ยาวหน่อยนะคะ อยากเล่ามากกก อึดอัดจนต้องออกมาเล่าค่ะ
เรื่องนี้มาจากคนใกล้ตัวของเราเองค่ะ ขอเรียกว่า นางเอ นะคะ
ก่อนเริ่มเล่าเรื่อง เราจะบอกความเป็นมาก่อนว่าทำไม คนไทยกลุ่มนี้ถึงชอบทำงานกับคนจีน และทำไมคนจีนถึงชอบจ้างงานคนพวกนี้
ในประเทศไทยเราจะมีคนไทยเชื้อสายจีนยูนนาน คือคนไทยที่มีบรรพบุรุษมาจาก มณฑลยูนนาน (云南省) หลายครอบครัวอพยพเข้ามาในประเทศไทยในช่วงประมาณ พ.ศ. 2490–2510 จากผลของสงครามกลางเมืองจีนและความไม่สงบทางการเมือง มาตั้งรกรากในภาคเหนือของไทย เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พูดภาษาจีนยูนนานและภาษาจีนกลางได้ ลูกหลานก็พูดไทยได้ ทำให้คนกลุ่มนี้ได้เปรียบกว่าคนเมืองมาก เพราะพูดได้ 2 ภาษาตั้งแต่เกิด
จากข่าวเราก็จะเห็นได้บ่อยว่า มีบางส่วนชอบทำผิดกฎหมายเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะ บางที่ติดชายแดนเป็นเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายแอบเข้ามา ก็มาจากช่องทางธรรมชาติพวกนี้แหละ สังเกตคนบนดอยที่ทำไร่ทำสวน ส่วนใหญ่จ้างแรงงานพวกนี้เพราะค่าแรงถูกมาก ประมาณไม่ถึง 200 บาทต่อวัน ถ้าวันไหนตำรวจจะมา โรงงานจะเงียบคนน้อยผิดปกติเพราะแรงงานจะหนีเข้าไปอยู่ในป่าก่อน บางที่มีการบอกล่วงหน้าด้วยว่าจะมีใครมา (ฟังชาวบ้านเล่า ไม่รู้จริงไหม)
กลับมาที่คนไทยเชื้อสายจีน ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสถานะทางกฎหมายเหมือนกัน
1 บางคนมีสัญชาติไทยและมีบัตรประชาชน คนกลุ่มนี้มีบัตรประชาชนเหมือนคนไทยทั่วไป
2 ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีเอกสารของรัฐ สิทธิบางอย่างจะจำกัดกว่าผู้มีสัญชาติไทย
3 ไม่มีเอกสารเลย คนกลุ่มนี้จะมีปัญหามากที่สุด
บางคนครอบครัวสนับสนุน มีสัญชาติไทย เข้าถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จึงมีโอกาสได้งานดี
บางคนฐานะยากจน ต้องช่วยครอบครัวทำงาน หรือมีปัญหาสถานะบุคคล ทำให้เรียนต่อยากและการศึกษาต่ำ
สาเหตุนี้ทำให้คนบางส่วน เริ่มทำงานที่ผิดกฎหมายเพราะอยากได้เงินมาช่วยเหลือครอบครัว และตนเอง
คนที่หมู่บ้านจีนจะมีคนที่เรียนสูงน้อยมาก บางกลุ่มจะถูกชวนไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย
กลุ่มคนที่ไม่ได้รับการศึกษาบางส่วน ทางบ้านพูดจีนอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาพูดได้ทั้งจีนและไทย ก็จะถูกชวนให้ไปเป็นล่ามให้กลุ่มจีนเทา เพราะได้ค่าตอบแทนสูงถึง 5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ยอมไปทำเพราะบางคนไม่รู้จริงๆว่าผลกระทบเป็นยังไง บางคนรู้แต่ก็ยอมทำเพราะตัวเองการศึกษาไม่สูงมีทางเลือกไม่มาก ส่วนงานสีขาวบางคนก็มีคนรู้จักที่ทำงานกับบริษัทจีนหรือโรงงานอยู่แล้ว จึงชวนกันไปทำงาน และงานเหล่านั้นมักไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษาสูง
ส่วนคนที่เรียนสูงก็จะไม่ค่อยมาทำงานแนวนี้ จะไปอีกเส้นทางนึง คุณภาพชีวิตต่างกันฟ้ากับเหว
คนรู้จักของเรา เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการศึกษา และเลือกที่จะไปทำงานกับโรงงานจีนแห่งนึง ในไทย
นายทุนจีนในไทยเราขอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ไม่สนใจวุฒิการศึกษา คนจีนบริษัทแนวนี้ จะสนใจแรงงานที่พูดจีนไทยได้เป็นหลัก คุณสมบัติที่คนจีนพวกนี้ต้องการคือ
1 พูดไทยจีนได้
2 ขับรถยนต์เป็น
