ทนไม่ไหวแล้ว! นันทนา ชี้ เท้ง พูดถูก ซัดสว.สีน้ำเงิน ทำลายเกียรติภูมิตนเอง จี้หยุดฟ้องปิดปาก-ฉุดรั้งร่างรธน.ใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5733594
.

.
ทนไม่ไหวแล้ว! นันทนา ชี้ เท้ง พูดถูก ซัดสว.สีน้ำเงิน ทำลายเกียรติภูมิตนเอง จี้หยุดฟ้องปิดปาก-ฉุดรั้งร่างรธน.ใหม่
.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม น.ส.
นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. โพสต์ข้อความผ่านเพจ “
ดร.นันทนา นันทวโรภาส” ระบุว่า
.
ดิฉันเป็นส.ว. ที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน และไม่มีวันที่จะเป็นสีน้ำเงิน
.
ดิฉันไม่เห็นว่าสิ่งที่คุณเท้งพูด จะผิดจากข้อเท็จจริงตรงไหน เพราะตลอดเวลาที่ดิฉันทำหน้าที่เป็นส.ว.อยู่นั้น ดิฉันต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมากมายในสภาแห่งนี้
.
ทั้งเรื่องประโยชน์ทับซ้อน การกินรวบอำนาจ การคัดเลือกองค์กรอิสระ ฯลฯ
.
ดิฉันถูกกลั่นแกลงรังแกสารพัด ทั้งการกีดกันมิให้ได้เป็นกมธ.พิจารณากฎหมายใดๆ และถึงกับใช้พวกมากลากไป ลงมติให้ดิฉันมีความผิด ข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพียงกล่าวคำว่า “คนขายหมู”
.
แต่ที่ดิฉันจะไม่ทน คือการฉุดรั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นฉันทามติจากประชาชน 21.6 ล้านคน
.
จึงขอส่งเสียงไปยังส.ว.สีน้ำเงินทั้งหลายว่า ไม่มีใครทำลายเกียรติภูมิของพวกคุณได้ นอกจากสิ่งที่พวกคุณทำตัวของคุณเอง
.
อย่าเที่ยวไปฟ้องปิดปาก (SLAPP) ใครต่อใคร อีกเลย แค่นี้ประชาชนก็เอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกคุณมากพอแล้ว
.
ถ้าอยากรู้ว่าประชาชนคิดยังไงกับสิ่งที่พวกคุณทำ ก็เพียงแค่ตั้งใจอ่านทุกคอมเมนท์ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากผู้จ่ายเงินเดือนให้กับพวกคุณ
.
หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วหันมาให้ความร่วมมือ ในการจัดทำรธน.ใหม่ตามประชามติ ก่อนที่ประชาชนจะออกมาบอกว่า พอแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว(โว้ย)
.
https://www.facebook.com/dr.nantana/posts/26907399052260251?ref=embed_post
.
.
พริษฐ์ เทียบเคส กกต.ใช้แชตไลน์ยื่นศาลตัดสิทธิได้ จับตาคดีฮั้วส.ว. โพยชัด เป่าคดี ไปไม่ถึงศาลหรือไม่.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5733598
.
พริษฐ์ เทียบเคส กกต.ใช้แชตไลน์ เป็นหลักฐานส่งศาล จนถูกตัดสิทธิ 10 ปี ชวนจับตาคดีฮั้ว โพย-เส้นเงินชัด อย่าให้กกต.เป่าคดีโกงส.ว.
.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงทรรศนะผ่านเฟซบุ๊กกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว ส.ว.ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชวนจับตาไม่ให้ กกต.เป่าคดีโกง ส.ว. โดยระบุดังนี้
.
จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง ส.ว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ยังหนักแน่นเพียงพอให้ กกต.มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล, และทำไมในวันนี้ โพยและเส้นทางการเงิน ก็ควรจะหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลเช่นกัน?
.
เช้าวันนี้ ที่บริเวณแถลงข่าวของอาคารรัฐสภา เราได้เห็น ส.ว. 89 คน ปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแถลงข่าวประณามหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ออกมาวิจารณ์ “ระบอบสีน้ำเงิน”
.
ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ในการชวนสังคมจับตาดูอีกกรณีหนึ่ง ที่เราได้เห็น ส.ว. 130+ คน ปรากฏชื่อกันอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน นั่นคือใน “สำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26” ของ กกต. และ DSI ที่มีมติเสนอให้ กกต.ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน (ส.ว. 138 คน และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน)
.
1 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีโกง ส.ว. เพราะ กกต.จะต้องตัดสินใจและลงมติว่าจะส่งคำร้องไปที่ศาล (ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26) หรือจะยกคำร้องและเป่าคดี จนเรื่องไปไม่ถึงศาล
.
แม้เราอาจไม่สามารถเห็นสำนวนเต็มๆ และหลักฐานทั้งหมดที่ถูกรวบรวมโดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ แต่จากเพียงข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ผมเห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวหนักแน่นเพียงพอต่อการที่ กกต.ควรจะมีมติส่งเรื่องต่อไปที่ศาล
.
– เราเห็นถึงบัตรการลงคะแนนเลือก ส.ว.ที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและปราศจากการฮั้ว
.
– เรารับรู้จากผู้ร้อง ว่าสำนวนของคณะไต่สวน มีทั้งหลักฐานเรื่องการนัดรวมตัวกัน การพักอาศัยด้วยกัน การเดินทางไปที่สถานที่เลือกร่วมกัน รวมไปถึงหลักฐานเกี่ยวกับการว่าจ้างให้ลงคะแนนตามโพย และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย
.
หากใครจะบอกว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นไม่พอ ผมอยากชวนทุกคนไปเทียบกับอีกคดีหนึ่ง (คดีหมายเลขแดง 53/2568):
.
– ในคดีดังกล่าว หลักฐานทั้งหมดที่ กกต.มีคือข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ระหว่างคน 2 คน ที่มีการขอแลกคะแนน (ตามภาพจำลองที่ปรากฏ)
.
– แต่แม้จะมีหลักฐานเพียงไม่กี่ข้อความดังกล่าว แต่ กกต.ก็ตัดสินใจมีมติให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปที่ศาล
.
– โดยในท้ายที่สุด (26 พ.ย.68) ศาลฎีกาตัดสินว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี
.
ดังนั้น ถ้าข้อความไม่กี่ข้อความใน LINE ในวันนั้น ยังเพียงพอให้ กกต.มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล
แล้วทำไมโพยและเส้นทางการเงินในวันนี้ ถึงจะไม่เพียงพอสำหรับ กกต.ในการส่งเรื่องไปที่ศาล?
.
หากท้ายสุดแล้ว กกต.มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ประชาชนก็คงอดสงสัยไม่ได้ ว่าการตัดสินใจดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่ กับการที่ กกต. 4 จาก 7 คน ได้มาเป็น กกต.จากการถูกรับรอง โดย ส.ว.ที่อยู่ในสำนวน?
.
คลิก เพื่ออ่านคำพิพากษาตัดสิทธิ
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/1544305333730913?ref=embed_post
.
https://www.supremecourt.or.th/คำพิพากษาคดีเลือกตั้ง/รายละเอียดคำพิพากษา/489
.
.
ส.ทีวีดิจิทัล ฮึ่ม ฟ้อง กสทช. ขีดเส้นตายแผนแม่บททีวีฯ ใน 30 มิ.ย.
https://www.prachachat.net/ict/news-2012491
.
ส.ทีวีดิจิทัล ยื่นกระทุ้ง กสทช. ต้องมีความชัดเจน Roadmap กิจการโทรทัศน์ ภายใน 30 มิ.ย.นี้ ก่อนเอกชนแต่ละรายพิจารณาความเสียหายและฟ้องร้องต่อศาล
.
ผู้สื่อข่าว “
ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.
สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ หรือ Roadmap ทีวีดิจิทัล ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572
.
นาย
เดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมทีวีดิจิทัล และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือต่อ กสทช. ครั้งนี้ ได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการหรือประกาศแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้
.
