My New Zealand Story🇳🇿🩵

สวัสดีค่ะทุกคน🙏🏻🇳🇿
          วันนี้อยากจะมาเล่าประสบการณ์ที่มีความหมายที่สุดในชีวิตของตัวเองเกี่ยวกับประเทศในฝันของใครหลายๆคน ที่เรียกกันว่า “New Zealand”
ย้อนกลับตอนเรียนภาษาอังกฤษกับสถาบันแห่งหนึ่งได้มีการจัดโปรแกรมไปเรียนภาษาเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้นักเรียนได้ไปหาประสบการณ์และความรู้ในต่างแดน ซึ่งพอได้รู้ว่ามีโปรแกรมนี้ก็ตื่นเต้นมากแล้วได้ไปคุยกับทางครอบครัวว่าอยากที่จะไปเป็นอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกในชีวิตที่อยากจะออกไปเปิดโลกกว้างให้กับตัวเอง และมีความฝันว่าอยากไปต่างประเทศสักหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ตอนนี้ก็ใช้เวลาโน้มน้าวใจครอบครัวอยู่นานเพราะการไปต่างประเทศครั้งหนึ่งใช้เงินเยอะมากอย่าง! ซึ่งมีเวลาตัดสินใจไม่นานเพราะโปรแกรมไปช่วงปิดเทอม และอยู่มาวันนึงน่าจะผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ ครอบครัวก็บอกว่าจะให้ลองไป เราดีใจมากเพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ไป ตอนนั้นตั้งหน้าตั้งตารอมาก โดยตัวเราไม่ได้บอกใครเลย มีแต่คนในครอบครัวที่รู้ ระหว่างดำเนินเอกสารต่างๆ ก็มีการเรียนภาษาอังกฤษของสถาบันเพื่อที่จะเตรียมตัวไปตอบคำถามต่าง ซึ่งตอนนั้นขอบอกว่าภาษาอังกฤษ Hi Hello Goodbye… ได้แต่ศัพท์ง่ายๆ คุยชีวิตประจำวันได้นิดหน่อย ค่อยข้างกังวลและตื่นเต้นไปพร้อมกัน

          ในวันที่จะต้องเดินทางครอบครัว(ไปกันหลายคนเลยฟิลส่งลูก หลานคนแรกไปต่างประเทศ) ไปส่งที่สนามบินตอนแรกดีใจมากที่จะได้ลองออกไปใช้ชีวิตในวัยเด็ก แต่อายุแค่ 13-14 ปี บอกเลยว่าแอบกลัว และแอบมีน้ำตาเล็กน้อย พอร่ำลาเตรียมตัวไปรอที่ gate ละเขึ้นตรียมตัวขึ้นไปนั่งบนเครื่องบินตื่นเต้นมาก ใช้เวลานั่งน่าจะประมาณ 10 ชั่วโมง พอลงจากเครื่องก็ต้องผ่านการตอบคำถามก่อนเข้าประเทศบอกเลยกังวลมากว่าจะตอบไม่ได้ เพราะกลัวใช้คำศัพท์ไม่ถูก 55 แต่ก็ผ่านมาได้ พอออกมาก็มาซื้อเน็ต ซื้อซิม และออกนอกสนามบิน บรรยากาศมันเย็นๆ แบบบอกไม่ถูก ชอบมากกเพราะที่ไทยร้อนน ละก็ได้เดินทางไปที่บ้าน host family ระหว่างทางมีธรรมชาติ ตึก บ้าน ถนน คือทุกอย่างเป็นระเบียบ ธรรมชาติ อากาศคือดีมากก ตื่นเต้น ตามภาษาเด็กคนหนึ่ง

          ช่วงการอยู่กับ host family(เป็นคนเอเชีย) วันแรกที่ได้เจอกันก็แอบเกร็ง และไม่รู้ว่าจะสื่อสารกับเขาได้แค่ไหน กลัวเขาไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องลองสักตั้ง แต่ก็ยังโชคดีที่ได้กินข้าวแทบทุกวันเได้ขาทำต้มยำกุ้งให้กินด้วย พอเห็นเราเป็นคนไทย เด็กตัวน้อยคนนึงได้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนกินข้าวอยู่บ้าน มีช้อน มีซ้อม ช่วงวันถัดมาก็ขอให้เขาพาไปดูโรงเรียนว่าการเดินทางไปยังไง อยู่ตรงไหน เพราะว่าเขาไม่ได้ไปส่งเราต้องเดินทางไปเอง เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ต้องใช้ routine แบบนี้เพราะอยู่ไทยครอบครัวไปส่ง โรงเรียนอยู่ในเมือง Auckland พอรู้สถานที่เรียนก็กลับดูว่าต้องลงตรงไหน

