AI รอบนี้ไม่ได้วิ่งมั่ว เงินกำลังไหลตาม “คอขวด” ใครอ่านเกมทัน ได้เปรียบก่อน

▍AI รอบนี้ไม่ได้วิ่งมั่ว
เงินกำลังไหลตาม “คอขวด” ใครอ่านเกมทัน ได้เปรียบก่อน

รอบกระทิงของหุ้น AI ในสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกกลุ่ม และเงินไม่ได้ไหลเข้าทุกหุ้นที่แปะคำว่า AI แบบสุ่ม แต่กำลังค่อย ๆ วิ่งไปตามห่วงโซ่โครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ชิป หน่วยความจำ ระบบส่งข้อมูล ศูนย์ข้อมูล ไฟฟ้า โครงข่าย พลังงาน วัตถุดิบ ไปจนถึงหุ่นยนต์และกลาโหม

คนที่เข้าใจว่าเงินกำลังหมุนไปชั้นไหน มักได้เปรียบกว่าคนที่รอให้หุ้นขึ้นไปหลายร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วค่อยเริ่มเชื่อ เพราะในตลาดหุ้น คนที่เห็นภาพก่อนมักได้ต้นทุนดีกว่า ส่วนคนที่เห็นภาพทีหลังมักกลายเป็นคนรับของต่อ

▍คลื่นแรก ชิปคือจุดเริ่มต้นของ AI

คลื่นแรกของ AI เริ่มจากกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์อย่าง $NVDA, $AMD, $AVGO และ $ARM เพราะถ้าไม่มีชิป ก็ไม่มี AI

NVIDIA กลายเป็นสัญลักษณ์ของรอบนี้ เพราะ GPU คือหัวใจของการฝึกและใช้งานโมเดล AI ขนาดใหญ่ ตั้งแต่ ChatGPT จุดกระแสโลก นักลงทุนก็เริ่มเข้าใจว่า AI ไม่ได้เกิดจากซอฟต์แวร์ลอย ๆ แต่มันต้องมีเครื่องคำนวณขนาดมหาศาลอยู่เบื้องหลัง

NVIDIA จึงเปลี่ยนจากหุ้นชิปในสายตาคนทั่วไป กลายเป็นบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่สำคัญที่สุดของโลก ขณะที่ AMD ได้แรงหนุนจากความต้องการตัวเลือกแทน NVIDIA, Broadcom ได้แรงหนุนจากชิปเฉพาะทางและระบบเชื่อมต่อ ส่วน ARM ได้แรงหนุนจากสถาปัตยกรรมชิปที่อยู่ในอุปกรณ์จำนวนมาก

แต่คลื่นแรกนี้คนส่วนใหญ่กินได้น้อย เพราะหลายคนเห็น NVIDIA ขึ้นแล้วไม่กล้าซื้อ รอให้ย่อ แต่หุ้นไม่ย่อ พอเริ่มเชื่อ ราคาก็ไปไกลแล้ว นี่คือธรรมชาติของคลื่นแรก มันเกิดตอนที่คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าธีมนี้ใหญ่แค่ไหน

▍คลื่นสอง หน่วยความจำกลายเป็นคอขวดใหญ่

เมื่อชิป AI โตแรง ตลาดก็เริ่มเห็นคอขวดถัดไป นั่นคือหน่วยความจำ กลุ่มที่ถูกดึงกลับมาสนใจคือ $MU, $WDC, $STX และ $SNDK

AI ต้องใช้พลังประมวลผลสูงมาก แต่พลังประมวลผลอย่างเดียวไม่พอ เพราะชิปต้องมีข้อมูลป้อนเข้าไปตลอดเวลา ถ้าหน่วยความจำไม่เร็วพอ ไม่ใหญ่พอ หรือส่งข้อมูลไม่ทัน GPU ก็ทำงานได้ไม่เต็มกำลัง

นี่คือเหตุผลที่ HBM หรือหน่วยความจำความเร็วสูง กลายเป็นของจำเป็นในยุค AI และทำให้ Micron, SK hynix และ Samsung ถูกตลาดกลับมาให้มูลค่าใหม่ จากเดิมหุ้นหน่วยความจำถูกมองเป็นหุ้นวัฏจักรที่ขึ้นลงตามรอบราคา DRAM วันนี้ตลาดเริ่มมองว่าหน่วยความจำคือโครงสร้างพื้นฐานของ AI โดยตรง