“
ในครั้งนี้ความเสียหายเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมแล้ว เอกชนแต่ละรายเสียหายมากน้อยต่างกันไป โดยเราให้เวลา กสทช. ถึง 30 มิ.ย. 2569 สำหรับความชัดเจนในแผนแม่บท เพราะยิ่งล่าช้าความเสียหายยิ่งมากขึ้น และหลังจากเลยกำหนดอาจต้องพิจารณาใช้วิธีการฟ้องร้องต่อศาล โดยเอกชนแต่ละรายเป็นคนประเมินความเสียหายและฟ้องร้อง กสทช.”
.
ทั้งนี้ สมาคมเห็นว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อระบบสื่อสารมวลชนของประเทศ สำหรับข้อเสนอสำคัญที่สมาคมจะยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย การเร่งจัดทำและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ ภายหลังปี 2572”
.
โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน สมาคมยังเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
JJNY : ทนไม่ไหวแล้ว! นันทนาชี้ เท้งพูดถูก│พริษฐ์ จับตาคดีฮั้วส.ว.│ส.ทีวีดิจิทัล ฮึ่ม ฟ้อง กสทช.│ดีอาร์คองโก“อ่วมอีโบลา”
https://www.matichon.co.th/politics/news_5733594
.
.
ทนไม่ไหวแล้ว! นันทนา ชี้ เท้ง พูดถูก ซัดสว.สีน้ำเงิน ทำลายเกียรติภูมิตนเอง จี้หยุดฟ้องปิดปาก-ฉุดรั้งร่างรธน.ใหม่
.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. โพสต์ข้อความผ่านเพจ “ดร.นันทนา นันทวโรภาส” ระบุว่า
.
ดิฉันเป็นส.ว. ที่ไม่ใช่สีน้ำเงิน และไม่มีวันที่จะเป็นสีน้ำเงิน
.
ดิฉันไม่เห็นว่าสิ่งที่คุณเท้งพูด จะผิดจากข้อเท็จจริงตรงไหน เพราะตลอดเวลาที่ดิฉันทำหน้าที่เป็นส.ว.อยู่นั้น ดิฉันต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมากมายในสภาแห่งนี้
.
ทั้งเรื่องประโยชน์ทับซ้อน การกินรวบอำนาจ การคัดเลือกองค์กรอิสระ ฯลฯ
.
ดิฉันถูกกลั่นแกลงรังแกสารพัด ทั้งการกีดกันมิให้ได้เป็นกมธ.พิจารณากฎหมายใดๆ และถึงกับใช้พวกมากลากไป ลงมติให้ดิฉันมีความผิด ข้อหาฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพียงกล่าวคำว่า “คนขายหมู”
.
แต่ที่ดิฉันจะไม่ทน คือการฉุดรั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งเป็นฉันทามติจากประชาชน 21.6 ล้านคน
.
จึงขอส่งเสียงไปยังส.ว.สีน้ำเงินทั้งหลายว่า ไม่มีใครทำลายเกียรติภูมิของพวกคุณได้ นอกจากสิ่งที่พวกคุณทำตัวของคุณเอง
.
อย่าเที่ยวไปฟ้องปิดปาก (SLAPP) ใครต่อใคร อีกเลย แค่นี้ประชาชนก็เอือมระอาต่อพฤติกรรมของพวกคุณมากพอแล้ว
.
ถ้าอยากรู้ว่าประชาชนคิดยังไงกับสิ่งที่พวกคุณทำ ก็เพียงแค่ตั้งใจอ่านทุกคอมเมนท์ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนจากผู้จ่ายเงินเดือนให้กับพวกคุณ
.
หยุดพฤติกรรมเหล่านี้ แล้วหันมาให้ความร่วมมือ ในการจัดทำรธน.ใหม่ตามประชามติ ก่อนที่ประชาชนจะออกมาบอกว่า พอแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว(โว้ย)
.
https://www.facebook.com/dr.nantana/posts/26907399052260251?ref=embed_post
.
.
พริษฐ์ เทียบเคส กกต.ใช้แชตไลน์ยื่นศาลตัดสิทธิได้ จับตาคดีฮั้วส.ว. โพยชัด เป่าคดี ไปไม่ถึงศาลหรือไม่.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5733598
.
พริษฐ์ เทียบเคส กกต.ใช้แชตไลน์ เป็นหลักฐานส่งศาล จนถูกตัดสิทธิ 10 ปี ชวนจับตาคดีฮั้ว โพย-เส้นเงินชัด อย่าให้กกต.เป่าคดีโกงส.ว.