          ตอนนี้คือเริ่มต้นการใช้ชีวิตเองใน New Zealand ในทุกวันต้องตื่นประมาณ 6-7 โมงเช้าเพื่อที่จะออกไปรอรถและนั่งไปลงสถานีเพื่อเดินต่อไปเรียน วันแรกแอบกลัวว่าจะลงผิดไหม แต่ก็ทำได้ลงได้ถูกก็เดินไปเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะมีห้างที่ต้องลงบันไดเลื่อนไปจะเป็น supermarket คือของเยอะมากเดินเข้าทุกวัน ของที่ชอบซื้อคือ บราวนี่ 1$ อร่อยเลยหละะ กินทุกวัน พอไปถึงโรงเรียนภาษาก็มีการสอบวัดระดับแล้วก็แบ่งตาม ระดับภาษาแต่ละห้องคือจะเจอเพื่อนใหม่ๆ จากหลายชาติเลย ทั้งจีน เกาหลี ยุโรป ไทยก็มี การเรียนในแต่ละวันก็จะมีเวลาเช้า บ่าย ซึ่งสนุกมากไม่เครียดเลย ถึงแม้ว่าจะไม่เก่งภาษาแต่ Teacher คือใจดี ไม่กดดัน ตลกทุกคนน ในบางวันจะมีการพานักเรียนออกไปทำกิจกรรมข้างนอกเช่น พิพิธภัณฑ์ ทะเล กิจกรรมออกกำลังกาย ซึ่งมันทำให้เรารู้จักคนใหม่ๆเยอะมาก ในทุกครั้งที่เดินทางไปที่ต่างผู้คนนิวซีแลนด์ friendly ยิ้มแย้ม ทำให้รู้สึกดีมากไม่ว่าจะเป็นในเมืองหรือนอกเมือง อันนี้คือตอนที่ได้อยู่ในโรงเรียนภาษา ซึ่งความรู้สึกมันดีมากเป็นสถานที่ๆ อยากออกไปเรียนทุกวัน เรียนไม่เช้ามาก เลิกเร็ว เรียนเสร็จไปนั่งผ่อนคลายที่สวนสาธารณะ ธรรมชาติทำให้ผ่อนคลายได้จริงๆ สงบ ไม่วุ่นวาย ชอบที่สุด

          ในวันเสาร์ อาทิตย์สถาบันที่พาไปก็จะพาออกไปเที่ยว ที่แรกเป็นวัดที่อยู่บนภูเขาซึ่งนั่งรถไปค่อยข้างที่จะไกล แต่พอได้เห็นธรรมชาติ ต้นไม้ ท้องฟ้า แกะ(เยอะมาก) เขา ป่า มันผ่อนคลายมากเลยจริงๆ ในวันที่ฝนตกจะเย็นสดชื่น ปล่อยใจจอยๆ ที่ต่อมาสวนสัตว์เป็นที่ชอบมาก ได้เห็นนกฟามิงโก้ครั้งแรก เอาจริงตื่นเต้นกับสัตว์ทุกตัวเลยและยังมีไปสถานที่ถ่ายหนัง The lord of the rings คือสวยมากกบ้านหลังจิ๋ว ของจิ๋ว และมีที่อื่นๆอีกเยอะเลยยที่ถ้าบรรยายออกมาเป็นข้อความก็จะมีแต่คำว่าสวย

          ในความตื่นเต้นและมีความสุขแล้วตอนออกไปข้างนอกกับโรงเรียนและเพื่อนมันก็ต้องมีช่วงเวลาที่คิดถึงบ้าน ช่วงสัปดาห์ 1-3 บอกเลยถึงบ้านเข้าห้องร้องไห้ทุกคืน โทรหาครอบครัวให้ค้างสายนอนหลับ คิดถึงบ้านอะ ไม่เคยอยู่คนเดียวนานขนาดนี้ ภาษาก็ไม่แข็ง แต่คือเราเลือกอยากมาก็ต้องอยู่ให้ได้ บอกเลยว่าซึม แต่พอสัปดาห์สุดท้ายเท่านั้นละ ลั้นลาไม่ซึมใช้ชีวิต เพราะจะกลับแล้ววและไม่รู้ว่าจะได้มาอีกไหม อยากกินอะไรกิน อยากไปไหนไปและคุยกับผู้คนให้มากที่สุด มาทั้งทีต้องพูดอังกฤษให้เก่งขึ้น นั้นแหละคือจุดที่ทำให้เราเก่งอังกฤษขึ้นมาในการไปต่างประเทศครั้ง จนถึงตอนนี้ New Zealand ก็ยังคงเป็นประเทศแรก บ้านหลังแรกที่ได้ไปใช้ชีวิต เก็บประสบการณ์ ทำให้เรากล้าที่จะออกไปใช้ชีวิตมากขึ้น กล้าใช้ภาษามากขึ้น ถ้าถามว่ามีโอกาสอยากไปอีกมั้ย ตอบเลยว่าอยากและ New Zealand  ก็ยังเป็นตัวเลือกแรกเสมอที่จะกลับไปเที่ยว เรียน หรือ ใช้ชีวิต ตอนนี้ผ่านมาหลายปีมากจากประสบการณ์ครั้งนั้นละก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว ความฝันของเด็กคนนี้ก็ยังเหมือนเดิมคือการได้กลับไปที่แรกที่เราชอบ🩵
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่