3 ถ้ามาจากเชียงราย เชียงใหม่ จะสนใจมาก เพราะคนไทยพวกนี้พูดจีนเป็นชีวิตประจำวัน สื่อสารเหมือนคนจีน นายทุนจีนชอบมาก จะไม่เหมือนพวกที่มาเรียนตอนโตเพราะจะเก่งอ่านเขียนแต่สื่อสารไม่ค่อยดี คนจีนรำคาญ
4 ไม่ต้องการวุฒิ คนจีนกลุ่มนี้จะมองว่า พูดจีนได้ก็พอ นอกนั้นเดียวสอน เพราะถ้าเก่งงานแต่พูดไม่ได้มันก็ไม่เอา
5 บางที่รับคนไม่มีบัตร แรงงานผิดกฎหมาย เพราะแรงงานคนนั้นพูดจีน และทำงานให้ได้
แล้วคนจีนพวกนี้ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามันเอาเปรียบคนไทยแค่ไหน เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเยอะ ปฏิบัติกับพนักงานเหมือนทาส
https://www.facebook.com/share/p/1RwdS5eoZD/ ลองอ่านคอมเม้นโพสนี้ดูนะคะ
กลุ่มที่ 2 บริษัทคนจีนอีกกลุ่มที่เลือกคนจากการศึกษา คุณภาพคน และสังคมในที่ทำงานก็จะต่างกันตั้งแต่เจ้านายลงมา ก็คือจีนคุณภาพ จีนABC
แน่นอนว่าคนรู้จักเรา ได้ทำงานที่บริษัทกลุ่มที่ 1
ปัญหาก็มีมาตลอด แต่คนไทยกลุ่มนี้ มองว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การทำงานเลยเวลา ใช้งานเหมือนกับหุ่นยนต์ ไม่มีพักไม่มีอะไร
จนนางเอ ได้มารู้จักกับเรา นางถึงได้รู้ว่าที่นางอยู่มันไม่ปกติ เราก็ถามว่าทำไมถึงยังอยู่ นางเอบอกว่า เพราะเงินเดือนสูง คนจีนจ้าง 20000 บาทต่อเดือนทั้งๆที่ไม่มีวุฒิ มีที่ให้นอนด้วย มีค่าอาหารให้อีก ถ้าไปทำงานอื่นก็จะได้แค่วันละ 300 ค่ากินค่าที่อยู่จ่ายเอง จนมีวันนึงนางลาออก แล้วตอนลาออก ได้เงินเดือนไม่ครบ เพราะโดนหักเงินวันหยุดที่บริษัทให้หยุตตอนตรุษจีน เงินนางหายไปเกือบหมื่นนึง นางทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็ยอมไป แต่เราได้ยินแล้วเรายอมไม่ได้ เราเลยบอกว่าแจ้งกรมแรงงานเถอะ นางก็บอกว่าทำได้หรอ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกรมแรงงานอ่ะ เราก็เริ่มทำให้นางตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย
ต่อไปนี้เราจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างแจ้งกรมแรงงานนะคะ
อย่างแรกไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน สามารถเอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลย แต่บอกก่อนนะคะว่า ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่คิดว่าทุกคนน่าจะเดาตอนจบถูก
ที่ไทยเราจะมี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน e-service มีไว้คุ้มครองลูกจ้างแบบเรานี่แหละค่ะ ไม่ได้รับค่าจ้าง หรือเงินอื่นๆตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฟ้องได้เลย แต่ชนะมั้ยไม่รู้นะคะแล้วแต่ดวงว่าจะไปเจอเจ้าหน้าที่คนไหน
กองคุ้มครองแรงงาน พร้อมให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
**กรณีที่ท่านไม่ได้รับค่าจ้าง หรือเงินอื่นๆ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สามารถยื่นคำร้องออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่
https://eservice.labour.go.th
โดยสามารถดูขั้นตอนการกรอกคำร้องได้ที่
https://www.youtube.com/watch?v=XYo16x4Y4PI
*หากต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 6602199 , 02 6602071
1 แอดไลน์ เราค้นหาไอดีไลน์ของกรมนี้คือ @629wtwxi