.
เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แสดงทรรศนะผ่านเฟซบุ๊กกรณีการสอบสวนคดีฮั้ว ส.ว.ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชวนจับตาไม่ให้ กกต.เป่าคดีโกง ส.ว. โดยระบุดังนี้
.
จับตาไม่ให้ กกต. เป่าคดีโกง ส.ว.! : หากในวันก่อน ข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ยังหนักแน่นเพียงพอให้ กกต.มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล, และทำไมในวันนี้ โพยและเส้นทางการเงิน ก็ควรจะหนักแน่นเพียงพอให้ กกต. มีมติส่งเรื่องไปที่ศาลเช่นกัน?
.
เช้าวันนี้ ที่บริเวณแถลงข่าวของอาคารรัฐสภา เราได้เห็น ส.ว. 89 คน ปรากฏตัวกันอย่างพร้อมเพรียง เพื่อแถลงข่าวประณามหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ได้ออกมาวิจารณ์ “ระบอบสีน้ำเงิน”
.
ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ในการชวนสังคมจับตาดูอีกกรณีหนึ่ง ที่เราได้เห็น ส.ว. 130+ คน ปรากฏชื่อกันอย่างพร้อมเพรียงเช่นกัน นั่นคือใน “สำนวนของคณะไต่สวนชุดที่ 26” ของ กกต. และ DSI ที่มีมติเสนอให้ กกต.ส่งคำร้องไปที่ศาล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน (ส.ว. 138 คน และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน)
.
1 เดือนข้างหน้านี้ จะเป็นจุดตัดสำคัญของคดีโกง ส.ว. เพราะ กกต.จะต้องตัดสินใจและลงมติว่าจะส่งคำร้องไปที่ศาล (ตามข้อเสนอของคณะไต่สวนชุดที่ 26) หรือจะยกคำร้องและเป่าคดี จนเรื่องไปไม่ถึงศาล
.
แม้เราอาจไม่สามารถเห็นสำนวนเต็มๆ และหลักฐานทั้งหมดที่ถูกรวบรวมโดยคณะไต่สวนชุดที่ 26 ได้ แต่จากเพียงข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ ผมเห็นว่าหลักฐานในคดีดังกล่าวหนักแน่นเพียงพอต่อการที่ กกต.ควรจะมีมติส่งเรื่องต่อไปที่ศาล
.
– เราเห็นถึงบัตรการลงคะแนนเลือก ส.ว.ที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขชุดเดียวกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติและปราศจากการฮั้ว
.
– เรารับรู้จากผู้ร้อง ว่าสำนวนของคณะไต่สวน มีทั้งหลักฐานเรื่องการนัดรวมตัวกัน การพักอาศัยด้วยกัน การเดินทางไปที่สถานที่เลือกร่วมกัน รวมไปถึงหลักฐานเกี่ยวกับการว่าจ้างให้ลงคะแนนตามโพย และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองหลายราย
.
หากใครจะบอกว่าหลักฐานเหล่านี้หนักแน่นไม่พอ ผมอยากชวนทุกคนไปเทียบกับอีกคดีหนึ่ง (คดีหมายเลขแดง 53/2568):
.
– ในคดีดังกล่าว หลักฐานทั้งหมดที่ กกต.มีคือข้อความ LINE ไม่กี่ข้อความ ระหว่างคน 2 คน ที่มีการขอแลกคะแนน (ตามภาพจำลองที่ปรากฏ)
.
– แต่แม้จะมีหลักฐานเพียงไม่กี่ข้อความดังกล่าว แต่ กกต.ก็ตัดสินใจมีมติให้ส่งคำร้องดังกล่าวไปที่ศาล
.
– โดยในท้ายที่สุด (26 พ.ย.68) ศาลฎีกาตัดสินว่ากรณีดังกล่าวถือว่าเป็นความผิด และมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้กระทำความผิดเป็นระยะเวลาถึง 10 ปี
.