HBM ขาดแคลน กำลังผลิตถูกจองยาว ราคาปรับขึ้น และลูกค้ารายใหญ่ยอมจ่าย เพราะถ้าไม่มีหน่วยความจำที่เร็วพอ ก็สร้างศูนย์ข้อมูล AI ที่สมบูรณ์ไม่ได้ นี่คือคลื่นที่สองของ AI แต่วันนี้ตลาดเริ่มรู้เรื่องนี้กันมากขึ้นแล้ว หุ้นหลายตัวขึ้นมามาก จึงต้องระวังว่าธีมที่เคยถูกมองข้าม กำลังกลายเป็นธีมที่คนทั้งตลาดรู้แล้ว

▍คลื่นสาม เมื่อ AI ต้องใช้ “แสง” ส่งข้อมูล

เมื่อมี GPU แล้ว มีหน่วยความจำแล้ว คอขวดต่อไปคือการส่งข้อมูล กลุ่มที่เริ่มถูกตลาดไล่ราคาคือ $AAOI, $LITE, $COHR, $CIEN และ $MRVL

ศูนย์ข้อมูล AI ไม่ได้มีชิปตัวเดียวทำงานลำพัง แต่มันคือเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่มี GPU จำนวนมหาศาลเชื่อมต่อกัน ข้อมูลต้องวิ่งระหว่างชิป ระหว่างเซิร์ฟเวอร์ ระหว่างแร็ก และระหว่างศูนย์ข้อมูล

เมื่อปริมาณข้อมูลใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สายทองแดงแบบเดิมเริ่มไม่พอ แสงจึงกลายเป็นคำตอบ และทำให้กลุ่มโมดูลแสง ระบบส่งข้อมูลด้วยแสง และเครือข่ายความเร็วสูงเริ่มระเบิดตามมา

หลายคนเพิ่งมารู้ทีหลังว่า AI ไม่ได้ต้องการแค่ GPU แต่มันต้องการทางด่วนข้อมูล ถ้าข้อมูลวิ่งไม่เร็วพอ ทั้งระบบก็ช้า หุ้นอย่าง AAOI, LITE, COHR และผู้เล่นด้านการเชื่อมต่อด้วยแสงจึงกลายเป็นผู้ชนะรอบใหม่ บางตัวขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ในปีเดียว

บทเรียนสำคัญคือ เวลาธีมใหญ่เกิดขึ้น อย่ามองแค่ผู้ชนะชั้นแรก แต่ต้องถามต่อว่า ถ้าชั้นแรกโต คอขวดถัดไปอยู่ตรงไหน

▍คลื่นปัจจุบัน ศูนย์ข้อมูลและพลังคำนวณกำลังร้อนที่สุด

หลังจากชิป หน่วยความจำ และระบบส่งข้อมูลขึ้นมาแล้ว คลื่นที่กำลังร้อนที่สุดคือกลุ่มพลังคำนวณและศูนย์ข้อมูล เช่น $IREN, $CORZ, $WULF, $NBIS และ $CRWV

ศูนย์ข้อมูล AI คือสัตว์ประหลาดที่กินไฟ กินชิป กินพื้นที่ และกินเงินลงทุนมหาศาล บริษัท AI ต้องการพลังคำนวณเพิ่ม บริษัทเทคยักษ์ใหญ่ต้องการศูนย์ข้อมูลเพิ่ม โมเดลใหญ่ขึ้น ผู้ใช้มากขึ้น AI Agent ใช้คำสั่งมากขึ้น และวิดีโอ AI ใช้พลังคำนวณมากขึ้น

ทั้งหมดนี้ทำให้พลังคำนวณกลายเป็นทรัพยากรสำคัญของยุค AI ใครมีศูนย์ข้อมูล ใครมีไฟ ใครมี GPU ใครมีสัญญาระยะยาว ใครเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเดิมมาใช้กับ AI ได้ ตลาดก็เริ่มเข้าไปไล่ราคา