ที่ต้องแอดเพราะเราไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็แอดไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้คือดีมาก ดูมีความหวังว่าจะได้เงิน 5555
2 เล่าเรื่องที่เราต้องการถามไป เราเล่าไปว่า
" ตอนแรกบริษัทจีนอนุมัติให้ลาตรุษจีนยาวได้30วัน เพราะบริษัททำงานเฉพาะช่วงฤดูกาลผลไม้ จังหวัดX ช่วงฤดูกาล ไม่มีวันหยุดทำงานทั้งเดือน ไม่มีเวลาเข้าออก สแตนบาย24ชม ตอนลาตรุษจีนก็จ่ายเงินเดือนปกติ แต่พอลาออก บริษัทจ่ายเงินไม่ครบ นำวันที่หยุดมาหักเงินเดือน ของเดือนสุดท้ายออกหมด จาก30,000 จ่ายแค่ 10,000 บอกว่ากฎบริษัทถ้าทำงานไม่ครบ 1 ปี ไม่มีสิทธิ์ได้วันหยุดนี้ ตอนเข้ามาทำงานก็ไม่ได้แจ้งว่ามีกฎแบบนี้ด้วย ตอนเซ็นสัญญาไม่มีเรื่องนี้ แถมตอนลาออกแจ้งล่วงหน้า15วันตามกฎ ไม่ยอมอนุมัติ จนถึงวันออกก็ออกเลย เพราะถือว่าแจ้งล่วงหน้าแล้ว ไม่มีใครยอมบอกว่าจะโดนหักที่เคยหยุดไป เหมือนโดนหลอกให้อยู่ให้ครบตามวันที่ลาตรุษจีนเลย HR ที่ไทยช่วยอะไรไม่ได้เลยเขาบอกว่า HR ที่จีนเขาบอกมาแบบนี้ ให้วีแชท HR จีนมา แอดไปก็ไม่ยอมรับ ไม่ยอมคุย เราควรทำยังไงดีคะ เอกสารสัญญาจ้างไม่ได้เก็บไว้เนื่องจากบริษัทไม่มีให้ ระเบียบบริษัทพึ่งได้รับเป็นรูปภาพส่งมาทางข้อความ เมื่อวันจ่ายเงินเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่ออกมาแล้ว หลักฐานการอนุมัติวันหยุดไม่มีเพราะว่าบริษัทลบออกจากระบบ ไม่สามารถเข้าไปดูได้แล้ว "
เจ้าหน้าที่ตอบไวมาก เขาตอบเราว่า
"การที่บริษัทหักเงินโดยพลการจากกฎที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า แถม HR ยังปัดความรับผิดชอบ ถือเป็นการเอาเปรียบอย่างชัดเจนครับ
ในกรณีนี้ ขอให้ตั้งหลักและทำความเข้าใจสิทธิของเราตามความเป็นจริงก่อนครับ:
ข้อกฎหมายแรงงานที่ควรรู้
กฎหมายไทยเป็นใหญ่ที่สุด: ไม่ว่า HR ที่จีนจะมีนโยบายอย่างไร หรือบริษัทจะอ้างกฎอะไรก็ตาม การจ้างงานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของไทย เสมอครับ
การหักค่าจ้าง (ผิดมาตรา 76): นายจ้าง ไม่มีสิทธิ์ หักค่าจ้างของคุณเพื่อชดเชยวันหยุดที่เคยอนุมัติและจ่ายเงินไปแล้ว กฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่จะเป็นเรื่องภาษี ประกันสังคม หรือกรณีที่ลูกจ้างทำหนังสือยินยอมให้หักเป็นการเฉพาะเจาะจง การนำกฎใหม่มาอ้างย้อนหลังทำไม่ได้ครับ
การลาออกไม่ต้องรออนุมัติ: การลาออกเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียว เมื่อคุณแจ้งล่วงหน้าแล้ว (แม้จะเป็น 15 วัน) การลาออกย่อมมีผลตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอนุมัติ และบริษัทไม่มีสิทธิ์ระงับการจ่ายค่าจ้างตามผลงานที่ทำไปแล้วครับ
สิ่งที่คุณควรดำเนินการทันที
1. รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน
อย่าเพิ่งไปโต้เถียงให้เสียสุขภาพจิต ให้แคปหน้าจอและเก็บเอกสารต่อไปนี้ไว้:
หลักฐานแชทหรือเอกสารที่บริษัท "อนุมัติ" ให้หยุดยาว 30 วันในช่วงตรุษจีน
สลิปเงินเดือนเดือนก่อนๆ (ที่ได้เต็ม 30,000 บาท) และสลิปหรือหลักฐานการโอนเงินเดือนสุดท้าย (ที่ได้แค่ 10,000 บาท)
ข้อความที่คุณแจ้งลาออกล่วงหน้า 15 วัน
แชทที่ HR ไทยบอกว่า HR จีนสั่งหักเงิน (เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการหักเงินจริง)
2. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7)
