JJNY : 5in1 โรมขู่ฟ้องละเว้นเอาผิดฮุน โต│ปชน.จี้ตั้งกมธ.│ณัฐชาจี้จัดการปลาหมอคางดำ│เอกชนแฉ 10 หน่วยงานรัฐ│คิวบาวิกฤติ

โรมขู่ฟ้อง 157 รมว.ยธ.ละเว้นเอาผิด ฮุน โต ปม Huione Pay รุทธพลยันประสานออกหมายแดง ยิม เลียก-เบนสมิธแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5717729
.
.
‘โรม’ ขู่ฟ้อง ม.157 หาก ‘รมว.ยุติธรรม’ รู้ว่า ‘ฮุน โต’ เป็นเจ้าของฮุ่ยวันเพย์ แต่ไม่ดำเนินการ ด้าน ‘รุทธพล’ แจงกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือ ต้องมีข้อมูลรองรับถึงจะเอามาเปิดเผยในสภาได้ เผยประสานออกหมายแดงจับ ‘ยิม เลียก-ภรรยา, เบน สมิธ -ภรรยา’ แล้
.
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา ที่มี นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาวาระกระทู้ถามทั่วไป โดย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน (Huione) โดย พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตอบคำถามแทนนายกรัฐมนตรี
.
นายรังสิมันต์กล่าวว่า จากผังของตำรวจสอบสวนกลางเกี่ยวกับการสืบสวน ผังการฟอกเงิน หรือสกายฟอล โดยบริษัท ฮุ่ยวัน เพย์ (Huione Pay) มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับทุนเทาในกองทุน CAI สิ่งที่ตนอยากได้คำตอบคือ ตกลงแล้วความคืบหน้าของคดีความนายเบน สมิธ ที่ปัจจุบันมีการออกหมายจับไปแล้ว ได้มีการออกหมายแดง หรือขอ Silver Notice เพื่อจะนำไปสู่การสืบต่อไปจากอินเตอร์โพลหรือไม่ และจะมีการขยายผลไปถึงนักการเมือง เครือข่ายทางการเมืองที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งมีอดีตรัฐมนตรี ปัจจุบันเป็น ส.ส. บางคนเป็นอดีตนายกฯ ท่านจะมีการขยายผลในคดีนี้ต่อไปอย่างไร
.
พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า ความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับเครือข่ายนายเบน สมิธ และฮุ่ยวัน เพย์ คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับนายยิม เลียก มีพยานหลักฐานยืนยันว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน ซึ่งการปราบปรามสแกมเมอร์มี 2 ส่วนในการดำเนินการ คือคดีอาญาและการยึดทรัพย์ ซึ่งการดำเนินคดีอาญามี 3 คดี
คือ 1. มีการออกหมายจับเครือข่ายนายยิม เลียก และภรรยา พร้อมพวก 42 คน จับกุมผู้ต้องหา 30 คน คดีนี้ได้ส่งฟ้องต่ออัยการพิเศษ แต่นายยิม เลียก และภรรยาหลบหนี ขณะเดียวกันได้ประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงต่อ
2. คดีนายเบน สมิธ และภรรยา คดีฉ้อโกง หลอกลวงลงทุน 900 ล้านบาท ปอศ.ออกหมายจับและประสานอินเตอร์โพลเพื่อออกหมายเลขประกาศจับกุมต่อไป
และ 3. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร้องทุกข์ 5 คน มีนายยิม เลียก-นางวิรินยา ยิมจ์-นายเบน สมิธ-น.ส.แคทธารียา บีเวอร์-นางสุภารัตน์ สง่าเมือง ในความผิดฐานฟอกเงิน ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน โดยได้พยานหลักฐานค่อนข้างมาก จึงต้องให้เวลาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจน เพื่อส่งฟ้องสำนวนไปยังอัยการและศาล
.
