“เท้ง” ซัด รัฐบาลบอกมาจาก “ประชาชน” จะปฏิเสธเสียงประชามติแก้รธน.ไม่ได้ ย้ำ ไม่ควรใช้วาระแอบแฝงเป็นข้ออ้าง
https://ch3plus.com/news/political/morning/462703
.

.
“เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ตอก “รัฐบาล” คนที่นิยามว่ามาจากประชาชน ปฏิเสธเสียงประชามติไม่ได้ ชี้ ทุกคนเห็นพ้อง “แก้รัฐธรรมนูญ” แนะไม่ควรใช้วาระแอบแฝงเป็นข้ออ้าง ยินดี หาก “ทักษิณ”ออกคุกแล้วอาสาช่วยการเมือง ย้ำกระบวนการยุติธรรมไทยต้องคุ้มครองผู้เห็นต่างทางการเมืองทุกคนอย่างเสมอภาค
วันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวภายหลังการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 2 ถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการประชุม ครม.พรุ่งนี้ ซึ่งอาจจะเป็นวันที่สามารถเปลี่ยนใจ ครม.ได้ จะส่งสารไปยัง ครม.อย่างไร เรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า คนที่นิยามตนเองว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่สามารถปฏิเสธเสียงประชามติที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศได้ลงความเห็นว่า อยากให้มีการเดินจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
อย่างน้อยหากรัฐบาลมีความจริงใจปล่อยให้กลไกในรัฐสภาตัดสินเอง ตกลงแล้วรัฐธรรมนูญร่างเดิมจะผ่านหรือไม่ผ่านสภาฯ ชุดนี้ ไม่ควรเอามาเป็นข้ออ้างทั้งที่ตนเองอาจจะมีวาระแอบแฝงในใจบางอย่าง แล้งเป็นข้ออ้างในการปัดตกในชั้น ครม.โดยสรุปหากรัฐบาลจริงใจและเคารพประชาชนจริง ควรจะต้องนำร่างเดิมกลับมาพิจารณาต่อในสภาฯ ชุดนี้
.
ส่วนฉากทัศน์ทางการเมือง หลังนาย
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ แล้วอาจจะลงมาเล่นการเมืองหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถ้าคนที่เป็นนักการเมืองหรือคนที่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่ออาสารับใช้พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี และเป็นมุมมองที่ดีที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ ตนเองไม่อยากให้ยึดติดกับตัวบุคคล และก็เคยให้แถลงข่าวไปหลายครั้งแล้ว จริง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะยิ่งคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอยู่ในปัจจุบันนี้หลายคนยังต้องอยู่ในคุก
.
ซึ่งคำถามต่อมาคือเราจะมีส่วนร่วมในการผลักดันในกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างไร ที่ทำให้อีกหลายคนที่ศาลเองยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิดในตามหลักที่มีการคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญเองหรือในกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้องสมมุติฐานไปก่อนว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จะทำอย่างไรที่ให้กระบวนการยุติธรรมรองรับหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อนให้เขาได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกันกับที่นักการเมืองได้รับ
.
.
อนุสรณ์ ชี้ รบ.ต้องเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ตามประชามติ หยุดนิติสงคราม ฉุดปท.ถอยหลัง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713938
.
ปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย รัฐบาลต้องเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามประชามติ หยุดนิติสงครามทำลายหลักนิติธรรม สั่นคลอนเสถียรภาพการเมือง ฉุดประเทศถอยหลัง
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ เ
นื่องด้วยวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวันครบรอบชาตกาล 126 ปีของท่านรัฐบุรุษอาวุโส ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดงานเสวนา PRIDI Talks# #35 ภายใต้หัวข้อ “
จากมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้นธารสู่การปฏิรูปองค์กรอิสระ” เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยอาศัยแนวคิด “
ประชาธิปไตยสมบูรณ์” และ “
หลักนิติธรรม” ของ
ปรีดี พนมยงค์ เป็นฐานในการวิเคราะห์และเสนอแนวทางฟื้นฟูสมดุลระหว่างกลไกตรวจสอบกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ต่อความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในฐานะกลไกสำคัญในการยุติวงจรความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมือง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสถาบันการเมืองที่มีความโปร่งใส ยึดโยงกับประชาชน และสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน
.
