ลุงสารภาพย่ำยีหลานสาวจนต้องแท้ง โยนบาปเหยื่อแต่งตัวไม่มิดชิด
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนใจสังคม กรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ถูกลุงแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราอย่างมาราธอนถึง 6 ครั้ง พร้อมขู่ฆ่ายกครัว และยังถูกตาแท้ๆ ร่วมล่วงละเมิดทางเพศด้วยการทำอนาจาร เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จนกระทั่งหลานสาวทนไม่ไหว แอบเขียนจดหมายลับบอกแม่และตรวจพบว่าตั้งครรภ์ นำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถบุกรวบตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายไว้ได้แล้ว คือ นายสุพัฒน์ อายุ 38 ปี (ลุง) และ นายสุวิทย์ (ตา) จากการจับกุมยังตรวจพบว่าผู้ต้องหามีปัสสาวะเป็นสีม่วงจากการเสพยาเสพติดอีกด้วย สลดซ้ำซ้อนเมื่อ นายสุพัฒน์ (ลุง) เปิดปากรับสารภาพด้วยถ้อยคำปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าที่ทำไปเพราะเห็นหลานสาวแต่งตัวไม่มิดชิดจนเกิดอารมณ์ทางเพศ แต่บิดพลิ้วว่าลงมือข่มขืนไปเพียง 3 ครั้ง ไม่ใช่ 6 ครั้งตามที่ผู้เสียหายระบุ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาหนักกับนายสุพัฒน์ ฐานข่มขืนกระทำชำเราฯ และพรากผู้เยาว์ฯ ส่วนนายสุวิทย์ (ตา) ถูกแจ้งข้อหากระทำอนาจารฯ ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ด้าน น.ส.สวย อายุ 38 ปี มารดาของผู้เสียหาย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วยความอัดอั้นว่า รู้สึกโล่งใจที่ตำรวจลากคอทั้งสองคนเข้าคุก ลูกสาวจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง สำหรับตนเองนั้นอโหสิกรรมให้เพื่อไม่ให้มีเวรกรรมต่อกัน แต่จะไม่มีวันให้อภัยและไม่ขอไปเยี่ยมที่เรือนจำอย่างเด็ดขาด และนับจากนี้ไม่ขอเลื่อยนับญาติกับทั้งสองคนอีกต่อไป
น.ส.สวย เล่าทั้งน้ำตาถึงอาการของลูกสาวว่า หลังจากพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างละเอียด แพทย์ยืนยันว่าลูกสาวตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนจริง และเพื่อสวัสดิภาพทางกายและจิตใจของเด็ก แพทย์จึงได้ทำการยุติการตั้งครรภ์ให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลโดยมีตนและยายสลับกันเฝ้าไข้
อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของครอบครัวนี้หลังเกิดเรื่องต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส น.ส.สวย ตัดพ้อว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงเพียงวันละ 300 บาท เมื่อต้องหยุดงานมาดูแลลูกสาวนานกว่า 5 วัน ทำให้ขาดรายได้จุนเจือครอบครัวอย่างสิ้นเชิง จนล่าสุดบ้านพักถูกสั่งตัดน้ำและตัดไฟแล้ว ซ้ำร้ายตนยังต้องตัดใจนำรถจักรยานยนต์ที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินเพียงชิ้นเดียว ไปจำนำในราคา 1,000 บาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่าเดินทางและค่ากินอยู่ประทังชีวิตในโรงพยาบาล วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจและชีวิตความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกเป็นการด่วน
ที่มา - Bright TV
เด็กมันยั่วเลยหลวมตัวไปหน่อย ลุงแท้ๆข่มขืนหลานสาวจนท้อง แต่กลับอ้างว่าหลานแต่งตัวยั่วยวนจนเกิดอารมณ์ทางเพศ
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนใจสังคม กรณี น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ถูกลุงแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเราอย่างมาราธอนถึง 6 ครั้ง พร้อมขู่ฆ่ายกครัว และยังถูกตาแท้ๆ ร่วมล่วงละเมิดทางเพศด้วยการทำอนาจาร เหตุเกิดในพื้นที่ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จนกระทั่งหลานสาวทนไม่ไหว แอบเขียนจดหมายลับบอกแม่และตรวจพบว่าตั้งครรภ์ นำมาสู่การแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสามารถบุกรวบตัวผู้ก่อเหตุทั้งสองรายไว้ได้แล้ว คือ นายสุพัฒน์ อายุ 38 ปี (ลุง) และ นายสุวิทย์ (ตา) จากการจับกุมยังตรวจพบว่าผู้ต้องหามีปัสสาวะเป็นสีม่วงจากการเสพยาเสพติดอีกด้วย สลดซ้ำซ้อนเมื่อ นายสุพัฒน์ (ลุง) เปิดปากรับสารภาพด้วยถ้อยคำปัดความรับผิดชอบ อ้างว่าที่ทำไปเพราะเห็นหลานสาวแต่งตัวไม่มิดชิดจนเกิดอารมณ์ทางเพศ แต่บิดพลิ้วว่าลงมือข่มขืนไปเพียง 3 ครั้ง ไม่ใช่ 6 ครั้งตามที่ผู้เสียหายระบุ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหาหนักกับนายสุพัฒน์ ฐานข่มขืนกระทำชำเราฯ และพรากผู้เยาว์ฯ ส่วนนายสุวิทย์ (ตา) ถูกแจ้งข้อหากระทำอนาจารฯ ก่อนควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
ด้าน น.ส.สวย อายุ 38 ปี มารดาของผู้เสียหาย เปิดเผยต่อสื่อมวลชนด้วยความอัดอั้นว่า รู้สึกโล่งใจที่ตำรวจลากคอทั้งสองคนเข้าคุก ลูกสาวจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง สำหรับตนเองนั้นอโหสิกรรมให้เพื่อไม่ให้มีเวรกรรมต่อกัน แต่จะไม่มีวันให้อภัยและไม่ขอไปเยี่ยมที่เรือนจำอย่างเด็ดขาด และนับจากนี้ไม่ขอเลื่อยนับญาติกับทั้งสองคนอีกต่อไป
น.ส.สวย เล่าทั้งน้ำตาถึงอาการของลูกสาวว่า หลังจากพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลอย่างละเอียด แพทย์ยืนยันว่าลูกสาวตั้งครรภ์จากการถูกข่มขืนจริง และเพื่อสวัสดิภาพทางกายและจิตใจของเด็ก แพทย์จึงได้ทำการยุติการตั้งครรภ์ให้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้นอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลโดยมีตนและยายสลับกันเฝ้าไข้
อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมของครอบครัวนี้หลังเกิดเรื่องต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแสนสาหัส น.ส.สวย ตัดพ้อว่า ตนเองมีอาชีพรับจ้างทั่วไป ได้ค่าแรงเพียงวันละ 300 บาท เมื่อต้องหยุดงานมาดูแลลูกสาวนานกว่า 5 วัน ทำให้ขาดรายได้จุนเจือครอบครัวอย่างสิ้นเชิง จนล่าสุดบ้านพักถูกสั่งตัดน้ำและตัดไฟแล้ว ซ้ำร้ายตนยังต้องตัดใจนำรถจักรยานยนต์ที่เป็นเครื่องมือทำมาหากินเพียงชิ้นเดียว ไปจำนำในราคา 1,000 บาท เพื่อนำเงินมาเป็นค่าเดินทางและค่ากินอยู่ประทังชีวิตในโรงพยาบาล วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือเยียวยาสภาพจิตใจและชีวิตความเป็นอยู่ของสองแม่ลูกเป็นการด่วน
ที่มา - Bright TV