ไม่ต้องเสียเวลาพยายามติดต่อ WeChat ไปที่จีนแล้วครับ ให้ใช้กฎหมายไทยจัดการนายจ้างในไทยเลย คุณสามารถดำเนินการกรอกและยื่น แบบคำร้อง คร.7 ได้ง่ายๆ ผ่านระบบ DLPW E-SERVICE ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้โดยตรง หรือหากสะดวก จะเข้าไปติดต่อที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดจันทบุรีพื้นที่ที่คุณทำงานอยู่ก็ได้ครับ
3. ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อคุณยื่นเรื่องผ่านระบบหรือที่สำนักงานแล้ว พนักงานตรวจแรงงานจะมีอำนาจตามกฎหมายในการออกหมายเรียกนายจ้าง (หรือตัวแทนบริษัทในไทย) มาชี้แจงและมีคำสั่งให้นายจ้างคืนเงินส่วนที่หักไปโดยมิชอบครับ "
พอเขาตอบมาแบบนี้เราก้มาเช็คฝั่งเรา ว่ามีอะไรบ้าง
หลักฐานแชทหรือเอกสารที่บริษัท "อนุมัติ" ให้หยุดยาว 30 วันในช่วงตรุษจีน เราไม่มี เพราะอิจีนมันดีดนางเอ ออกจากระบบตั้งแต่วันที่มันลาออกแล้ว แต่มันจะมีหลักฐานการเบิกจ่ายเงินทุกๆเดือนอยู่ คืออิบอจีนนี้ มันจะให้พนักงานเอาเงินตัวเองออกก่อน แล้วค่อยไปทำเบิกใน OA ระบบของมัน
ทีนี้ เดือนตรุษจีนไม่มีเบิกแปลว่าไม่ได้ไปทำจริงๆ ก็เลยเอาอันนี้ไปยื่น
จากนั้นเขาก็บอกมาอีกว่า
" ใช้สเตทเมนต์ธนาคาร (Bank Statement) แทนได้แน่นอนครับ และไม่ต้องกังวลเรื่องที่โดนตัดออกจากระบบเลย กรณีที่นายจ้างบล็อกระบบเพื่อไม่ให้ลูกจ้างเก็บหลักฐาน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่แรงงานพบเจอเป็นประจำครับ"
พออ่านมาถึงตรงน้รู้สึกว่าแบบ เห้ย เริ่ดว่ะเจ้าหน้าที่ไทย มีหวังละ
จากนั้นเขาก็ไลน์มาบอกอีกว่า
" 1. สเตทเมนต์ธนาคารคือหลักฐานชั้นดี
การใช้รายการเดินบัญชีที่แสดงยอดเงินโอนเข้า 30,000 บาทเป็นประจำทุกเดือน สามารถใช้ยืนยัน "ฐานค่าจ้างปกติ" ได้อย่างมีน้ำหนักตามกฎหมายครับ เมื่อนำไปประกบกับสลิปเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ HR ไทยส่งให้ (ซึ่งระบุว่าจ่ายแค่ 10,000 บาท) จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวนายจ้างทันทีว่ามีการ "หักค่าจ้างจริง
2. ภาระการเก็บหลักฐานเวลาทำงานอยู่ที่ "นายจ้าง"
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดทำและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการทำงาน วันหยุด และการจ่ายค่าจ้างครับ การที่คุณเข้าสู่ระบบของจีนไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อคุณยื่นเรื่อง พนักงานตรวจแรงงานจะมีอำนาจตามกฎหมายในการ "สั่งให้นายจ้างดึงข้อมูลจากระบบมาชี้แจง" ถ้านายจ้างอ้างว่ามีกฎเรื่องทำงานไม่ครบ 1 ปีแล้วหักเงิน นายจ้างก็ต้องเป็นฝ่ายเอาเอกสารที่มีลายเซ็นรับทราบของคุณมาโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู ซึ่งถ้าตอนเริ่มงานไม่มีกฎนี้ นายจ้างก็ไม่มีทางหาหลักฐานมาแสดงได้ครับ
3. การจ่ายเงินเดือนไปแล้ว = อนุมัติแล้ว
การที่บริษัทโอนเงินเดือนให้คุณเต็มจำนวนในเดือนที่มีการหยุดตรุษจีนไปแล้ว ถือเป็นพฤติการณ์ที่ยืนยันโดยสมบูรณ์ว่าบริษัท "อนุมัติการลาและจ่ายค่าจ้าง" ไปเรียบร้อยแล้ว การมาอ้างเพื่อหักเงินย้อนหลังในเดือนสุดท้ายกระทำไม่ได้ครับ ส่วนเรื่องที่ไม่มีรายการเบิกจ่ายเงินสำรองในช่วงเดือนนั้น ก็สามารถใช้เป็นคำให้การประกอบเพื่อยืนยันว่าเราหยุดงานในช่วงนั้นจริงๆ ได้ครับ"
มันรู้สึกแบบถึงเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปดูระบบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์นี่หว่า ไม่ต้องกลัวแล้วยังไงก็ดูได้ นางเอรู้ดีว่าตัวเองเข้าออกกี่โมง ในระบบอิจีนนางเอบอกว่า (มีต่อด้านล่าง)
มาเดาตอนจบของบริษัทจีน VS กรมแรงงาน (อึดอัดจนต้องออกมาเล่า)
เรื่องนี้มาจากคนใกล้ตัวของเราเองค่ะ ขอเรียกว่า นางเอ นะคะ
ก่อนเริ่มเล่าเรื่อง เราจะบอกความเป็นมาก่อนว่าทำไม คนไทยกลุ่มนี้ถึงชอบทำงานกับคนจีน และทำไมคนจีนถึงชอบจ้างงานคนพวกนี้
ในประเทศไทยเราจะมีคนไทยเชื้อสายจีนยูนนาน คือคนไทยที่มีบรรพบุรุษมาจาก มณฑลยูนนาน (云南省) หลายครอบครัวอพยพเข้ามาในประเทศไทยในช่วงประมาณ พ.ศ. 2490–2510 จากผลของสงครามกลางเมืองจีนและความไม่สงบทางการเมือง มาตั้งรกรากในภาคเหนือของไทย เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พูดภาษาจีนยูนนานและภาษาจีนกลางได้ ลูกหลานก็พูดไทยได้ ทำให้คนกลุ่มนี้ได้เปรียบกว่าคนเมืองมาก เพราะพูดได้ 2 ภาษาตั้งแต่เกิด
จากข่าวเราก็จะเห็นได้บ่อยว่า มีบางส่วนชอบทำผิดกฎหมายเป็นปกติอยู่แล้ว เพราะ บางที่ติดชายแดนเป็นเส้นทางลักลอบขนยาเสพติด การค้ามนุษย์ แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายแอบเข้ามา ก็มาจากช่องทางธรรมชาติพวกนี้แหละ สังเกตคนบนดอยที่ทำไร่ทำสวน ส่วนใหญ่จ้างแรงงานพวกนี้เพราะค่าแรงถูกมาก ประมาณไม่ถึง 200 บาทต่อวัน ถ้าวันไหนตำรวจจะมา โรงงานจะเงียบคนน้อยผิดปกติเพราะแรงงานจะหนีเข้าไปอยู่ในป่าก่อน บางที่มีการบอกล่วงหน้าด้วยว่าจะมีใครมา (ฟังชาวบ้านเล่า ไม่รู้จริงไหม)
กลับมาที่คนไทยเชื้อสายจีน ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสถานะทางกฎหมายเหมือนกัน
1 บางคนมีสัญชาติไทยและมีบัตรประชาชน คนกลุ่มนี้มีบัตรประชาชนเหมือนคนไทยทั่วไป
2 ไม่มีสัญชาติไทย แต่มีเอกสารของรัฐ สิทธิบางอย่างจะจำกัดกว่าผู้มีสัญชาติไทย
3 ไม่มีเอกสารเลย คนกลุ่มนี้จะมีปัญหามากที่สุด
บางคนครอบครัวสนับสนุน มีสัญชาติไทย เข้าถึงโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จึงมีโอกาสได้งานดี
บางคนฐานะยากจน ต้องช่วยครอบครัวทำงาน หรือมีปัญหาสถานะบุคคล ทำให้เรียนต่อยากและการศึกษาต่ำ
สาเหตุนี้ทำให้คนบางส่วน เริ่มทำงานที่ผิดกฎหมายเพราะอยากได้เงินมาช่วยเหลือครอบครัว และตนเอง
คนที่หมู่บ้านจีนจะมีคนที่เรียนสูงน้อยมาก บางกลุ่มจะถูกชวนไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย
กลุ่มคนที่ไม่ได้รับการศึกษาบางส่วน ทางบ้านพูดจีนอยู่แล้ว ทำให้พวกเขาพูดได้ทั้งจีนและไทย ก็จะถูกชวนให้ไปเป็นล่ามให้กลุ่มจีนเทา เพราะได้ค่าตอบแทนสูงถึง 5 หมื่นบาทต่อเดือน ที่ยอมไปทำเพราะบางคนไม่รู้จริงๆว่าผลกระทบเป็นยังไง บางคนรู้แต่ก็ยอมทำเพราะตัวเองการศึกษาไม่สูงมีทางเลือกไม่มาก ส่วนงานสีขาวบางคนก็มีคนรู้จักที่ทำงานกับบริษัทจีนหรือโรงงานอยู่แล้ว จึงชวนกันไปทำงาน และงานเหล่านั้นมักไม่ได้กำหนดวุฒิการศึกษาสูง
ส่วนคนที่เรียนสูงก็จะไม่ค่อยมาทำงานแนวนี้ จะไปอีกเส้นทางนึง คุณภาพชีวิตต่างกันฟ้ากับเหว
คนรู้จักของเรา เป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับการศึกษา และเลือกที่จะไปทำงานกับโรงงานจีนแห่งนึง ในไทย
นายทุนจีนในไทยเราขอแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 ไม่สนใจวุฒิการศึกษา คนจีนบริษัทแนวนี้ จะสนใจแรงงานที่พูดจีนไทยได้เป็นหลัก คุณสมบัติที่คนจีนพวกนี้ต้องการคือ
1 พูดไทยจีนได้