รศ.ดร.
อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบัน
ปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการวิทยาลัยนานาชาติ
ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า อำนาจอธิปไตยของประชาชน และ ระบอบประชาธิปไตยกำลังอยู่ในความสุ่มเสี่ยงจากความไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ ความไม่เชื่อมั่นเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้ที่มาขององค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน มีปัญหาความโปร่งใสในการทำงาน การดำเนินการและตัดสินคดีที่ไม่มีมาตรฐานหรือหลายมาตรฐาน ตลอดจนการขยายอำนาจและใช้อำนาจเกินขอบเขตรุกล้ำอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร
.
การปฏิรูปองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 (ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ป.ป.ช., สตง., สิทธิมนุษยชน) กลายเป็นประเด็นสำคัญในประชาธิปไตยไทยช่วงปี 2569 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าใช้อำนาจมากเกินไป ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ข้อเสนอหลักคือการปรับปรุงที่มาและการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจ เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย การจัดสมดุลอำนาจตามความต้องการของเครือข่ายจารีตอนุรักษ์ที่ไม่เชื่อมั่นในเจตจำนงและเสียงของราษฎรได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญปี 2560 องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนืออำนาจของประชาชนและอำนาจขององค์กรที่มาจากประชาชน
.
ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคมครั้งใหญ่ ต้องหยุดโครงสร้างที่กดทับ “คนส่วนใหญ่” ไม่ให้เข้าถึงโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมเหล่านี้จะทำให้ ประชาธิปไตยแบบไทยไทยไม่มีสันติสุข เกิดความรุนแรงทางการเมือง ความขัดแย้งทางสังคมเป็นระยะๆ มี “
รัฐประหาร” เฉลี่ย 4-5 ปีต่อครั้ง ยังคงเป็นประเทศด้อยพัฒนาทางประชาธิปไตยแม้นจะมีการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนา มาแล้วเกือบ 93 ปี
.
อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบัน
ปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามประชามติ รัฐธรรมนูญปี 2560 นั้นไม่ได้ร่างขึ้นมาด้วยความคิดจะหาสมดุลแห่งอำนาจที่ลงตัว แต่คิดจะสร้างระบบที่ถาวรมั่นคงด้วยการจัดสมดุลแห่งอำนาจตามแนวคิดแบบจารีตอนุรักษ์นิยม
.
รศ.ดร.
อนุสรณ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมกันหยุดนิติสงครามทำลายหลักนิติธรรม สั่นคลอนเสถียรภาพการเมือง ฉุดประเทศถอยหลัง การกำหนดมาตรฐานจริยธรรมและตีความมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองเพื่อเอาผิดหรือตัดสิทธินักการเมือง และทำให้พ้นจากตำแหน่งได้ กลายเป็นกลไกในการให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจการบริหารประเทศหากเป็นรัฐบาลเลือกตั้งที่ผู้อำนาจไม่ต้องการ.
.
.
เท่าพิภพ ซัด กลไกภาษีใหม่ ราคาฐานนิยม เอื้อนายทุน นักดื่มไม่น้อยลง เบียร์ รายย่อยตาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713370
.
เท่าพิภพ ชี้ กลไกภาษีใหม่ ราคาฐานนิยม เอื้อทุน เบียร์ รายย่อยวัตถุดิบพรีเมียม ราคาสูง โดนภาษีอ่วม
.
จากกรณีกรมสรรพสามิต ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกสินค้า การพิจารณาราคาฐานนิยม และสถานที่ขายสินค้า ทำให้เกิดกระวิพากษ์วิจารณ์ และผลกระทบต่อกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้ประกอบการกิจการคราฟท์เบียร์
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นาย
เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว หลังจากเข้าร่วมงานเสวนา ซึ่งทาง สมาคมคราฟท์เบียร์
.
ได้จัดขึ้น ที่ โรงเบียร์สหประชาชื่น United Peoples Brewery โดยระบุว่า
.
เมื่อวานผมมีโอกาสร่วมเสวนาเรื่องภาษีสรรพสามิต กับ สมาคมคราฟท์เบียร์ และได้รับเกียรติเป็นกรรมการร่วมให้คะแนนประกวดเบียร์… บอกตรงๆ ครับว่า “เสียดายของ”
.
ผมเห็นความตั้งใจของผู้ผลิตรายย่อยที่ปรุงเบียร์รสชาติเยี่ยมไม่แพ้ต่างชาติ แต่ในขณะที่คุณภาพเรากำลังก้าวหน้า ระบบภาษีบ้านเรากำลังพยายามจะเหนี่ยวรั้งความริเริ่มของผู้ประกอบการรายย่อย เราทุกคนรู้ดีครับว่าแอลกอฮอล์มีโทษต่อสุขภาพ ซึ่งรัฐมีสิทธิเก็บภาษีนี้เพื่อลดการบริโภค (Sin Tax) เพื่อไม่ให้ภาระไปตกอยู่ที่งบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในอนาคต
.
แต่คำถามคือ อะไรคือสิ่งที่ทำร้ายเรา?
คำตอบคือ “ปริมาณแอลกอฮอล์” ครับ ไม่ใช่ “ราคา”
คือถ้าเป้าหมายคือสุขภาพ ภาษีควรเน้นเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์ (Degree) ใครทำเข้มข้นมาก ใครกินมาก ก็จ่ายมาก แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเก็บเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างเป็นธรรม
.
แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ รัฐกลับเน้นเก็บตาม “มูลค่า” (ราคาขาย) ยิ่งผู้ผลิตรายย่อยตั้งใจทำเบียร์คุณภาพดี ใช้วัตถุดิบพรีเมียมจนราคาสูง ก็ยิ่งโดนภาษีปรับเพิ่มแบบก้าวกระโดด
.
นี่คือความย้อนแย้งครับ การเก็บภาษีตามมูลค่าแบบที่รัฐทำอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้คนกินแอลกอฮอล์น้อยลงเพื่อสุขภาพ แต่มันคือการ “ทำโทษคนทำของดี” และ “บีบให้รายย่อยตาย” เพียงเพื่อจะรีดรายได้เข้าคลังให้ได้มากที่สุด โดยใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพบังหน้า ทั้งที่จริงแล้วมันย้อนแย้งในหลักการมากครับ
.
กลไกภาษีนี้เอื้อทุนใหญ่ ที่มีความได้เปรียบจากการประหยัดเชิงขนาดการผลิต (Economies of Scale) เพราะยิ่งมีกำลังผลิตมาก ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นยิ่งถูก เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายย่อยที่เสียเปรียบ ส่งผลให้ต้นทุนต่อชิ้นของผู้ประกอบการรายย่อยมีราคาสูงโดยปริยาย
.
ผู้สื่อข่าวรายงาว่า ภายในงานมีการนำ หลักคิดการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้อดี–ข้อเสีย และมุมมองจากมาตรฐานสากล และ โครงสร้างภาษีแอลกอฮอล์ สหรัฐอเมริกา vs ญีปุ่น.
.
https://www.facebook.com/Taopiphop/posts/pfbid02QZyz8Gn2Ejt88XUyicGN9eCezf7TU8oXBLfJXbULGPug5mZktFL6QJm73VoXHYxxl
.
.
สว. ถลกปัญหานอมินี ต่างชาติยึดเกาะพะงัน-ภูเก็ต อัดรัฐปล่อยทุนเทาแฝงตัว หนุ่มจีนซุกคลังแสง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713510
.
สว. เปิดเวทีถลกปัญหานอมินีต่างชาติยึดไทย “ประทุม” เดือด! บ้านเราเป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุ่ม ลั่น มันเหิมเกริมไปแล้ว เผยมีเพื่อนจะทำพูลวิลล่า ลงทุน 300-500 ล้านต้องใช้นอมินี ด้าน“อัจฉรพรรณ”ห่วงสร้าง “รัฐซ้อนรัฐ” บ่มเพาะอุดมการณ์ปิดแยกขาดสังคม บอกไม่ต้องให้ความใจดีของเรามาเป็นช่องโหว่ของบางกลุ่มสร้างโลกใบที่สอง จี้รัฐบาลเร่งจัดการด่วน
.
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.
เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น นาย
นพดล พริ้งสกุล สว.เป็นผู้เสนอ
.