นี่คือเหตุผลที่หุ้นศูนย์ข้อมูล ผู้ให้บริการพลังคำนวณ และบางบริษัทที่เคยอยู่ในสายเหมืองบิตคอยน์ ถูกตลาดนำกลับมาตีความใหม่ จากเดิมเป็นหุ้นคริปโต วันนี้ถูกมองเป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน AI

แต่เมื่อเงินเริ่มแห่เข้าไปแรงมาก คำถามต่อไปคือ คลื่นถัดไปจะอยู่ตรงไหน เพราะคนที่ไล่ซื้อหลังจากเงินเข้าไปเต็มแล้ว มักได้ต้นทุนไม่ดี

▍คลื่นถัดไป ไฟฟ้าคือข้อจำกัดที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน

ถ้าศูนย์ข้อมูล AI คือสัตว์ประหลาด สิ่งที่มันกินหนักที่สุดคือไฟฟ้า กลุ่มที่เริ่มน่าสนใจคือ $VRT, $ETN, $CEG, $SMR และ $OKLO

ศูนย์ข้อมูล AI ใช้ไฟมากกว่าศูนย์ข้อมูลทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อบริษัทเทคยักษ์ใหญ่เร่งสร้างศูนย์ข้อมูล ปัญหาไม่ได้อยู่ที่มีเงินพอหรือไม่ แต่อยู่ที่หาไฟได้พอหรือไม่ ต่อเข้าระบบไฟได้เร็วแค่ไหน โครงข่ายไฟรับไหวหรือเปล่า หม้อแปลงพอไหม ระบบระบายความร้อนพร้อมหรือไม่ และแหล่งพลังงานเสถียรแค่ไหน

นี่คือเหตุผลที่กลุ่มไฟฟ้า โครงข่ายไฟ อุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบจัดการพลังงาน ระบบระบายความร้อน และนิวเคลียร์เริ่มน่าสนใจมาก Vertiv เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูลและระบบระบายความร้อน Eaton เกี่ยวกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบจัดการพลังงาน Constellation Energy เกี่ยวกับไฟฟ้าและนิวเคลียร์ ส่วน SMR และ OKLO อยู่ในธีมนิวเคลียร์รุ่นใหม่

ถ้า AI ต้องใช้ไฟเพิ่มต่อเนื่อง กลุ่มนี้อาจกลายเป็นอีกชั้นของผู้ชนะ โดยเฉพาะนิวเคลียร์ที่เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะให้ไฟต่อเนื่องและปล่อยคาร์บอนต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทเทคต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ

▍คลื่นถัดไป เครือข่ายคือถนนของเมือง AI

ถ้าศูนย์ข้อมูล AI คือเมืองขนาดยักษ์ เครือข่ายก็คือถนนทั้งหมดในเมืองนั้น กลุ่มที่ควรจับตาคือ $ANET, $AVGO, $MRVL และ $CSCO

GPU ต้องคุยกับ GPU เซิร์ฟเวอร์ต้องคุยกับเซิร์ฟเวอร์ แร็กต้องคุยกับแร็ก และศูนย์ข้อมูลต้องคุยกับศูนย์ข้อมูล เมื่อระบบใหญ่ขึ้น คอขวดไม่ได้อยู่แค่ชิป แต่ไปอยู่ที่การส่งข้อมูลภายในระบบ

Arista เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญด้านเครือข่ายศูนย์ข้อมูล Broadcom ได้ประโยชน์จากชิปเครือข่ายและชิปเฉพาะทาง Marvell อยู่ในสายโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและการเชื่อมต่อ ส่วน Cisco แม้ถูกมองเป็นบริษัทเก่า แต่ยังอยู่ในโลกเครือข่ายองค์กรและศูนย์ข้อมูล

หลายคนมองแต่ GPU Rack แต่มองข้ามว่า Rack เหล่านั้นต้องเชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายที่เร็วและเสถียรมาก ถ้า AI Cluster ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เงินลงทุนในระบบเครือข่ายก็ต้องใหญ่ขึ้นตาม

▍คลื่นถัดไป วัตถุดิบคือฐานล่างสุดของ AI

กลุ่มวัตถุดิบอาจดูไม่เท่เหมือนหุ้นชิป แต่ถ้ามองให้ลึก AI Hardware ต้องใช้วัตถุดิบจำนวนมหาศาล กลุ่มที่น่าจับตาคือ $MP, $FCX, $AA และ $UUUU