พล.ต.ท.รุทธพลกล่าวต่อว่า การยึดอายัดทรัพย์ที่กระทำผิดมูลฐาน 2 ครั้ง ครั้งแรก ปปง.มีคำสั่งยึดทรัพย์สินของนายยิม เลียก และภรรยา นายเบน สมิธ และภรรยา พร้อมพวก 68 รายการ เป็นจำนวนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท และครั้งที่สองศาลได้สั่งยึดอายัดไว้ 34 รายการ มูลค่า 8.2 พันล้านบาท โดย ปปง.ได้ดำเนินการยึดทรัพย์ทั้งสิ้น 103 รายการ เป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาทเสร็จแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแต่ละขั้นตอน หากเสร็จสิ้นจะประกาศในราชกิจจาเพื่อให้ผู้เสียหายยื่นคำร้อง ขอคุ้มครองสิทธิต่อไป
.
รมว.ยุติธรรมชี้แจงต่อว่า การดำเนินการกับ Huione Pay เป็นการดำเนินการของ ปอท. มี 3 หน่วยงานร่วมดำเนินการ ข้อมูลจะต้องมีการรวบรวมจากกองปราบปราม-ปอศ.-ปอท. แต่เห็นว่าในคดีที่ประชาชนให้ความสนใจควรดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะการติดตามผลคืบหน้าจะได้มีความชัดเจน และขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยคดีของฮุ่ยวันเพย์ มีการจับกุม หลังจากผู้เสียหายอายุ 75 ปี ได้แจ้งความต่อ ปอท. เบื้องต้นได้ยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 46 ล้านบาท ปัจจุบันพนักงานสืบสวนมีความเห็นสมควรส่งฟ้อง ได้ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอาญา
.
ข้อจำกัดในคดีนี้คือประเทศกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือในการส่งข้อมูลรายละเอียดผู้ถือหุ้นของฮุ่ยวันเพย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชาให้กับทาง ปอท. จึงเป็นเหตุไม่สามารถติดตามในรายละเอียดได้เท่าที่ควร เราสามารถดำเนินการได้เท่าที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย” พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจง

ทั้งนี้ นายรังสิมันต์ถามว่า ผ่านไปแล้ว 9 เดือนยังไม่มีความคืบหน้า ในการขยายผลเกี่ยวกับเครือข่ายฮุ่ยวันเพย์ เพื่ออายัดทรัพย์เอามาคืนให้กับผู้เสียหาย และตอนนี้มีรายงานข่าวออกมาแล้วว่าฮุ่ยวัน เพย์ ที่ตั้งอยู่ในกัมพูชาปิดตัวแล้ว มีการแยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินแล้ว ถ้าเรายังทำงานช้าแบบนี้จะเอาเงินมาคืนให้กับประชาชนได้อย่างไร ข้อมูลที่ชี้แจงมาไม่มีอะไรใหม่เลย ทั้งที่คาดหวังว่ารัฐมนตรีจะตอบให้ตรงประเด็นกว่านี้ว่ามีการขยายผลกับฮุ่ยวัน เพย์อย่างไร
.
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ส่วนหมายแดงอินเตอร์โพล์จับนายยิม เลียก และภรรยา กับนายเบน สมิธ และภรรยา เคยได้รับคำตอบตั้งแต่ก่อนยุบสภา จนถึงปัจจุบันนี้ยังเป็นคำตอบเดิม ตกลงอาชญากรเราไม่จำเป็นต้องเอาจริงเอาจังในการทำงานเชิงรุกจริงหรือ สิ่งที่สภาแห่งนี้ควรจะได้รับคำชี้แจงจากท่านคือตกลงแล้วไม่ใช่แค่การประสานงาน แต่ออกหมายแดงได้แล้วหรือยัง และต้องการทราบกรณีฮุ่ยวัน เพย์ ไม่ต้องดูหรือว่าใครเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้
.
