🤖​ นักลงทุนเดิมพัน Humanoid Robot ตลาดจ่อโต 100 เท่าใน 10 ปี จีนขึ้นแท่นผู้นำโลก

นักลงทุนเดิมพัน Humanoid Robot ตลาดจ่อโต 100 เท่าใน 10 ปี จีนขึ้นแท่นผู้นำโลก
.
กระแสความสนใจในหุ่นยนต์ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ หรือที่เรียกกันว่า “Humanoid Robot” กำลังพุ่งสูงขึ้นในแวดวงการลงทุนระดับโลก หลังจากผู้บริหารและนักวิเคราะห์ชั้นนำต่างออกมาประเมินตรงกันว่าเทคโนโลยีนี้จะกลายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
.
มาซาโยชิ ซัน (Masayoshi Son) ซีอีโอของ SoftBank ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่า Physical AI หรือเอไอที่แสดงตัวในรูปแบบกายภาพ หมายถึง ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ไม่ได้ทำงานอยู่แต่ในซอฟต์แวร์หรือหน้าจอ แต่ถูกฝังเข้าไปในร่างกายของหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติเพื่อให้สามารถเคลื่อนไหว หยิบจับสิ่งของ และปฏิบัติงานในโลกจริงได้ จะเป็นแหล่งกำเนิดของบริษัทมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์รายถัดไปของโลก
.
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ถูกพูดถึงในสื่อบ่อยครั้งมากขึ้น ตั้งแต่การนำไปใช้ขนสัมภาระในสนามบินของญี่ปุ่น ไปจนถึงโครงการ Optimus ของ Tesla ที่ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก
.
📍Barclays ชี้ ตลาดโตได้ 100 เท่า ภายใน 10 ปี
.
หนึ่งในผู้ที่ศึกษาแนวโน้มนี้อย่างจริงจังคือ ซอร์นิตซา โทโดโรวา (Zornitza Todorova) หัวหน้าฝ่ายวิจัยเชิงธีมด้านตราสารหนี้ สกุลเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคาร Barclays และหนึ่งในผู้ร่วมเขียนรายงานชื่อ AI Gets Physical ซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่เมื่อต้นเดือนมิถุนายน
.
โทโดโรวา ให้สัมภาษณ์ในรายการ Squawk Box Europe ของซีเอ็นบีซีว่า “นี่คือทศวรรษของหุ่นยนต์” พร้อมชี้ว่า แม้ตลาดหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ในปัจจุบันจะยังมีขนาดเล็กมาก โดยมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 - 3,000 ล้านดอลลาร์ แต่ Barclays คาดการณ์ว่าตลาดดังกล่าวจะขยายตัวสู่ระดับ 200,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2578 หรือเติบโตขึ้นประมาณ 100 เท่าตัวในระยะเวลาเพียงทศวรรษเดียว
.
รายงานของ Barclays ระบุว่า หุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ถือเป็น “ระบบอัตโนมัติรุ่นที่ 3” หรือ Automation 3.0 ซึ่งเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เข้ามาต่อยอดจากหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมและซอฟต์แวร์อัตโนมัติในยุคก่อนหน้า โดยมีแรงผลักดันสำคัญมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดแรงงานทั่วโลก
.
ทั้งการที่ประชากรในหลายประเทศกำลังแก่ตัวลง การขยายตัวของเมือง และทัศนคติของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ต้องการทำงานบางประเภท ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานในระดับที่แก้ไขได้ยากด้วยวิธีเดิม
.
งานที่มักถูกเรียกว่า 3D Jobs ได้แก่ งานสกปรก (Dirty) เช่น เก็บขยะ ทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ล้างถังบำบัดน้ำเสีย ทำความสะอาดโรงงานอุตสาหกรรม ทำงานในฟาร์มปศุสัตว์หรือโรงฆ่าสัตว์
.
งานน่าเบื่อซ้ำซาก (Dull) และงานอันตราย (Dangerous) คืองานที่รายงานมองว่าเหมาะกับการนำหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่มากที่สุด และขณะนี้ก็เริ่มเห็นภาพชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
.
โทโดโรวา อธิบายว่า ในปัจจุบันหุ่นยนต์เหล่านี้เริ่มถูกนำไปใช้ในงานพื้นฐานที่มีรูปแบบชัดเจนแล้ว เช่น การยกกล่องสินค้า การหยิบชิ้นส่วนบนสายการผลิต หรือการทำงานซ้ำๆ ในโรงงาน ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งที่หลายแห่งหาแรงงานมนุษย์มาทำได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
.
อย่างไรก็ตาม โทโดโรวายอมรับตรงๆ ว่าเทคโนโลยียังคงอยู่ในช่วงพัฒนา และยังมีงานอีกมากที่ต้องทำก่อนที่หุ่นยนต์จะสามารถรับมือกับงานซับซ้อนได้เต็มรูปแบบ แต่สิ่งที่เธอเน้นย้ำคือความเร็วของการพัฒนา โดยเฉพาะโมเดลเอไอที่สามารถประมวลผลและตอบสนองต่อสถานการณ์แบบเรียลไทม์ได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
.
โอกาสใหญ่ที่สุดในตลาดตะวันตกจะเกิดขึ้นเมื่อ Physical AI เริ่มบุกเข้าสู่ภาคบริการ เพราะนั่นคือส่วนที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหลักของประเทศตะวันตก และเมื่อถึงวันนั้น ผลกระทบจะไม่ได้หยุดอยู่แค่โรงงานหรือคลังสินค้า แต่จะขยายเข้าไปสู่ชีวิตประจำวันของคนทั่วไป
.
.
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1236982
.
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจTech

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่