ปกติชอบวิ่ง ออกกำลังกายแต่ เริ่มปวดคอปวดบ่าเพราะใข้มือถือ ปวดมากขึ้น เลยไปออกกำลังกายยืดเหยียด ทำโยคะเอง ดีขึ้น แต่เราก็ไม่ได้ทำสม่ำเสมอ ทำแค่ตอนปวดคอ บ่า พอดีขึ้นก็ก้มหน้าใช้มือถือต่อไป แล้วก็มีไปวิ่งออกกำลังกายด้วย ก็ดีขึ้น แล้วก็ยังใช้มือถืออยู่
หลังจากปวดได้ 2 เดือนชักไม่ไหวไปหาหมอเราหยุดใช้มือถือไปเลย หมอกระดูกตรวจ ตอนแรกให้กินยาแก้ปวดก่อน
NSAIDs (เอ็นเสด) ย่อมาจาก
Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือเรียกภาษาไทยว่า
"กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไ
ม่ใช่สเตียรอยด์แต่ก็ปวดเรื้อรังไม่หายมา 3 เดือนแล้ว หมอจึงส่งไปทาง MRI ปรากฏว่า หมอนรองกระดูกคอเสื่อม แต่หมอบอกเสื่อมไม่มาก คนเสื่อมมากกว่าเราที่ไม่ปวดก็มีแล้วแต่ละคนเลยค่ะ และของเราไม่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาทด้วย ฟังดูดีนะคะ แต่อาการปวดหนักตลอดเวลา นอนลงหมอนไม่ได้ ทำท่าไหนก็ปวด ตอนแรกติดว่าแค่นอนตกหมอนถ้าใครไม่เคยเป็นอาจคิดว่าหมอนไม่ดีเราก็เปลี่ยนหมอนไปหลายใบก็ยังปวดมากเหมือนเดิม
เราต้องร้องไห้ทุกวันเพราะทรมานมากอยากจะฆ่าตัวตาย ยาที่เรากินหมอก็บอกว่าอยากให้หยุดกินได้แล้วเพราะมันมีผลกับไต
เรามีกินยาที่มีส่วนผสมของกัญชาด้วยตอนแรกได้ผลดีแต่ตอนหลังชักไม่ได้ผล
ต่อมาเราถึงขั้นว่าไปฉีดยามอร์ฟีนตอนกลางคืนตอนตี 3 ทุก 3 วัน มันไม่ไหวแล้วต้องหลับท่ายืน และท้อมาก คิดฆ่าตัวตายเลยค่ะ
ถึงกับสั่งเสียลูกชาย
เราไปกายภาพบำบัดสองอาทิตย์ครั้ง แทบไม่ช่วยอะไรเลย
แล้วหมอก็เปลี่ยนให้ยาเป็นกลุ่มยาต้านเศร้าที่มีฤทธิ์แก้ปวดได้ด้วย และเราก็ตัดสินใจซื้อคอร์สกายภาพบำบัดใกล้บ้านจะได้กายภาพได้ถี่ขึ้นยาที่เปลี่ยนมาดีมาก รู้สึกดีขึ้นใช้ชีวิตได้แล้วสามารถทำท่าโยคะได้ ซึ่งตอนช่วงปวดหนักๆจะออกกำลังกายอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
เราไปสมัครเรียนโดยคะเลยอาการดีขึ้นมาก
แต่หมอบอกเป็นแล้วมันจะกลับมาเป็นซ้ำได้ ถ้าเราใช้มือถืออีก ตอนนี้ใช้น้อยลงมาก
ไม่เคยคิดเลยค่ะว่า การปวดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอักเสบจะทรมานมาก
เดี๋ยวนี้เห็นเด็กๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นติดมือถืออยากจะเข้าไปเตือน สมัยนี้ใช้มือถือตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบไม่รู้โตมาหมอนรองคอจะเสื่อมไวกว่าเราขนาดไหน
