“ยุคสั่งอย่างเดียวจบแล้ว” เมื่อ Gen Z ไม่ได้อยากมี ‘หัวหน้า’ แต่อยากมี ‘คนเข้าใจ’


ในวันที่องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายเรื่องการรักษาคนเก่งไว้ในบริษัท “คนรุ่นใหม่” กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้หลายองค์กรต้องกลับมาตั้งคำถามกับวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิมโดยเฉพาะคน Gen Z ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานเต็มรูปแบบ พร้อมแนวคิดที่แตกต่างจากคนรุ่นก่อนอย่างชัดเจน ทั้งเรื่อง Work-Life Balance ความยืดหยุ่น สุขภาพจิต และการทำงานที่มีความหมาย

พิณณภา อินทามระ อาจารย์พิเศษด้านอีเวนต์และการตลาด จาก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และ มหาวิทยาลัยศรีปทุม รวมถึงผู้บริหารบริษัท Savvy Way เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายองค์กรยังใช้วิธีบริหารทีมแบบ Top-Down หรือการสั่งการจากบนลงล่าง ซึ่งอาจไม่ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่อีกต่อไป

“ยุคนี้ เด็กไม่ได้อยากมีหัวหน้าที่คอยสั่งอย่างเดียว แต่เขาอยากทำงานกับคนที่เข้าใจเขามากกว่า”
พิณณภาระบุว่า จากประสบการณ์ที่ได้ทำงานกับคนรุ่นใหม่ทั้งในห้องเรียนและในองค์กร พบว่า Gen Z ไม่ได้ปฏิเสธการทำงานหนัก แต่กำลังปฏิเสธวัฒนธรรมการทำงานที่ทำให้พวกเขารู้สึกไม่มีคุณค่า หรือไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

จากoss” สู่ “Consultant”
หนึ่งในสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือมุมมองของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อ “ผู้นำ”ในอดีต หัวหน้าอาจหมายถึงคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจและสั่งการ แต่สำหรับ Gen Z ผู้นำที่ดี คือคนที่สามารถรับฟัง ให้คำปรึกษา และเปิดพื้นที่ให้ทีมได้แสดงความคิดเห็น

“เด็กยุคนี้กล้าคิด กล้าถาม และกล้าโต้แย้ง ถ้าองค์กรยังใช้ระบบที่ให้พูดได้ฝ่ายเดียว เด็กเก่งๆ จะเลือกเดินออกมากกว่า”
เธอมองว่า ผู้นำยุคใหม่จำเป็นต้องลดกำแพงอำนาจลง และเปลี่ยนบทบาทจาก Boss มาเป็น Consultant หรือ Mentor มากขึ้น เพราะความคิดสร้างสรรค์จะไม่เกิดขึ้นในองค์กรที่เต็มไปด้วยความกลัว ให้อิสระได้ แต่ต้องชัดเจนอีกหนึ่งเรื่องที่องค์กรกำลังปรับตัว คือแนวคิดเรื่อง “ความยืดหยุ่น” ในการทำงาน

พิณณภามองว่า Gen Z ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการนั่งทำงานครบเวลาเหมือนคนรุ่นก่อน แต่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของผลงาน” มากกว่า

“หลายคนยังคิดว่าเด็กอยากสบาย แต่จริงๆ เขาแค่อยากทำงานแบบที่มีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับระบบที่ไม่จำเป็น”
อย่างไรก็ตาม เธอระบุว่า การให้อิสระไม่ได้หมายถึงการปล่อยทุกอย่างตามใจ แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน และมีระบบ Feedback ที่ตรงไปตรงมา

“ถ้างานไม่ถึงมาตรฐาน ก็ต้องพูดตรงๆ เพราะสิ่งที่เด็กยุคนี้ไม่ชอบที่สุด คือความไม่ชัดเจน”
Mental Health และ Purpose กลายเป็นปัจจัยสำคัญ นอกจากเรื่องรูปแบบการทำงานแล้ว คนรุ่นใหม่ยังให้ความสำคัญกับเรื่อง Mental Health และ Purpose ในการทำงานมากขึ้น

พิณณภามองว่า Gen Z เติบโตมาในยุคที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ทั้งเศรษฐกิจ การแข่งขัน และแรงกดดันจากสังคมออนไลน์ ทำให้พวกเขาให้คุณค่ากับสมดุลชีวิตมากกว่าคนรุ่นก่อน

“องค์กรที่ยังมองว่าเรื่องสุขภาพจิตเป็นเรื่องเล็ก อาจจะรักษาคนเก่งไว้ยากขึ้นเรื่อยๆ”
ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่ยังต้องการทำงานที่มีความหมาย และอยากรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำกำลังสร้างผลกระทบอะไรให้กับองค์กรหรือสังคม

“เด็กไม่ได้อยากเป็นแค่พนักงาน แต่เขาอยากรู้ว่าสิ่งที่ทำ มีคุณค่ากับใคร”
ท้ายที่สุด พิณณภามองว่า การบริหารทีม Gen Z ไม่ใช่เรื่องของการตามใจคนรุ่นใหม่ แต่คือการยอมรับว่าโลกการทำงานกำลังเปลี่ยนไป และองค์กรที่ยังยึดติดกับวัฒนธรรมการทำงานแบบเดิม อาจกำลังสูญเสียทั้งคนเก่ง ความคิดสร้างสรรค์ และโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่