ถามว่า..
เพราะอะไร ทำไมถึงต้องบันทึกลงในพระไตรปิฏกอย่างนั้น พุทธสาวกลองวินิจฉัยมาหน่อยว่ามันอัไรยังไง เห็นเถรวาทเหลิมสากนำมาอ้างอิงบ่อยเสียเหลือเกินว่า นิพพานเป็นอนัตตาก็เพราะนี่ไง อะไรทำนองนี้ ?.
นิมนต์ครูบาเหลิมก่อนเลย มั่นใจได้ไงว่าต้องเป็นอนัตตา อย่างที่อ่านนั้น..
ความย่อ..
สังขารทั้งหลายที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไมใช่ตัวตน พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัยขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก. พระมหา-
วีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรงบำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข. พระอังคีรส-ศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑
พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่าพระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะและมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่. ในคัมภีร์บริวารนั้นแสมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่นย่อมเห็นได้ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อ
ธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด.
ดูว่าวินิจฉัยหรือมุมมองใครจะถูกต้องตามเนื้อหาโดยย่อนี้..
นิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา
เพราะอะไร ทำไมถึงต้องบันทึกลงในพระไตรปิฏกอย่างนั้น พุทธสาวกลองวินิจฉัยมาหน่อยว่ามันอัไรยังไง เห็นเถรวาทเหลิมสากนำมาอ้างอิงบ่อยเสียเหลือเกินว่า นิพพานเป็นอนัตตาก็เพราะนี่ไง อะไรทำนองนี้ ?.
นิมนต์ครูบาเหลิมก่อนเลย มั่นใจได้ไงว่าต้องเป็นอนัตตา อย่างที่อ่านนั้น..
ความย่อ..
สังขารทั้งหลายที่ปัจจัยปรุงแต่ง ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไมใช่ตัวตน พระนิพพานและบัญญัติ ท่านวินิจฉัยว่า เป็นอนัตตา. เมื่อดวงจันทร์ คือพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดขึ้น เมื่อดวงอาทิตย์ คือ พระพุทธเจ้า ยังไม่อุทัยขึ้นมา เพียงแต่ชื่อของสภาคธรรมเหล่านั้น ก็ยังไม่มีใครรู้จัก. พระมหา-
วีรเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้มีพระจักษุ ทรงทำทุกกรกิริยามีอย่างต่างๆ ทรงบำเพ็ญบารมีแล้วเสด็จอุบัติในโลกเป็นไปกับพรหมโลก พระองค์ทรงแสดงพระสัทธรรม อันดับเสียซึ่งทุกข์ นำมาซึ่งความสุข. พระอังคีรส-ศากยมุนี ผู้อนุเคราะห์แก่ประชาทุกถ้วนหน้า อุดมกว่าสรรพสัตว์ดุจราชสีห์ ทรงแสดงพระไตรปิฎก คือ พระวินัย ๑ พระสุตตันตะ ๑
พระอภิธรรม ๑ ซึ่งมีคุณมาก อย่างนี้ พระสัทธรรมจะเป็นไปได้ ผิว่าพระวินัย คือ อุภโตวิภังค์ ขันธกะและมาติกา ที่ร้อยกรองด้วยคัมภีร์บริวาร เหมือนดอกไม้ร้อยด้วยเส้นด้าย ยังดำรงอยู่. ในคัมภีร์บริวารนั้นแสมุฏฐานท่านจัดไว้แน่นอน ความเจือปนกัน และนิทานอื่นย่อมเห็นได้ในพระสูตรข้างหน้า เพราะฉะนั้น ภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รักด้วยดี ใคร่ต่อ
ธรรม พึงศึกษาคัมภีร์บริวารเถิด.
ดูว่าวินิจฉัยหรือมุมมองใครจะถูกต้องตามเนื้อหาโดยย่อนี้..