*สรุปเราใช้เวลาเริ่มปวดจนอยากฆ่าตัวตายแต่ 3 เดือนมันทรุดเร็วมาก และตอนนี้รักษาเข้าปีที่สองแล้วค่ะ ยังมีปวดอยู่ บางวันก็ไม่ปวดเลย เราไปฟิตเนสบ่อยช่วยได้เยอะประกอบกับใช้เครื่องกายภาพค่ะ
อยากเตือนคุณแม่คุณพ่อเรื่องลูกๆที่ใช้มือถือ ภัยเงียบจริงๆค่ะ
หลังจากปวดได้ 2 เดือนชักไม่ไหวไปหาหมอเราหยุดใช้มือถือไปเลย หมอกระดูกตรวจ ตอนแรกให้กินยาแก้ปวดก่อนNSAIDs (เอ็นเสด) ย่อมาจาก Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs หรือเรียกภาษาไทยว่า "กลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์แต่ก็ปวดเรื้อรังไม่หายมา 3 เดือนแล้ว หมอจึงส่งไปทาง MRI ปรากฏว่า หมอนรองกระดูกคอเสื่อม แต่หมอบอกเสื่อมไม่มาก คนเสื่อมมากกว่าเราที่ไม่ปวดก็มีแล้วแต่ละคนเลยค่ะ และของเราไม่มีหมอนรองกระดูกปลิ้นไปทับเส้นประสาทด้วย ฟังดูดีนะคะ แต่อาการปวดหนักตลอดเวลา นอนลงหมอนไม่ได้ ทำท่าไหนก็ปวด ตอนแรกติดว่าแค่นอนตกหมอนถ้าใครไม่เคยเป็นอาจคิดว่าหมอนไม่ดีเราก็เปลี่ยนหมอนไปหลายใบก็ยังปวดมากเหมือนเดิม
เราต้องร้องไห้ทุกวันเพราะทรมานมากอยากจะฆ่าตัวตาย ยาที่เรากินหมอก็บอกว่าอยากให้หยุดกินได้แล้วเพราะมันมีผลกับไต
เรามีกินยาที่มีส่วนผสมของกัญชาด้วยตอนแรกได้ผลดีแต่ตอนหลังชักไม่ได้ผล
ต่อมาเราถึงขั้นว่าไปฉีดยามอร์ฟีนตอนกลางคืนตอนตี 3 ทุก 3 วัน มันไม่ไหวแล้วต้องหลับท่ายืน และท้อมาก คิดฆ่าตัวตายเลยค่ะ
ถึงกับสั่งเสียลูกชาย
เราไปกายภาพบำบัดสองอาทิตย์ครั้ง แทบไม่ช่วยอะไรเลย
แล้วหมอก็เปลี่ยนให้ยาเป็นกลุ่มยาต้านเศร้าที่มีฤทธิ์แก้ปวดได้ด้วย และเราก็ตัดสินใจซื้อคอร์สกายภาพบำบัดใกล้บ้านจะได้กายภาพได้ถี่ขึ้นยาที่เปลี่ยนมาดีมาก รู้สึกดีขึ้นใช้ชีวิตได้แล้วสามารถทำท่าโยคะได้ ซึ่งตอนช่วงปวดหนักๆจะออกกำลังกายอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
เราไปสมัครเรียนโดยคะเลยอาการดีขึ้นมาก
แต่หมอบอกเป็นแล้วมันจะกลับมาเป็นซ้ำได้ ถ้าเราใช้มือถืออีก ตอนนี้ใช้น้อยลงมาก
ไม่เคยคิดเลยค่ะว่า การปวดกล้ามเนื้อและเส้นประสาทอักเสบจะทรมานมาก
เดี๋ยวนี้เห็นเด็กๆลูกๆหลานๆวัยรุ่นติดมือถืออยากจะเข้าไปเตือน สมัยนี้ใช้มือถือตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบไม่รู้โตมาหมอนรองคอจะเสื่อมไวกว่าเราขนาดไหน
*สรุปเราใช้เวลาเริ่มปวดจนอยากฆ่าตัวตายแต่ 3 เดือนมันทรุดเร็วมาก และตอนนี้รักษาเข้าปีที่สองแล้วค่ะ ยังมีปวดอยู่ บางวันก็ไม่ปวดเลย เราไปฟิตเนสบ่อยช่วยได้เยอะประกอบกับใช้เครื่องกายภาพค่ะ