ทองแดงใช้ในสายไฟ ระบบส่งไฟ หม้อแปลง ศูนย์ข้อมูล และโครงข่ายไฟ อะลูมิเนียมใช้ในโครงสร้าง อุปกรณ์ และระบบอุตสาหกรรม แร่หายากใช้ในแม่เหล็ก มอเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และระบบพลังงานบางประเภท ส่วนยูเรเนียมเกี่ยวข้องกับธีมนิวเคลียร์ หากไฟฟ้าจากนิวเคลียร์กลับมาเป็นแกนสำคัญของศูนย์ข้อมูล

นักลงทุน AI ส่วนใหญ่มักมองชิป ซอฟต์แวร์ และศูนย์ข้อมูล แต่วัตถุดิบคือชั้นล่างสุดของทุกอย่าง ถ้าไม่มีทองแดง ก็ขยายโครงข่ายไฟยาก ถ้าไม่มีแร่สำคัญ ก็ขยายอุปกรณ์บางประเภทได้ยาก ถ้าไม่มีพลังงานเสถียร ก็สร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้ยาก

นี่คือกลุ่มที่อาจยังเงียบที่สุดในตอนนี้ แต่ถ้าเงินเริ่มไหลเข้า อาจวิ่งแรง เพราะฐานความคาดหวังยังต่ำกว่ากลุ่มที่ตลาดไล่ราคากันไปแล้ว

▍คลื่นถัดไป หุ่นยนต์คือ AI ที่เดินออกจากหน้าจอ

AI รอบแรกอยู่ในคลาวด์ แต่ AI รอบต่อไปจะค่อย ๆ เดินออกมาสู่โลกจริง กลุ่มที่เกี่ยวข้องคือ $TSLA, $SYM และ $SERV

ถ้า AI มีสมองแล้ว ขั้นต่อไปคือการมีร่างกาย โรงงานอัตโนมัติ คลังสินค้าอัตโนมัติ หุ่นยนต์ส่งของ หุ่นยนต์บริการ รถยนต์ไร้คนขับ และหุ่นยนต์มนุษย์ ล้วนต้องใช้ AI, เซ็นเซอร์, ชิป, แบตเตอรี่, มอเตอร์, ซอฟต์แวร์ และข้อมูลจากโลกจริง

Tesla ถูกโยงกับ Optimus และระบบขับขี่อัตโนมัติ Symbotic อยู่ในระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ ส่วน Serve Robotics อยู่ในหุ่นยนต์ส่งของ

กลุ่มนี้ยังเร็ว ยังเสี่ยง และหลายบริษัทยังมีรายได้ไม่แน่นอน แต่ทิศทางระยะยาวชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่า AI จะไม่หยุดอยู่แค่หน้าจอ แต่มันจะเข้าไปอยู่ในเครื่องจักรที่ทำงานในโลกจริง

▍คลื่นถัดไป กลาโหมคือ AI ที่มีงบประมาณหนุนหลัง

อีกธีมที่ไม่ควรมองข้ามคือ AI กับกลาโหม เพราะสองสิ่งนี้มีจุดร่วมสำคัญคือ งบประมาณมักไม่ขาด กลุ่มที่เกี่ยวข้องคือ $KTOS, $AVAV และ $LMT

กองทัพต้องการโดรน ระบบตรวจจับ ระบบสื่อสาร ระบบป้องกันภัย ซอฟต์แวร์วิเคราะห์สนามรบ อาวุธอัตโนมัติ ระบบจำลองสถานการณ์ และข้อมูลข่าวกรองที่ใช้ AI ช่วยตัดสินใจ

Kratos เกี่ยวข้องกับระบบโดรนและเทคโนโลยีป้องกันประเทศ AeroVironment เด่นด้านโดรน ส่วน Lockheed Martin คือยักษ์ใหญ่กลาโหมดั้งเดิม

เมื่อ AI ผสมกับกลาโหม สิ่งที่เกิดขึ้นคือการยกระดับงบประมาณด้านเทคโนโลยีทางทหาร โลกที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น ทำให้ธีมนี้แข็งมาก และถ้า AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามยุคใหม่จริง กลุ่มกลาโหมอาจกลายเป็นหุ้นเทคโนโลยีอีกรูปแบบหนึ่ง

