ศิษย์ ยายสุจิ…ไปเที่ยวสอนผิดๆ ว่า พ.ศ. 2000-3000 ไม่มีพระอรหันต์กำเนิดบนโลกนี้แล้ว

ศิษย์ ยายสุจิ…ไปเที่ยวสอนผิดๆ ว่า พ.ศ. 2000-3000 ไม่มีพระอรหันต์กำเนิดบนโลกนี้แล้ว

สุภัททสูตร เป็นพระดำรัสสำคัญยิ่งก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน เพราะเป็นเสมือนคำประกาศสุดท้ายของพระพุทธองค์เกี่ยวกับ “เกณฑ์วัดพระศาสนาที่แท้จริง”

📖 สุภัททสูตร

ก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพาน พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่สุภัททปริพาชกเป็นครั้งสุดท้าย โดยตรัสถึงหัวใจของพระศาสนาไว้อย่างชัดเจนว่า

“สุภัททะ !
ในธรรมวินัยใด ไม่มีอริยมรรคมีองค์แปด
สมณะที่หนึ่ง คือ พระโสดาบัน ก็หาไม่ได้ในธรรมวินัยนั้น

สมณะที่สอง คือ พระสกทาคามี ก็หาไม่ได้

สมณะที่สาม คือ พระอนาคามี ก็หาไม่ได้

สมณะที่สี่ คือ พระอรหันต์ ก็หาไม่ได้ในธรรมวินัยนั้น”

แล้วพระองค์ทรงยืนยันว่า

“สุภัททะ !
ในธรรมวินัยนี้แล มีอริยมรรคมีองค์แปด

พระโสดาบันก็มี

พระสกทาคามีก็มี

พระอนาคามีก็มี

พระอรหันต์ก็มีอยู่ในธรรมวินัยนี้”

จากนั้น พระพุทธองค์ทรงฝากความหวังไว้กับภิกษุทั้งหลายว่า

“สุภัททะ !
ถ้าภิกษุทั้งหลายเหล่านี้
พึงอยู่โดยชอบเถิด

โลกนี้จักไม่ว่างจากพระอรหันต์ทั้งหลาย”

พระดำรัสนี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ทำให้พระศาสนาดำรงอยู่ มิใช่เพียงวัดวาอาราม พิธีกรรม ตำรา หรือความเชื่อใด ๆ หากแต่อยู่ที่การปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปดอย่างถูกต้อง

ตราบใดที่ยังมีผู้ศึกษา ปฏิบัติ และดำเนินตามมรรคมีองค์แปดอย่างจริงจัง ตราบนั้น ผลแห่งมรรคคือพระอริยบุคคลทั้งสี่ย่อมยังเกิดขึ้นได้ และโลกก็จะไม่ว่างจากผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้พ้นทุกข์

อริยมรรคมีองค์แปดจึงมิใช่เพียงคำสอน แต่เป็นเส้นทางแห่งการรู้แจ้งที่พระพุทธองค์ทรงรับรองด้วยพระองค์เองว่า สามารถนำผู้ปฏิบัติให้ถึงความพ้นทุกข์ได้จริง

พระสูตรนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญมากว่า พระพุทธองค์ไม่ได้ตรัสว่า “ยุคนี้หมดพระอรหันต์แล้ว” หรือ “พ้นสมัยแห่งมรรคผลแล้ว” ตรงกันข้าม พระองค์ตรัสชัดว่า

“ตราบใดที่ยังมีผู้ปฏิบัติชอบตามอริยมรรคมีองค์ ๘ โลกย่อมไม่ว่างจากพระอรหันต์”

ซึ่งเป็นหนึ่งในพระดำรัสที่หนักแน่นที่สุดเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของมรรค ผล และนิพพานในทุกยุคทุกสมัย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่