วันหยุดทั้งทีแทนที่จะพัก ดันหาเรื่องอยากไปปีนเขา พอดีเลย 3 มิ.ย. หยุดวันเฉลิมฯ สมเด็จพระราชินีพอดี อุทยานก็เข้าฟรี ไปเที่ยวถ้ำพระยานครกันดีกว่า
ออกจากที่พักแถวบางขุนเทียนตอนตี 5 แวะรับเพื่อนร่วมทริปตามรายทางแล้วไปพักทานอาหารเช้าแถวปราณบุรีแวะร้านข้าวแกงในปั๊มน้ำมันง่าย ๆ แล้วก็ขับต่อไปทางถนน ทล.1021 เส้นนี้จะผ่านบึงน้ำที่เห็นเขาสามร้อยยอดเป็นฉากหลังสวยงามค่ะ
ต่อจากนั้นปักหมุดไปที่วัดบางปูซื่งเป็นที่จอดรถเสียค่าบริการจอดรถ 20บาท จุดนี้จะมีร้านอาหารและห้องน้ำห้องอาบน้ำและติดต่อเช่าเรือไปขึ้นที่หาดแหลมศาลาได้
โดยวิธีไปถ้ำจะมี 2วิธีคือ
1. นั่งเรือไปขึ้นหาดแหลมศาลา ค่าเรือไปกลับ 400บาทนั่งได้ประมาณ 6คน แล้วเดินขึ้นถ้ำต่ออีก 430เมตร
2. เดินข้ามเขาหัวเทียนไปลงเขาที่หาดแหลมศาลาระยะทาง 500เมตรแล้วเดินขึ้นถ้ำต่ออีก 430เมตร
แน่นอนว่าเราเลือกข้อ 2 เพราะจะได้เห็นวิวทะเลมุมสูง
เมื่อเดินถึงจุดสูงสุดของเขาหัวเทียนจะมีจุดชมวิวให้แวะพักได้
หลังจากนั้นจะเริ่มเป็นทางลงเขามาที่ชายหาด และเราก็จะพบว่าสุขภาพของเรายังแข็งแรงดีอยู่ 😄
ตรงจุดนี้จะเป็นทางราบเลียบชายหาดเดินต่อไปตามทางเพิ่อไปขึ้นเขาลูกที่ 2 กันค่ะ ทางราบเดินสบายแต่ของจริงรอเราอยู่ข้างหน้า😅
ทางขึ้นเขาเป็นบันไดปูนผสานหินที่มีความชันตลอดทาง เหนื่อยพอสมควร แนะนำให้พกน้ำและขนมเล็ก ๆ น้อย ติดไปด้วยกันหมดแรง แต่ถ้าใครขาแรงก็ไม่ว่ากันค่ะ ลุย
เมื่อถึงระยะประมาณ 400เมตรจะเริ่มเป็นทางลงแล้วค่ะ ด้านล่างจะเหมือนหุบ มีต้นไม้และหินงอกหินย้อยร่มรื่นไม่ร้อนมีสะพานหินธรรมชาติ และหินย้อยคล้ายม่านน้ำตก
ในที่สุดก็ลงมาถึงจนได้
ไฮไลท์ของถ้ำคือพระที่นั่งกลางโถงถ้ำที่สร้างตั้งแต่สมัย ร.5 ถ้าเรามาถูกเวลาจะพบแสงส่องจากปล่องถ้ำมาที่ตัวพระที่นั่ง โดยเวลาที่เหมาะคือฤดูหนาว เดือน พฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เวลา 10.00น - 11.30น. ค่ะ
ชมความงดงานพอแล้วก็ไต่เขากลับลงไปเหมือนเดิม ขากลับได้เจอสัตว์ประจำถิ่นแถวนี้ด้วยค่ะ น้องค่างแว่นถิ่นใต้
น่ารักมากเลยใช่มั้ยล่ะ
ขากลับหมดแรงแล้วขอนั่งเรือกลับแล้วกันนะ ค่าเรือกลับอย่างเดียว 200บาท สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตรงหาดได้เลยใช้เวลานั่งเรือไม่ถึง 10นาทีก็มาถึงหาดหน้าวัดบางปูแล้ว อ้อ... ถ้าใครจะขึ้นลงเรือจะต้องลุยน้ำและทรายโคลนไปลงนะคะ มันจะเปียกหน่อยค่ะ
