ตื่นกลางดึก แล้วหลับต่ออยาก ลองปรับตามนี้




ตื่นตี 2 ตี 3 แล้วหลับต่อไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ หลายคนอยู่บนเตียง 7–8 ชั่วโมงก็จริง แต่หลับ ๆ ตื่น ๆ จนเช้ามาเหมือนไม่ได้นอน สมองเบลอ หงุดหงิดง่าย น้ำตาลแกว่ง ความดันขึ้นง่ายกว่าเดิมด้วย ถ้าอยากหลับยาวถึงเช้า ต้องไม่ใช่แค่ “พยายามนอนให้มากขึ้น” แต่ต้องปรับพฤติกรรมก่อนนอนและตอนตื่นกลางดึกให้ถูกครับ

1. ตั้งเวลานอน-ตื่นให้ใกล้เคียงกันทุกวัน
ร่างกายมีนาฬิกาชีวิตที่เรียกว่า circadian rhythm ครับ ถ้านอนวันนี้ 4 ทุ่ม พรุ่งนี้ตี 1 อีกวันเที่ยงคืน สมองจะงงว่าเวลาไหนควรหลับ เวลาไหนควรตื่น ผลคือหลับไม่ลึก ตื่นกลางดึกง่าย และเช้ามาไม่สดชื่น ลองตั้งเวลาตื่นให้คงที่ก่อน แม้วันหยุดก็อย่าเลื่อนเยอะเกินไป พอเวลาตื่นนิ่ง เวลาง่วงตอนกลางคืนจะเริ่มนิ่งตามครับ
.
2. รับแสงเช้าหลังตื่น 10–15 นาที
แสงเช้าคือสัญญาณสำคัญที่บอกสมองว่า “กลางวันเริ่มแล้ว” ช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวิต และทำให้ตอนกลางคืนร่างกายหลั่ง melatonin ได้เป็นจังหวะขึ้น ใครตื่นมาแล้วอยู่แต่ในห้องมืด เปิดมือถือทันที ไม่โดนแสงธรรมชาติเลย ร่างกายจะปรับเวลาได้ยากครับ ลองออกไปรับแดดอ่อน ๆ หรือเดินเบา ๆ ตอนเช้า 10–15 นาที ช่วยได้มากกว่าที่คิด
.
3. หยุดคาเฟอีนหลังบ่าย 2–3 โมง
กาแฟ ชาเข้ม โกโก้ ชานม เครื่องดื่มชูกำลัง ไม่ได้หมดฤทธิ์เร็วเท่าที่เราคิดครับ คาเฟอีนไปบล็อกสารง่วงที่ชื่อ adenosine ทำให้หลับยาก หลับตื้น และตื่นกลางดึกง่ายขึ้น บางคนบอกกินกาแฟเย็นแล้วก็หลับได้ แต่หลับได้ไม่ได้แปลว่าหลับลึกนะครับ ถ้าตื่นกลางดึกบ่อย ลองตัดคาเฟอีนช่วงบ่าย-เย็นก่อนเลย
.
4. เว้นมื้อหนักก่อนนอน 2–3 ชั่วโมง
มื้อดึก ของมัน ของทอด เผ็ดจัด น้ำหวาน แอลกอฮอล์ หรือกินแล้วนอนเลย ทำให้กระเพาะยังทำงาน กรดไหลย้อนง่าย น้ำตาลแกว่ง และหลับไม่ลึกครับ โดยเฉพาะคนที่ตื่นกลางดึกพร้อมแน่นอก จุกคอ เรอเปรี้ยว หรือไอแห้ง ๆ ตอนนอน ให้เริ่มจากขยับมื้อเย็นให้เร็วขึ้น และลดมื้อหนักก่อนนอน อย่าให้ร่างกายต้องย่อยอาหารตอนที่ควรซ่อมตัวเองครับ
.
5. ปิดจอและหยุดงานก่อนนอน 30–60 นาที
ก่อนนอนยังตอบแชทงาน ดูข่าวเครียด ไถคลิปสั้น หรือเถียงกับใครในมือถือ สมองมันไม่ปิดง่าย ๆ ครับ แสงและเนื้อหากระตุ้นทำให้ระบบประสาทยังตื่นตัว พอหลับก็หลับไม่ลึก ตื่นง่าย ลองทำช่วงก่อนนอนให้ซ้ำ ๆ เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านอะไรเบา ๆ ยืดเหยียด หายใจช้า ๆ ให้สมองรู้ว่า “ตอนนี้ถึงเวลาลงจากโหมดทำงานแล้ว”
.
6. ถ้าตื่นกลางดึก อย่าดูนาฬิกา อย่าหยิบมือถือ
พอตื่นกลางดึกแล้วดูเวลา สมองจะเริ่มคำนวณทันทีว่า “เหลืออีกกี่ชั่วโมง พรุ่งนี้จะไหวไหม” แค่นั้นความเครียดก็ขึ้นครับ คอร์ติซอลมา หัวใจเต้นเร็วขึ้น แล้วหลับต่อยากกว่าเดิม ถ้าตื่นขึ้นมา ให้พยายามไม่เปิดมือถือ ไม่ดูเวลา ไม่เปิดไฟจ้า แค่หายใจช้า ๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ แล้วให้ร่างกายค่อย ๆ กลับไปหลับเอง
.
7. ถ้านอนต่อไม่หลับจริง ๆ อย่าฝืนบนเตียงนาน
ถ้านอนพลิกไปมานานประมาณ 20 นาทีแล้วยังไม่หลับ อย่านอนเครียดบนเตียงครับ เพราะสมองจะเริ่มจำว่า “เตียง = ที่คิดมาก” ให้ลุกไปทำกิจกรรมเบา ๆ ในไฟสลัว เช่น อ่านหนังสือเบา ๆ ฟังเสียงผ่อนคลาย หายใจช้า ๆ แล้วพอเริ่มง่วงค่อยกลับมานอน วิธีนี้ช่วยฝึกให้เตียงกลับมาเป็นสัญญาณของการนอน ไม่ใช่สนามรบของความคิดครับ
.
แต่ถ้าตื่นกลางดึกบ่อย ๆ ต้องเช็กเรื่องพวกนี้ด้วยครับ
• กรนดัง สะดุ้งหายใจเฮือก หรือมีคนบอกว่าหยุดหายใจตอนหลับ อาจเป็น sleep apnea
• ตื่นมาปัสสาวะบ่อยมาก อาจเกี่ยวกับน้ำตาลสูง ไต ยา หรือปัญหาต่อมลูกหมากในผู้ชาย
• ตื่นพร้อมใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น หิวมาก โดยเฉพาะคนเป็นเบาหวาน ต้องระวังน้ำตาลตกกลางคืน
• ถ้านอนไม่หลับเรื้อรังเกิน 2–4 สัปดาห์ จนกระทบงาน อารมณ์ หรือชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาหมอ ไม่ควรซื้อยานอนหลับกินเองยาว ๆ

ตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก แก้ได้ครับ แต่ต้องแก้ให้ถูกจุด เริ่มจากเวลานอน-ตื่นให้สม่ำเสมอ รับแสงเช้า ตัดคาเฟอีนบ่าย ลดมื้อหนักก่อนนอน ปิดจอ และอย่าหยิบมือถือเวลาตื่นกลางดึก ถ้าปรับแล้วดีขึ้น เช้ามาจะต่างมากครับ สมองโล่งขึ้น อารมณ์ดีขึ้น น้ำตาลกับความดันก็มักนิ่งขึ้นด้วย

Cr. FBหมอเจด

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่