2 ขับรถยนต์เป็น
3 ถ้ามาจากเชียงราย เชียงใหม่ จะสนใจมาก เพราะคนไทยพวกนี้พูดจีนเป็นชีวิตประจำวัน สื่อสารเหมือนคนจีน นายทุนจีนชอบมาก จะไม่เหมือนพวกที่มาเรียนตอนโตเพราะจะเก่งอ่านเขียนแต่สื่อสารไม่ค่อยดี คนจีนรำคาญ
4 ไม่ต้องการวุฒิ คนจีนกลุ่มนี้จะมองว่า พูดจีนได้ก็พอ นอกนั้นเดียวสอน เพราะถ้าเก่งงานแต่พูดไม่ได้มันก็ไม่เอา
5 บางที่รับคนไม่มีบัตร แรงงานผิดกฎหมาย เพราะแรงงานคนนั้นพูดจีน และทำงานให้ได้
แล้วคนจีนพวกนี้ก็อย่างที่รู้ๆกันว่ามันเอาเปรียบคนไทยแค่ไหน เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเยอะ ปฏิบัติกับพนักงานเหมือนทาส
https://www.facebook.com/share/p/1RwdS5eoZD/ ลองอ่านคอมเม้นโพสนี้ดูนะคะ
กลุ่มที่ 2 บริษัทคนจีนอีกกลุ่มที่เลือกคนจากการศึกษา คุณภาพคน และสังคมในที่ทำงานก็จะต่างกันตั้งแต่เจ้านายลงมา ก็คือจีนคุณภาพ จีนABC
แน่นอนว่าคนรู้จักเรา ได้ทำงานที่บริษัทกลุ่มที่ 1
ปัญหาก็มีมาตลอด แต่คนไทยกลุ่มนี้ มองว่าเป็นเรื่องปกติ เช่น การทำงานเลยเวลา ใช้งานเหมือนกับหุ่นยนต์ ไม่มีพักไม่มีอะไร
จนนางเอ ได้มารู้จักกับเรา นางถึงได้รู้ว่าที่นางอยู่มันไม่ปกติ เราก็ถามว่าทำไมถึงยังอยู่ นางเอบอกว่า เพราะเงินเดือนสูง คนจีนจ้าง 20000 บาทต่อเดือนทั้งๆที่ไม่มีวุฒิ มีที่ให้นอนด้วย มีค่าอาหารให้อีก ถ้าไปทำงานอื่นก็จะได้แค่วันละ 300 ค่ากินค่าที่อยู่จ่ายเอง จนมีวันนึงนางลาออก แล้วตอนลาออก ได้เงินเดือนไม่ครบ เพราะโดนหักเงินวันหยุดที่บริษัทให้หยุตตอนตรุษจีน เงินนางหายไปเกือบหมื่นนึง นางทำได้แค่ถอนหายใจแล้วก็ยอมไป แต่เราได้ยินแล้วเรายอมไม่ได้ เราเลยบอกว่าแจ้งกรมแรงงานเถอะ นางก็บอกว่าทำได้หรอ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีกรมแรงงานอ่ะ เราก็เริ่มทำให้นางตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลย
ต่อไปนี้เราจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างแจ้งกรมแรงงานนะคะ
อย่างแรกไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน สามารถเอาวิธีนี้ไปใช้ได้เลย แต่บอกก่อนนะคะว่า ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ แต่คิดว่าทุกคนน่าจะเดาตอนจบถูก
ที่ไทยเราจะมี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน e-service มีไว้คุ้มครองลูกจ้างแบบเรานี่แหละค่ะ ไม่ได้รับค่าจ้าง หรือเงินอื่นๆตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ฟ้องได้เลย แต่ชนะมั้ยไม่รู้นะคะแล้วแต่ดวงว่าจะไปเจอเจ้าหน้าที่คนไหน
กองคุ้มครองแรงงาน พร้อมให้บริการวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 8.30 - 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ
**กรณีที่ท่านไม่ได้รับค่าจ้าง หรือเงินอื่นๆ ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
สามารถยื่นคำร้องออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ https://eservice.labour.go.th
โดยสามารถดูขั้นตอนการกรอกคำร้องได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=XYo16x4Y4PI
*หากต้องการติดต่อสอบถามเพิ่มเติม โทร 02 6602199 , 02 6602071
1 แอดไลน์ เราค้นหาไอดีไลน์ของกรมนี้คือ @629wtwxi
ที่ต้องแอดเพราะเราไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็แอดไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อน ซึ่งขั้นตอนนี้คือดีมาก ดูมีความหวังว่าจะได้เงิน 5555