บ๊าย บาย เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ
วันหยุดไม่พัก ไปขึ้นเขาเข้าถ้ำที่ "ถ้ำพระยานคร" แบบ One day trip กัน
ออกจากที่พักแถวบางขุนเทียนตอนตี 5 แวะรับเพื่อนร่วมทริปตามรายทางแล้วไปพักทานอาหารเช้าแถวปราณบุรีแวะร้านข้าวแกงในปั๊มน้ำมันง่าย ๆ แล้วก็ขับต่อไปทางถนน ทล.1021 เส้นนี้จะผ่านบึงน้ำที่เห็นเขาสามร้อยยอดเป็นฉากหลังสวยงามค่ะ
ต่อจากนั้นปักหมุดไปที่วัดบางปูซื่งเป็นที่จอดรถเสียค่าบริการจอดรถ 20บาท จุดนี้จะมีร้านอาหารและห้องน้ำห้องอาบน้ำและติดต่อเช่าเรือไปขึ้นที่หาดแหลมศาลาได้
โดยวิธีไปถ้ำจะมี 2วิธีคือ
1. นั่งเรือไปขึ้นหาดแหลมศาลา ค่าเรือไปกลับ 400บาทนั่งได้ประมาณ 6คน แล้วเดินขึ้นถ้ำต่ออีก 430เมตร
2. เดินข้ามเขาหัวเทียนไปลงเขาที่หาดแหลมศาลาระยะทาง 500เมตรแล้วเดินขึ้นถ้ำต่ออีก 430เมตร
แน่นอนว่าเราเลือกข้อ 2 เพราะจะได้เห็นวิวทะเลมุมสูง
เมื่อเดินถึงจุดสูงสุดของเขาหัวเทียนจะมีจุดชมวิวให้แวะพักได้
หลังจากนั้นจะเริ่มเป็นทางลงเขามาที่ชายหาด และเราก็จะพบว่าสุขภาพของเรายังแข็งแรงดีอยู่ 😄
ตรงจุดนี้จะเป็นทางราบเลียบชายหาดเดินต่อไปตามทางเพิ่อไปขึ้นเขาลูกที่ 2 กันค่ะ ทางราบเดินสบายแต่ของจริงรอเราอยู่ข้างหน้า😅
ทางขึ้นเขาเป็นบันไดปูนผสานหินที่มีความชันตลอดทาง เหนื่อยพอสมควร แนะนำให้พกน้ำและขนมเล็ก ๆ น้อย ติดไปด้วยกันหมดแรง แต่ถ้าใครขาแรงก็ไม่ว่ากันค่ะ ลุย
เมื่อถึงระยะประมาณ 400เมตรจะเริ่มเป็นทางลงแล้วค่ะ ด้านล่างจะเหมือนหุบ มีต้นไม้และหินงอกหินย้อยร่มรื่นไม่ร้อนมีสะพานหินธรรมชาติ และหินย้อยคล้ายม่านน้ำตก
ในที่สุดก็ลงมาถึงจนได้
ไฮไลท์ของถ้ำคือพระที่นั่งกลางโถงถ้ำที่สร้างตั้งแต่สมัย ร.5 ถ้าเรามาถูกเวลาจะพบแสงส่องจากปล่องถ้ำมาที่ตัวพระที่นั่ง โดยเวลาที่เหมาะคือฤดูหนาว เดือน พฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ เวลา 10.00น - 11.30น. ค่ะ
ชมความงดงานพอแล้วก็ไต่เขากลับลงไปเหมือนเดิม ขากลับได้เจอสัตว์ประจำถิ่นแถวนี้ด้วยค่ะ น้องค่างแว่นถิ่นใต้
น่ารักมากเลยใช่มั้ยล่ะ
ขากลับหมดแรงแล้วขอนั่งเรือกลับแล้วกันนะ ค่าเรือกลับอย่างเดียว 200บาท สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตรงหาดได้เลยใช้เวลานั่งเรือไม่ถึง 10นาทีก็มาถึงหาดหน้าวัดบางปูแล้ว อ้อ... ถ้าใครจะขึ้นลงเรือจะต้องลุยน้ำและทรายโคลนไปลงนะคะ มันจะเปียกหน่อยค่ะ
บ๊าย บาย เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