
ค่า PSA (ในผู้ที่เหมาะสมก่อนพิจารณาการรักษาด้วยฮอร์โมน)
วิธีดูแลและรักษาวัยทองในเพศชาย
1. ปรับพฤติกรรม
ถือเป็นการรักษาพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เวทเทรนนิงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอนวันละ 7-9 ชั่วโมง
ลดน้ำหนักหากอ้วน งดสูบบุหรี่ ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดการความเครียด
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เน้นอาหารที่ช่วยดูแลสมดุลฮอร์โมน เช่น ปลา ไข่ ถั่ว
ธัญพืช ผักผลไม้ เนื้อไม่ติดมัน อาหารที่มีสังกะสีและวิตามินดี
หลีกเลี่ยง อาหารหวานจัด ไขมันทรานส์ อาหารแปรรูป
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
3. รักษาโรคประจำตัว
การควบคุมโรค เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง โรคอ้วน
สามารถช่วยให้อาการหลายอย่างดีขึ้น และลดผลกระทบจากวัยทอง
4. การรักษาด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
ในผู้ที่มีอาการชัดเจนและผลเลือดยืนยันว่าฮอร์โมนต่ำ แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทน
มีหลายรูปแบบ เช่น ยาฉีด เจลทาผิว แผ่นแปะ
อย่างไรก็ตาม
ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมารับประทานหรือฉีดเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น
เม็ดเลือดแดงสูงผิดปกติ สิว ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแย่ลง ผลต่อโรคต่อมลูกหมากในบางราย
ภาวะมีบุตรยากจากการกดการสร้างอสุจิ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และมีการติดตามผลเลือดเป็นระยะ
เมื่อไรควรพบแพทย์
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้
ความต้องการทางเพศลดลงต่อเนื่อง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
เหนื่อยง่ายผิดปกติ อารมณ์เปลี่ยนแปลงมาก นอนไม่หลับเรื้อรัง
กล้ามเนื้อลดลงอย่างชัดเจน อาการต่าง ๆ ส่งผลต่อการทำงาน ชีวิตคู่ หรือคุณภาพชีวิต
การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
วัยทองในเพศชายเป็นภาวะที่พบได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น
โดยมีสาเหตุหลักจากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ลดลง
อาการสำคัญ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่ดี
เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อลดลง ไขมันเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ และสมาธิลดลง
แม้อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของวัย แต่หากส่งผลต่อการใช้ชีวิต ไม่ควรละเลย
เพราะการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งการปรับพฤติกรรม การควบคุมโรคประจำตัว
และการรักษาด้วยฮอร์โมนในรายที่จำเป็น จะช่วยให้ผู้ชายสามารถรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในระยะยาว
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/
7 สัญญาณ "วัยทอง" ในเพศชาย รู้ทันอาการ ดูแลได้ก่อนกระทบคุณภาพชีวิต
ผู้ชายก็มีภาวะวัยทองเช่นกัน เพียงแต่อาการมักค่อย ๆ เกิดขึ้นอย่างช้า ๆ
จนหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติของการมีอายุมากขึ้น หรือเกิดจากความเครียดและการทำงานหนัก
วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้
ภาวะวัยทองในเพศชาย (Male Menopause หรือ Andropause)
เกิดจากการที่ ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ลดลงตามวัย
ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย อารมณ์ สมรรถภาพทางเพศ และคุณภาพชีวิต
หากได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุข
บทความนี้จะพาไปรู้จัก 7 สัญญาณเตือนวัยทองในเพศชาย พร้อมสาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางดูแลรักษา
วัยทองในเพศชาย หรือ Andropause คือ ภาวะที่ระดับฮอร์โมนเพศชาย "เทสโทสเตอโรน" ลดลงอย่างต่อเนื่องตามอายุ
ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการทำงานของระบบต่าง ๆ
โดยทั่วไปฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจะเริ่มลดลงประมาณ 1-2% ต่อปี หลังอายุ 30-40 ปี
และจะเห็นอาการชัดเจนมากขึ้นในช่วงอายุ 45-60 ปี
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนที่จะมีอาการวัยทอง เพราะระดับฮอร์โมนของแต่ละคนแตกต่างกัน
รวมถึงปัจจัยด้านสุขภาพ โรคประจำตัว และการใช้ชีวิตก็มีผลเช่นกัน
เทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อผู้ชายหลายด้าน ได้แก่
1. ความต้องการทางเพศลดลง
อาการแรกที่พบได้บ่อยคือ
ความรู้สึกทางเพศลดลง
ไม่ค่อยมีอารมณ์ทางเพศ
ความถี่ในการมีเพศสัมพันธ์ลดลง
ไม่มีความสนใจเหมือนเดิม
แม้อายุที่มากขึ้นอาจทำให้ความต้องการลดลงบ้าง แต่หากลดลงอย่างชัดเจนและส่งผลต่อชีวิตคู่ ควรเข้ารับการตรวจ
2. อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่ดี
ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีส่วนช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
เมื่อฮอร์โมนลดลง อาจพบว่า
แข็งตัวช้าลง
แข็งตัวได้ไม่นาน
ไม่แข็งตัวเหมือนเดิม
มีปัญหาระหว่างมีเพศสัมพันธ์
อย่างไรก็ตาม ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศอาจเกิดจากโรคอื่นร่วมด้วย เช่น
เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง
โรคหัวใจ
ไขมันในเลือดสูง
ความเครียด
ภาวะซึมเศร้า
จึงควรได้รับการประเมินโดยแพทย์
3. เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพราะทำงานหนัก
แต่หากมีอาการ
เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
ไม่มีแรง
พลังงานลดลง
ง่วงระหว่างวัน
ไม่สดชื่นแม้นอนเพียงพอ
อาจเป็นผลจากระดับฮอร์โมนที่ลดลง
4. มวลกล้ามเนื้อลด ไขมันเพิ่ม
เมื่อเทสโทสเตอโรนลดลง ร่างกายจะเผาผลาญพลังงานได้น้อยลง
ทำให้เกิด
กล้ามเนื้อลดลง
แขนขาไม่แข็งแรง
ไขมันหน้าท้องเพิ่ม
น้ำหนักตัวเพิ่ม
ออกกำลังกายแล้วเห็นผลช้าลง
หากปล่อยไว้ ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน และโรคหัวใจ
5. อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย
ฮอร์โมนเพศชายส่งผลต่อสารสื่อประสาทในสมอง
จึงอาจเกิดอาการ
หงุดหงิดง่าย
โมโหง่าย
วิตกกังวล
อารมณ์เศร้า
ขาดแรงจูงใจ
ความมั่นใจลดลง
บางรายอาจมีอาการคล้ายโรคซึมเศร้า
6. นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท
ผู้ชายวัยทองจำนวนไม่น้อยมีปัญหาการนอน เช่น
หลับยาก
หลับไม่ลึก
ตื่นกลางดึกบ่อย
ตื่นเช้าเกินไป
ง่วงตอนกลางวัน
การนอนที่ไม่มีคุณภาพยิ่งทำให้ระดับฮอร์โมนลดลง เป็นวงจรที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
7. ความจำและสมาธิลดลง
อีกอาการที่พบได้ คือ
ลืมง่าย
สมาธิสั้น
คิดงานช้าลง
ตัดสินใจได้ยาก
ประสิทธิภาพการทำงานลดลง
แม้อาการเหล่านี้อาจเกิดจากความเครียดหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่หากเกิดร่วมกับอาการอื่นของวัยทอง ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
แม้อายุจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ผู้ชายบางกลุ่มมีความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไป ได้แก่
อายุ 45 ปีขึ้นไป โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง
โรคไตเรื้อรัง โรคตับ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ นอนน้อย
เครียดเรื้อรัง ไม่ออกกำลังกาย
แพทย์จะประเมินจากหลายด้านร่วมกัน ได้แก่
ซักประวัติ อาการที่เกิดขึ้น ระยะเวลาที่เป็น โรคประจำตัว
ยาที่ใช้อยู่ พฤติกรรมการใช้ชีวิต ตรวจร่างกาย น้ำหนัก
รอบเอว ความดันโลหิต มวลกล้ามเนื้อ ตรวจอวัยวะสืบพันธุ์หากจำเป็น
ตรวจเลือด เพื่อตรวจระดับ Testosterone LH FSH
น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด การทำงานของตับและไต
ค่า PSA (ในผู้ที่เหมาะสมก่อนพิจารณาการรักษาด้วยฮอร์โมน)
1. ปรับพฤติกรรม
ถือเป็นการรักษาพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
เวทเทรนนิงเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ นอนวันละ 7-9 ชั่วโมง
ลดน้ำหนักหากอ้วน งดสูบบุหรี่ ลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดการความเครียด
2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
เน้นอาหารที่ช่วยดูแลสมดุลฮอร์โมน เช่น ปลา ไข่ ถั่ว
ธัญพืช ผักผลไม้ เนื้อไม่ติดมัน อาหารที่มีสังกะสีและวิตามินดี
หลีกเลี่ยง อาหารหวานจัด ไขมันทรานส์ อาหารแปรรูป
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก
3. รักษาโรคประจำตัว
การควบคุมโรค เช่น เบาหวาน ความดัน ไขมันสูง โรคอ้วน
สามารถช่วยให้อาการหลายอย่างดีขึ้น และลดผลกระทบจากวัยทอง
4. การรักษาด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
ในผู้ที่มีอาการชัดเจนและผลเลือดยืนยันว่าฮอร์โมนต่ำ แพทย์อาจพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทน
มีหลายรูปแบบ เช่น ยาฉีด เจลทาผิว แผ่นแปะ
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรซื้อฮอร์โมนมารับประทานหรือฉีดเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียง เช่น
เม็ดเลือดแดงสูงผิดปกติ สิว ภาวะหยุดหายใจขณะหลับแย่ลง ผลต่อโรคต่อมลูกหมากในบางราย
ภาวะมีบุตรยากจากการกดการสร้างอสุจิ จึงควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และมีการติดตามผลเลือดเป็นระยะ
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้
ความต้องการทางเพศลดลงต่อเนื่อง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ
เหนื่อยง่ายผิดปกติ อารมณ์เปลี่ยนแปลงมาก นอนไม่หลับเรื้อรัง
กล้ามเนื้อลดลงอย่างชัดเจน อาการต่าง ๆ ส่งผลต่อการทำงาน ชีวิตคู่ หรือคุณภาพชีวิต
การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสม และลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนในระยะยาว
วัยทองในเพศชายเป็นภาวะที่พบได้ตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น
โดยมีสาเหตุหลักจากระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ลดลง
อาการสำคัญ ได้แก่ ความต้องการทางเพศลดลง อวัยวะเพศแข็งตัวได้ไม่ดี
เหนื่อยง่าย กล้ามเนื้อลดลง ไขมันเพิ่ม อารมณ์แปรปรวน นอนไม่หลับ และสมาธิลดลง
แม้อาการเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องปกติของวัย แต่หากส่งผลต่อการใช้ชีวิต ไม่ควรละเลย
เพราะการตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ทั้งการปรับพฤติกรรม การควบคุมโรคประจำตัว
และการรักษาด้วยฮอร์โมนในรายที่จำเป็น จะช่วยให้ผู้ชายสามารถรักษาสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในระยะยาว
ความรู้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/