การอ้างว่านายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน ออกมายอมรับว่าเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทนี้ จนถึงวันนี้มีการออกหมายจับหรือดำเนินคดีหรือไม่ หรือตามข้อมูลที่ชี้แจงอาจจะเป็นแค่ตัวเล็กตัวน้อย ตกลงแล้วจะมีการออกหมายจับนายฮุน โต และออกหมายแดงจับด้วยหรือไม่ หรือการทำลายเครือข่ายสีเทา หรือนักการเมืองสีเทาที่บางคนยังอยู่ในสภาแห่งนี้ บางคนอยู่นอกสภา” นายรังสิมันต์กล่าว
.
พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจงว่า เรื่องการดำเนินการกับแพลตฟอร์มฮุ่ยวัน เพย์ สอท.ได้ตรวจพบบริษัทที่ทำธุรกรรมกับฮุ่ยวัน เพย์ ถูกแจ้งความดำเนินคดีกว่า 70 คดี ซึ่งมีความเสียหาย 193 ล้านบาท และได้ตรวจค้น 5 จุดใน จ.สมุทรปราการ จับผู้ต้องหาได้ 1 คน และจะได้สืบสวนต่อไป ซึ่งการดำเนินการต้องเป็นไปตามพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนที่จะนำขึ้นสู่ศาล ไม่สามารถนำมาจากแชท GTP ได้
.
ส่วน นายฮุน โต ที่เป็นผู้ถือหุ้น โดยหลักฐานรายละเอียดที่จะนำมาพูดในสภาได้ ต้องมีข้อมูลที่ยืนยันรองรับได้ และการทลายเครือข่ายที่เกี่ยวข้องหรือนักการเมืองไทย ยืนยันว่าทางรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคณะกรรมการเรื่องการปราบปรามในเรื่องนี้ และตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ชุดขึ้นมาดำเนินการ แล้วจะประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาขอข้อมูลจากสมาชิก เพื่อผลประโยชน์ของชาติต่อไปและจะติดตามหมายอินเตอร์โพล” พล.ต.ท.รุทธพลชี้แจง
.
ทั้งนี้ นายรังสิมันต์กล่าวทิ้งท้ายว่า พร้อมให้ข้อมูล หรือพรุ่งนี้ (15 พ.ค.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาที่รัฐสภา ตนพร้อมนำข้อมูลพยานหลักฐานมาให้ ยืนยันไม่กั๊กข้อมูล พร้อมให้ความร่วมมือ และกังวลว่ารัฐมนตรีรับทราบว่านายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฮุ่ยวัน เพย์ แต่ไม่ดำเนินการเอาผิดอาจจะกลายเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งหากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ตนก็พร้อมที่จะเอาจริงกับเรื่องนี้แน่นอน.
.

.
ปชน. ยื่นญัตติด่วน จี้รัฐบาล ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5717632
.
ปชน. จี้รัฐบาล ตั้ง กมธ.วิสามัญตรวจสอบเงินกู้ 4 แสนล้าน ชี้ เพื่อความโปร่งใส บอก ขนาดฝ่ายค้านได้ ประธานกมธ.ติดตามงบฯ ยังอยากให้ตั้งวิสามัญเฉพาะเลย เหตุ จะได้ครบองค์มีรัฐบาลร่วมถกปัญหา ลั่น คงไม่มีคนขวางหากไม่แอบสอดไส้
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงถึงกรณีขอให้รัฐบาลเห็นด้วยในการตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทว่า ขณะนี้ได้ยื่นเป็นญัตติด่วนแบบลายลักษณ์อักษรแล้ว จากคำตอบของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้มีการตอบกระทู้ในสภา ว่าขณะนี้คณะกรรมการกลั่นกรองได้เดินหน้าที่จะทำงานและจะมีการส่งไปที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติโครงการต่างๆ ในการใช้จ่ายเงินให้เร็วที่สุด ประมาณ 1-2 สัปดาห์นี้
.
ดังนั้น รัฐบาลจึงไม่มีเหตุผลความจำเป็นอื่น ถ้าหากไม่ได้ตั้งใจสอดไส้หรือปกปิดไม่ให้สภาตรวจสอบงบประมาณทุกบาททุกสตางค์อย่างโปร่งใส ก็ไม่น่าที่จะเข้ามาขวางในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ซึ่งในอดีต พ.ร.ก.ต่างๆ ที่เป็นเงินกู้ เช่น ช่วงโควิดก็ได้มีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของสภาที่ต้องร่วมกันตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะในการใช้จ่ายในการใช้จ่ายงบประมาณในส่วนนี้ เพื่อให้เกิดการเยียวยาอย่างตรงเป้ามากที่สุด และช่วยกลั่นกรองโครงการต่างๆ ให้มีความโปร่งใส” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า หากไม่มีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาจะทำอย่างไรต่อ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการยื่นญัตติด่วนแบบลายลักษณ์อักษร ดังนั้น ต้องรอให้มีการตรวจสอบและบรรจุเข้าระเบียบวาระในการประชุมสภา กรณีที่เป็นญัตติด่วนก็จะถูกนำมาพิจารณาก่อน ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัปดาห์หน้า แต่ถ้าทุกคนเห็นตรงกันการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาก็สามารถเสนอในที่ประชุมและลงมติตั้งได้โดยเร็วที่สุดด้วยซ้ำ เหตุผลที่ว่าต้องรอให้มีการใช้จ่ายเงินก่อนแล้วค่อยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมามองว่าฟังไม่ขึ้น เพราะในกระบวนการปกติสภามีอำนาจในการพิจารณาตั้งแต่ส่งร่าง พ.ร.ก. มาพิจารณาด้วยซ้ำ ไม่ต้องรอให้มีการใช้จ่ายก่อน เฉะนั้นก่อนและหลังการใช้จ่ายงบประมาณสภามีอำนาจในการตรวจสอบทั้งหมด ซึ่งนายเอกนิติก็บอกเองว่าคณะกรรมการกลั่นกรองก็เตรียมที่จะทำงานแล้วควรที่จะให้สภา ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาช่วยตรวจสอบพร้อมๆ กันได้เลย
.
เมื่อถามว่า กมธ.สามัญที่มีอยู่ไม่สามารถตรวจสอบได้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในคณะ กมธ.สามัญมีตัวแทนครบองค์ประกอบมากกว่า แต่เราต้องการที่จะพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทนี้ให้มีความโปร่งใสรอบคอบมากที่สุด ดังนั้น การที่จะเอาเข้า กมธ.สามัญแม้ประธานจะเป็นฝ่ายค้าน แต่เรายังเสนอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญ เพราะต้องการให้ กมธ.ชุดนี้มีองค์ประกอบที่ครบถ้วน ที่มาจากฝั่งบริหารด้วย และในสถานการณ์เศรษฐกิจประเทศในปัจจุบัน รวมถึงสถานการณ์การคลังในประเทศ ที่เราไม่ได้มีพื้นที่เหลือเยอะ การจะออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทตอนนี้ก็ต้องใช้จ่ายอย่างตรงเป้ามากที่สุด การที่มี กมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น
.

.
ณัฐชา พาเกษตรกร 19 จว.บุกสภา จี้รบ.จัดการปลาหมอคางดำ ส.ส.ชลบุรีเผย นทท.ไม่กล้าเล่นน้ำทะเลแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_5717853
.
‘ณัฐชา’ พาเกษตรกร 19 จังหวัด เรียกร้องรัฐบาล หลังปลาหมอคางดำระบาดหนักอีกรอบ เผยผ่านมาหลายเดือนแล้วยังไร้คนรับผิด ด้าน ‘ยอดชาย’ ส.ส.ชลบุรี เผยต้องแจงวุ่น พบในทะเลจน นทท.ไม่กล้าลงน้ำ ขณะ ตัวแทนเกษตรกรขู่ยกระดับบุกทำเนียบ ถ้าไม่แก้ปัญหาภายใน 30 วัน
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 พฤษภาคม ที่อาคารรัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคประชาชน พร้อมกับ ส.ส.พรรคประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบกับปลาหมอคางดำ รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายเกษตรกร 19 จังหวัด ซึ่งเป็น 19 จังหวัดที่มีการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่