▍บทเรียนของรอบนี้ เงินไหลตามคอขวด

รอบนี้สอนนักลงทุนชัดมากว่า เงินไม่ได้หยุดอยู่ที่หุ้นตัวแรกที่ชนะ แต่มันไหลต่อไปตามคอขวดของระบบ ตอนแรกคอขวดคือ GPU ต่อมาคือหน่วยความจำ ต่อมาคือระบบส่งข้อมูลด้วยแสง ตอนนี้คือพลังคำนวณและศูนย์ข้อมูล ถัดไปอาจเป็นไฟฟ้า เครือข่าย วัตถุดิบ หุ่นยนต์ และกลาโหม

วิธีคิดที่สำคัญคือ อย่าถามแค่ว่าหุ้นตัวไหนขึ้นแล้ว แต่ต้องถามว่าถ้าธีมนี้โตต่อ คอขวดถัดไปอยู่ตรงไหน

AI ไม่ได้เป็นแค่แอป แต่มันคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งระบบ ตั้งแต่ชิปในเครื่อง ไปจนถึงไฟฟ้าที่ป้อนศูนย์ข้อมูล ตั้งแต่หน่วยความจำ ไปจนถึงสายไฟเบอร์ ตั้งแต่เซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงทองแดงและยูเรเนียม ตั้งแต่คลาวด์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ในโลกจริง

นี่คือเหตุผลที่โอกาสไม่ได้มีแค่ NVIDIA และก็ไม่ได้แปลว่าทุกหุ้นที่มีคำว่า AI จะขึ้นหมด

▍ระวังการไล่ซื้อปลายรอบ

ประโยคสำคัญที่สุดคือ คนที่ไล่ตามราคาหลังจากหุ้นวิ่งไปหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ มักกลายเป็นคนรับความเสี่ยงแทนคนที่เข้าก่อน

$AAOI ขึ้นเกือบพันเปอร์เซ็นต์ ส่วน $LITE และ $COHR ก็ขึ้นหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าธุรกิจไม่ดี แต่แปลว่าราคาอาจสะท้อนความคาดหวังไปมากแล้ว

นักลงทุนที่ดีไม่จำเป็นต้องขึ้นทุกขบวน บางครั้งสิ่งที่ควรทำคือถามว่า ขบวนถัดไปกำลังจอดอยู่ตรงไหน กลุ่มไหนยังถูกมองข้าม กลุ่มไหนมีเหตุผลรองรับ กลุ่มไหนยังไม่ถูกเงินเก็งกำไรดันจนแพงเกินไป และกลุ่มไหนถ้า AI โตต่อ จะกลายเป็นของจำเป็น

▍สรุป AI รอบนี้คือเกมหาคอขวดถัดไป

AI Bull Market รอบนี้กำลังเดินตามลำดับของห่วงโซ่อุตสาหกรรม คลื่นแรกคือชิป คลื่นสองคือหน่วยความจำ คลื่นสามคือการส่งข้อมูลด้วยแสง คลื่นปัจจุบันคือศูนย์ข้อมูลและพลังคำนวณ ส่วนคลื่นถัดไปอาจเป็นไฟฟ้า เครือข่าย วัตถุดิบ หุ่นยนต์ และกลาโหม

คนที่เข้าใจลำดับนี้จะไม่ไล่ซื้อเพราะเห็นหุ้นขึ้น แต่จะเริ่มมองว่าเงินก้อนใหญ่ยังไม่ได้เข้าไปเต็มที่ในชั้นไหนของห่วงโซ่ เพราะในตลาดหุ้น การรอให้ทุกคนเห็นพร้อมกัน มักแปลว่าราคาไปก่อนแล้ว

AI รอบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องโมเดล ไม่ใช่แค่เรื่อง GPU และไม่ใช่แค่เรื่องศูนย์ข้อมูล แต่มันคือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต้องใช้ชิป หน่วยความจำ แสง ไฟฟ้า เครือข่าย โลหะ หุ่นยนต์ และกลาโหมมาประกอบกัน

คำถามของนักลงทุนจึ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่