2 เล่าเรื่องที่เราต้องการถามไป เราเล่าไปว่า
" ตอนแรกบริษัทจีนอนุมัติให้ลาตรุษจีนยาวได้30วัน เพราะบริษัททำงานเฉพาะช่วงฤดูกาลผลไม้ จังหวัดX ช่วงฤดูกาล ไม่มีวันหยุดทำงานทั้งเดือน ไม่มีเวลาเข้าออก สแตนบาย24ชม ตอนลาตรุษจีนก็จ่ายเงินเดือนปกติ แต่พอลาออก บริษัทจ่ายเงินไม่ครบ นำวันที่หยุดมาหักเงินเดือน ของเดือนสุดท้ายออกหมด จาก30,000 จ่ายแค่ 10,000 บอกว่ากฎบริษัทถ้าทำงานไม่ครบ 1 ปี ไม่มีสิทธิ์ได้วันหยุดนี้ ตอนเข้ามาทำงานก็ไม่ได้แจ้งว่ามีกฎแบบนี้ด้วย ตอนเซ็นสัญญาไม่มีเรื่องนี้ แถมตอนลาออกแจ้งล่วงหน้า15วันตามกฎ ไม่ยอมอนุมัติ จนถึงวันออกก็ออกเลย เพราะถือว่าแจ้งล่วงหน้าแล้ว ไม่มีใครยอมบอกว่าจะโดนหักที่เคยหยุดไป เหมือนโดนหลอกให้อยู่ให้ครบตามวันที่ลาตรุษจีนเลย HR ที่ไทยช่วยอะไรไม่ได้เลยเขาบอกว่า HR ที่จีนเขาบอกมาแบบนี้ ให้วีแชท HR จีนมา แอดไปก็ไม่ยอมรับ ไม่ยอมคุย เราควรทำยังไงดีคะ เอกสารสัญญาจ้างไม่ได้เก็บไว้เนื่องจากบริษัทไม่มีให้ ระเบียบบริษัทพึ่งได้รับเป็นรูปภาพส่งมาทางข้อความ เมื่อวันจ่ายเงินเดือนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่ออกมาแล้ว หลักฐานการอนุมัติวันหยุดไม่มีเพราะว่าบริษัทลบออกจากระบบ ไม่สามารถเข้าไปดูได้แล้ว "
เจ้าหน้าที่ตอบไวมาก เขาตอบเราว่า
"การที่บริษัทหักเงินโดยพลการจากกฎที่ไม่ได้ตกลงกันไว้ล่วงหน้า แถม HR ยังปัดความรับผิดชอบ ถือเป็นการเอาเปรียบอย่างชัดเจนครับ
ในกรณีนี้ ขอให้ตั้งหลักและทำความเข้าใจสิทธิของเราตามความเป็นจริงก่อนครับ:
ข้อกฎหมายแรงงานที่ควรรู้
กฎหมายไทยเป็นใหญ่ที่สุด: ไม่ว่า HR ที่จีนจะมีนโยบายอย่างไร หรือบริษัทจะอ้างกฎอะไรก็ตาม การจ้างงานที่เกิดขึ้นในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของไทย เสมอครับ
การหักค่าจ้าง (ผิดมาตรา 76): นายจ้าง ไม่มีสิทธิ์ หักค่าจ้างของคุณเพื่อชดเชยวันหยุดที่เคยอนุมัติและจ่ายเงินไปแล้ว กฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามหักค่าจ้าง เว้นแต่จะเป็นเรื่องภาษี ประกันสังคม หรือกรณีที่ลูกจ้างทำหนังสือยินยอมให้หักเป็นการเฉพาะเจาะจง การนำกฎใหม่มาอ้างย้อนหลังทำไม่ได้ครับ
การลาออกไม่ต้องรออนุมัติ: การลาออกเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียว เมื่อคุณแจ้งล่วงหน้าแล้ว (แม้จะเป็น 15 วัน) การลาออกย่อมมีผลตามกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครอนุมัติ และบริษัทไม่มีสิทธิ์ระงับการจ่ายค่าจ้างตามผลงานที่ทำไปแล้วครับ
สิ่งที่คุณควรดำเนินการทันที
1. รวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน
อย่าเพิ่งไปโต้เถียงให้เสียสุขภาพจิต ให้แคปหน้าจอและเก็บเอกสารต่อไปนี้ไว้:
หลักฐานแชทหรือเอกสารที่บริษัท "อนุมัติ" ให้หยุดยาว 30 วันในช่วงตรุษจีน
สลิปเงินเดือนเดือนก่อนๆ (ที่ได้เต็ม 30,000 บาท) และสลิปหรือหลักฐานการโอนเงินเดือนสุดท้าย (ที่ได้แค่ 10,000 บาท)
ข้อความที่คุณแจ้งลาออกล่วงหน้า 15 วัน
แชทที่ HR ไทยบอกว่า HR จีนสั่งหักเงิน (เพื่อเป็นหลักฐานว่ามีการหักเงินจริง)
2. ยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงาน (คร.7)