ดังนั้น ถ้าข้อความไม่กี่ข้อความใน LINE ในวันนั้น ยังเพียงพอให้ กกต.มีมติส่งเรื่องไปที่ศาล
แล้วทำไมโพยและเส้นทางการเงินในวันนี้ ถึงจะไม่เพียงพอสำหรับ กกต.ในการส่งเรื่องไปที่ศาล?
.
หากท้ายสุดแล้ว กกต.มีมติไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ประชาชนก็คงอดสงสัยไม่ได้ ว่าการตัดสินใจดังกล่าว เกี่ยวข้องหรือไม่ กับการที่ กกต. 4 จาก 7 คน ได้มาเป็น กกต.จากการถูกรับรอง โดย ส.ว.ที่อยู่ในสำนวน?
.
คลิก เพื่ออ่านคำพิพากษาตัดสิทธิ
.
https://www.facebook.com/paritw/posts/1544305333730913?ref=embed_post
.
https://www.supremecourt.or.th/คำพิพากษาคดีเลือกตั้ง/รายละเอียดคำพิพากษา/489
.
.
ส.ทีวีดิจิทัล ฮึ่ม ฟ้อง กสทช. ขีดเส้นตายแผนแม่บททีวีฯ ใน 30 มิ.ย.
https://www.prachachat.net/ict/news-2012491
.
ส.ทีวีดิจิทัล ยื่นกระทุ้ง กสทช. ต้องมีความชัดเจน Roadmap กิจการโทรทัศน์ ภายใน 30 มิ.ย.นี้ ก่อนเอกชนแต่ละรายพิจารณาความเสียหายและฟ้องร้องต่อศาล
.
ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) พร้อมด้วยผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ เข้ายื่นหนังสือต่อ ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายดำเนินการออกประกาศแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์ หรือ Roadmap ทีวีดิจิทัล ภายหลังการสิ้นสุดอายุใบอนุญาตปี 2572
.
นายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมทีวีดิจิทัล และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นตัวแทนในการยื่นหนังสือต่อ กสทช. ครั้งนี้ ได้เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้มีการนำเสนอข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ กสทช. อย่างต่อเนื่อง รวมถึงเรียกร้องให้บรรจุวาระการพิจารณาแผนแม่บทกิจการโทรทัศน์เข้าสู่การประชุมคณะกรรมการหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการหรือประกาศแนวทางที่ชัดเจน ส่งผลให้ผู้ประกอบการไม่สามารถวางแผนธุรกิจระยะยาวได้
.
“ในครั้งนี้ความเสียหายเกิดขึ้นต่ออุตสาหกรรมแล้ว เอกชนแต่ละรายเสียหายมากน้อยต่างกันไป โดยเราให้เวลา กสทช. ถึง 30 มิ.ย. 2569 สำหรับความชัดเจนในแผนแม่บท เพราะยิ่งล่าช้าความเสียหายยิ่งมากขึ้น และหลังจากเลยกำหนดอาจต้องพิจารณาใช้วิธีการฟ้องร้องต่อศาล โดยเอกชนแต่ละรายเป็นคนประเมินความเสียหายและฟ้องร้อง กสทช.”
.
ทั้งนี้ สมาคมเห็นว่า ช่วงเวลาไม่ถึง 3 ปีที่เหลือก่อนสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสื่อระดับชาติที่มีบทบาทต่อระบบสื่อสารมวลชนของประเทศ สำหรับข้อเสนอสำคัญที่สมาคมจะยื่นต่อ กสทช. ประกอบด้วย การเร่งจัดทำและประกาศ “แผนแม่บทและแผนที่นำทาง (Roadmap) กิจการโทรทัศน์ ภายหลังปี 2572”
.
โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ รูปแบบการอนุญาตประกอบกิจการ โครงสร้างการให้บริการในทุกแพลตฟอร์ม หลักเกณฑ์การแข่งขันที่เป็นธรรม มาตรการคุ้มครองสิทธิประชาชนในการเข้าถึงบริการฟรีทีวี รวมถึงแผนการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีและโครงข่าย
.
นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการกำกับดูแลการให้บริการผ่าน OTT และแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีมาตรฐานและภาระต้นทุนที่เท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน สมาคมยังเรียกร้องให้ กสทช. กำหนดกรอบระยะเวลาการประกาศแผนแม่บทดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเห็นว่าควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม