ดูข่าวเมื่อเช้านำมาแชร์ให้อ่านกันครับ
ต้นทางก็คือ facebook ของ“ตาร์ท ชาแนล”
https://www.facebook.com/start.boom.3
ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอเมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้วหลังพบปลาหมอคางดำจำนวนมากบริเวณชายหาดพัทยา สร้างความแตกตื่นให้กับนักตกปลา นักตกหมึก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มายืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก
เจ้าของ facebook เพจนี้คือคุณสตาร์ท อุ่นกาเย็น เปิดเผยว่าทำช่องคอนเทนต์เกี่ยวกับการตกปลาตามสถานที่ต่าง ๆ และมักมาตกหมึกบริเวณชายหาดพัทยาเป็นประจำ มีผู้ติดตามหลักหมื่นคน ล่าสุดได้รับแจ้งจากกลุ่มนักตกปลาด้วยกันว่าพบฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมากบริเวณชายหาดพัทยา จึงมาทดลองเหวี่ยงแหและเจอแบบนี้ครับ .... (คลิบยาว 2 นาที)
https://www.facebook.com/reel/730673396772600
ได้น้องคางดำเต็มถังสี

ชัด ๆ กับน้องคางดำ
อันนี้เป็นความเห็นของผมเองนะครับ
ปลาหมอคางดำเป็นปลาน้ำกร่อย และช่วงนี้มีฝนตกค่อนข้างเยอะความเค็มของน้ำทะเลบริเวณชายหาดพัทยาจึงลดลง หมอคางดำจึงสามารถไปปรากฏแถวชายหาดได้ แต่ดูจากคลิปด้านบนมันอยู่ริมหาดเลย ก็คือเดินลงไปเหยียบน้ำปั๊บก็เจอเลยเพราะเหวี่ยงแหออกไปแค่ 2 เมตรเท่านั้น และได้มาเป็นร้อยตัวจนเต็มถังสี
ตอนที่ปลาหมอคางดำเป็นกระแสใหม่ ๆ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานใหญ่ 3 งานผมก็ตระเวนไปกินครบทั้ง 3 งานเลย (ที่สมุทรสงครามและที่จัดที่กรมการค้าภายใน) ในทั้ง 3 งานได้มีเชฟมาทำเมนูปลาหมอคางดำแบบครบถ้วนเลยทั้งนึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ทอดกระเทียม ราดพริก และแล่เนื้อนำไปชุบแป้งทอดทำแบบราดหน้าปลาเต้าซี่ ..... ขอบอกเลยว่าแทบแยกไม่ออกจากเนื้อปลานิลครับ และถ้าเป็นปลาหมอคางดำตัวใหญ่สักหน่อยก็จะมีส่วนคล้ายปลาทับทิม ลักษณะของเนื้อคือนิ่มนวลมากไม่มีกลิ่นอะไรแปลกปลอม (หรือจะบอกว่ากลิ่นมันคล้ายปลานิลก็ได้) แต่เชฟก็บอกว่าต้องระวังในการปรุงเพราะเนื้อจะแตกยุ่ยเป็นริ้วเล็ก ๆ ได้ง่าย
ดังนั้น ผมว่าเจ้าหมอคางดำนี่ทางภาครัฐควรจะทำอย่างจริงจังให้เป็นเมนูที่ทำขายในท้องตลาดได้ เนื่องจากมันก็กินได้นั่นแหละความอร่อยก็ด้อยกว่าปลานิลนิดเดียว หรือจะทำเป็นปลากระป๋องก็ยังได้โดยทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเขียนฉลากให้ชัดเจนและขายราคาถูกสักหน่อยเช่นกระป๋องละ 10 - 12 บาท แบบนี้ผมว่ามีคนซื้อกินอยู่แล้ว
ชาวบ้านเหวี่ยงแหได้ "ปลาหมอคางดำ" เป็นร้อยตัวริมหาดพัทยา
ต้นทางก็คือ facebook ของ“ตาร์ท ชาแนล”
https://www.facebook.com/start.boom.3
ได้น้องคางดำเต็มถังสี
ชัด ๆ กับน้องคางดำ
อันนี้เป็นความเห็นของผมเองนะครับ
ปลาหมอคางดำเป็นปลาน้ำกร่อย และช่วงนี้มีฝนตกค่อนข้างเยอะความเค็มของน้ำทะเลบริเวณชายหาดพัทยาจึงลดลง หมอคางดำจึงสามารถไปปรากฏแถวชายหาดได้ แต่ดูจากคลิปด้านบนมันอยู่ริมหาดเลย ก็คือเดินลงไปเหยียบน้ำปั๊บก็เจอเลยเพราะเหวี่ยงแหออกไปแค่ 2 เมตรเท่านั้น และได้มาเป็นร้อยตัวจนเต็มถังสี
ตอนที่ปลาหมอคางดำเป็นกระแสใหม่ ๆ เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ทางกระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานใหญ่ 3 งานผมก็ตระเวนไปกินครบทั้ง 3 งานเลย (ที่สมุทรสงครามและที่จัดที่กรมการค้าภายใน) ในทั้ง 3 งานได้มีเชฟมาทำเมนูปลาหมอคางดำแบบครบถ้วนเลยทั้งนึ่งจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ด ทอดกระเทียม ราดพริก และแล่เนื้อนำไปชุบแป้งทอดทำแบบราดหน้าปลาเต้าซี่ ..... ขอบอกเลยว่าแทบแยกไม่ออกจากเนื้อปลานิลครับ และถ้าเป็นปลาหมอคางดำตัวใหญ่สักหน่อยก็จะมีส่วนคล้ายปลาทับทิม ลักษณะของเนื้อคือนิ่มนวลมากไม่มีกลิ่นอะไรแปลกปลอม (หรือจะบอกว่ากลิ่นมันคล้ายปลานิลก็ได้) แต่เชฟก็บอกว่าต้องระวังในการปรุงเพราะเนื้อจะแตกยุ่ยเป็นริ้วเล็ก ๆ ได้ง่าย
ดังนั้น ผมว่าเจ้าหมอคางดำนี่ทางภาครัฐควรจะทำอย่างจริงจังให้เป็นเมนูที่ทำขายในท้องตลาดได้ เนื่องจากมันก็กินได้นั่นแหละความอร่อยก็ด้อยกว่าปลานิลนิดเดียว หรือจะทำเป็นปลากระป๋องก็ยังได้โดยทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเขียนฉลากให้ชัดเจนและขายราคาถูกสักหน่อยเช่นกระป๋องละ 10 - 12 บาท แบบนี้ผมว่ามีคนซื้อกินอยู่แล้ว