ไม่ต้องเสียเวลาพยายามติดต่อ WeChat ไปที่จีนแล้วครับ ให้ใช้กฎหมายไทยจัดการนายจ้างในไทยเลย คุณสามารถดำเนินการกรอกและยื่น แบบคำร้อง คร.7 ได้ง่ายๆ ผ่านระบบ DLPW E-SERVICE ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้โดยตรง หรือหากสะดวก จะเข้าไปติดต่อที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดจันทบุรีพื้นที่ที่คุณทำงานอยู่ก็ได้ครับ
3. ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
เมื่อคุณยื่นเรื่องผ่านระบบหรือที่สำนักงานแล้ว พนักงานตรวจแรงงานจะมีอำนาจตามกฎหมายในการออกหมายเรียกนายจ้าง (หรือตัวแทนบริษัทในไทย) มาชี้แจงและมีคำสั่งให้นายจ้างคืนเงินส่วนที่หักไปโดยมิชอบครับ "
พอเขาตอบมาแบบนี้เราก้มาเช็คฝั่งเรา ว่ามีอะไรบ้าง
หลักฐานแชทหรือเอกสารที่บริษัท "อนุมัติ" ให้หยุดยาว 30 วันในช่วงตรุษจีน เราไม่มี เพราะอิจีนมันดีดนางเอ ออกจากระบบตั้งแต่วันที่มันลาออกแล้ว แต่มันจะมีหลักฐานการเบิกจ่ายเงินทุกๆเดือนอยู่ คืออิบอจีนนี้ มันจะให้พนักงานเอาเงินตัวเองออกก่อน แล้วค่อยไปทำเบิกใน OA ระบบของมัน
ทีนี้ เดือนตรุษจีนไม่มีเบิกแปลว่าไม่ได้ไปทำจริงๆ ก็เลยเอาอันนี้ไปยื่น
จากนั้นเขาก็บอกมาอีกว่า
" ใช้สเตทเมนต์ธนาคาร (Bank Statement) แทนได้แน่นอนครับ และไม่ต้องกังวลเรื่องที่โดนตัดออกจากระบบเลย กรณีที่นายจ้างบล็อกระบบเพื่อไม่ให้ลูกจ้างเก็บหลักฐาน เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่แรงงานพบเจอเป็นประจำครับ"
พออ่านมาถึงตรงน้รู้สึกว่าแบบ เห้ย เริ่ดว่ะเจ้าหน้าที่ไทย มีหวังละ
จากนั้นเขาก็ไลน์มาบอกอีกว่า
" 1. สเตทเมนต์ธนาคารคือหลักฐานชั้นดี
การใช้รายการเดินบัญชีที่แสดงยอดเงินโอนเข้า 30,000 บาทเป็นประจำทุกเดือน สามารถใช้ยืนยัน "ฐานค่าจ้างปกติ" ได้อย่างมีน้ำหนักตามกฎหมายครับ เมื่อนำไปประกบกับสลิปเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ HR ไทยส่งให้ (ซึ่งระบุว่าจ่ายแค่ 10,000 บาท) จะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวนายจ้างทันทีว่ามีการ "หักค่าจ้างจริง
2. ภาระการเก็บหลักฐานเวลาทำงานอยู่ที่ "นายจ้าง"
ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องจัดทำและเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการทำงาน วันหยุด และการจ่ายค่าจ้างครับ การที่คุณเข้าสู่ระบบของจีนไม่ได้ไม่ใช่ปัญหา เพราะเมื่อคุณยื่นเรื่อง พนักงานตรวจแรงงานจะมีอำนาจตามกฎหมายในการ "สั่งให้นายจ้างดึงข้อมูลจากระบบมาชี้แจง" ถ้านายจ้างอ้างว่ามีกฎเรื่องทำงานไม่ครบ 1 ปีแล้วหักเงิน นายจ้างก็ต้องเป็นฝ่ายเอาเอกสารที่มีลายเซ็นรับทราบของคุณมาโชว์ให้เจ้าหน้าที่ดู ซึ่งถ้าตอนเริ่มงานไม่มีกฎนี้ นายจ้างก็ไม่มีทางหาหลักฐานมาแสดงได้ครับ
3. การจ่ายเงินเดือนไปแล้ว = อนุมัติแล้ว
การที่บริษัทโอนเงินเดือนให้คุณเต็มจำนวนในเดือนที่มีการหยุดตรุษจีนไปแล้ว ถือเป็นพฤติการณ์ที่ยืนยันโดยสมบูรณ์ว่าบริษัท "อนุมัติการลาและจ่ายค่าจ้าง" ไปเรียบร้อยแล้ว การมาอ้างเพื่อหักเงินย้อนหลังในเดือนสุดท้ายกระทำไม่ได้ครับ ส่วนเรื่องที่ไม่มีรายการเบิกจ่ายเงินสำรองในช่วงเดือนนั้น ก็สามารถใช้เป็นคำให้การประกอบเพื่อยืนยันว่าเราหยุดงานในช่วงนั้นจริงๆ ได้ครับ"
มันรู้สึกแบบถึงเราไม่มีสิทธิ์เข้าไปดูระบบแล้ว แต่เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์นี่หว่า ไม่ต้องกลัวแล้วยังไงก็ดูได้ นางเอรู้ดีว่าตัวเองเข้าออกกี่โมง ในระบบอิจีนนางเอบอกว่า (มีต่อด้านล่าง)