โดยนาย
นพดล กล่าวเสนอญัตติว่า เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ตนจึงเสนอญัตติ มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเสมอภาคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน
JJNY : 5in1 “เท้ง”ซัด รบ.│อนุสรณ์ชี้ต้องเดินหน้าร่างรธน.ใหม่│เท่าพิภพซัดกลไกภาษีใหม่│สว.ถลกปัญหา│โมดี ของดซื้อทอง 1 ปี
https://ch3plus.com/news/political/morning/462703
.
.
“เท้ง ณัฐพงษ์” หัวหน้าพรรคประชาชน ตอก “รัฐบาล” คนที่นิยามว่ามาจากประชาชน ปฏิเสธเสียงประชามติไม่ได้ ชี้ ทุกคนเห็นพ้อง “แก้รัฐธรรมนูญ” แนะไม่ควรใช้วาระแอบแฝงเป็นข้ออ้าง ยินดี หาก “ทักษิณ”ออกคุกแล้วอาสาช่วยการเมือง ย้ำกระบวนการยุติธรรมไทยต้องคุ้มครองผู้เห็นต่างทางการเมืองทุกคนอย่างเสมอภาค
วันที่ 11 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวภายหลังการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 2 ถึงกรณีที่รัฐบาลจะมีการประชุม ครม.พรุ่งนี้ ซึ่งอาจจะเป็นวันที่สามารถเปลี่ยนใจ ครม.ได้ จะส่งสารไปยัง ครม.อย่างไร เรื่องรัฐธรรมนูญ ว่า คนที่นิยามตนเองว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาชนไม่สามารถปฏิเสธเสียงประชามติที่ประชาชนคนส่วนใหญ่ในประเทศได้ลงความเห็นว่า อยากให้มีการเดินจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
อย่างน้อยหากรัฐบาลมีความจริงใจปล่อยให้กลไกในรัฐสภาตัดสินเอง ตกลงแล้วรัฐธรรมนูญร่างเดิมจะผ่านหรือไม่ผ่านสภาฯ ชุดนี้ ไม่ควรเอามาเป็นข้ออ้างทั้งที่ตนเองอาจจะมีวาระแอบแฝงในใจบางอย่าง แล้งเป็นข้ออ้างในการปัดตกในชั้น ครม.โดยสรุปหากรัฐบาลจริงใจและเคารพประชาชนจริง ควรจะต้องนำร่างเดิมกลับมาพิจารณาต่อในสภาฯ ชุดนี้
.
ส่วนฉากทัศน์ทางการเมือง หลังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ แล้วอาจจะลงมาเล่นการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับตนเองถ้าคนที่เป็นนักการเมืองหรือคนที่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่ออาสารับใช้พี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี และเป็นมุมมองที่ดีที่ประชาชนจะได้ประโยชน์ ตนเองไม่อยากให้ยึดติดกับตัวบุคคล และก็เคยให้แถลงข่าวไปหลายครั้งแล้ว จริง ๆ ในกระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะยิ่งคนที่ถูกดำเนินคดีทางการเมืองอยู่ในปัจจุบันนี้หลายคนยังต้องอยู่ในคุก
.
ซึ่งคำถามต่อมาคือเราจะมีส่วนร่วมในการผลักดันในกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างไร ที่ทำให้อีกหลายคนที่ศาลเองยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิดในตามหลักที่มีการคุ้มครองไว้ในรัฐธรรมนูญเองหรือในกฎหมายฉบับนี้ ที่ต้องสมมุติฐานไปก่อนว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จะทำอย่างไรที่ให้กระบวนการยุติธรรมรองรับหลายกลุ่มเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้เป็นนักการเมืองมาก่อนให้เขาได้รับความคุ้มครองแบบเดียวกันกับที่นักการเมืองได้รับ
.
.
อนุสรณ์ ชี้ รบ.ต้องเดินหน้าร่าง รธน.ใหม่ ตามประชามติ หยุดนิติสงคราม ฉุดปท.ถอยหลัง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713938
.
ปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย รัฐบาลต้องเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามประชามติ หยุดนิติสงครามทำลายหลักนิติธรรม สั่นคลอนเสถียรภาพการเมือง ฉุดประเทศถอยหลัง
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ เนื่องด้วยวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวันครบรอบชาตกาล 126 ปีของท่านรัฐบุรุษอาวุโส ศ.ดร.ปรีดี พนมยงค์ ทาง สถาบันปรีดี พนมยงค์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดงานเสวนา PRIDI Talks# #35 ภายใต้หัวข้อ “จากมติเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต้นธารสู่การปฏิรูปองค์กรอิสระ” เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการถอดบทเรียนและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงวิชาการเกี่ยวกับแนวทางการปฏิรูปองค์กรอิสระ โดยอาศัยแนวคิด “ประชาธิปไตยสมบูรณ์” และ “หลักนิติธรรม” ของ ปรีดี พนมยงค์ เป็นฐานในการวิเคราะห์และเสนอแนวทางฟื้นฟูสมดุลระหว่างกลไกตรวจสอบกับอำนาจอธิปไตยของประชาชน ตลอดจนสร้างความตระหนักรู้ต่อความสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญในฐานะกลไกสำคัญในการยุติวงจรความขัดแย้งทางกฎหมายและการเมือง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสถาบันการเมืองที่มีความโปร่งใส ยึดโยงกับประชาชน และสอดคล้องกับหลักประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ และ อดีตกรรมการวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า อำนาจอธิปไตยของประชาชน และ ระบอบประชาธิปไตยกำลังอยู่ในความสุ่มเสี่ยงจากความไม่เชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ ความไม่เชื่อมั่นเป็นผลจากรัฐธรรมนูญที่ทำให้ที่มาขององค์กรอิสระไม่ยึดโยงกับประชาชน มีปัญหาความโปร่งใสในการทำงาน การดำเนินการและตัดสินคดีที่ไม่มีมาตรฐานหรือหลายมาตรฐาน ตลอดจนการขยายอำนาจและใช้อำนาจเกินขอบเขตรุกล้ำอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร
.
การปฏิรูปองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 2560 (ศาลรัฐธรรมนูญ, กกต., ผู้ตรวจการแผ่นดิน, ป.ป.ช., สตง., สิทธิมนุษยชน) กลายเป็นประเด็นสำคัญในประชาธิปไตยไทยช่วงปี 2569 เนื่องจากถูกวิจารณ์ว่าใช้อำนาจมากเกินไป ขาดความรับผิดชอบต่อประชาชน และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมือง ข้อเสนอหลักคือการปรับปรุงที่มาและการตรวจสอบเพื่อถ่วงดุลอำนาจ เราต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูปองค์กรอิสระก่อนประชาธิปไตยล่มสลาย การจัดสมดุลอำนาจตามความต้องการของเครือข่ายจารีตอนุรักษ์ที่ไม่เชื่อมั่นในเจตจำนงและเสียงของราษฎรได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนในรัฐธรรมนูญปี 2560 องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนืออำนาจของประชาชนและอำนาจขององค์กรที่มาจากประชาชน
.
ประเทศไทยต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเมือง สังคมครั้งใหญ่ ต้องหยุดโครงสร้างที่กดทับ “คนส่วนใหญ่” ไม่ให้เข้าถึงโอกาส ไม่สามารถเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม โครงสร้างอันไม่เป็นธรรมเหล่านี้จะทำให้ ประชาธิปไตยแบบไทยไทยไม่มีสันติสุข เกิดความรุนแรงทางการเมือง ความขัดแย้งทางสังคมเป็นระยะๆ มี “รัฐประหาร” เฉลี่ย 4-5 ปีต่อครั้ง ยังคงเป็นประเทศด้อยพัฒนาทางประชาธิปไตยแม้นจะมีการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนา มาแล้วเกือบ 93 ปี
.
อดีตประธานกรรมการบริหารสถาบันปรีดี พนมยงค์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ตามประชามติ รัฐธรรมนูญปี 2560 นั้นไม่ได้ร่างขึ้นมาด้วยความคิดจะหาสมดุลแห่งอำนาจที่ลงตัว แต่คิดจะสร้างระบบที่ถาวรมั่นคงด้วยการจัดสมดุลแห่งอำนาจตามแนวคิดแบบจารีตอนุรักษ์นิยม
.
รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวในช่วงท้ายว่า เราต้องร่วมกันหยุดนิติสงครามทำลายหลักนิติธรรม สั่นคลอนเสถียรภาพการเมือง ฉุดประเทศถอยหลัง การกำหนดมาตรฐานจริยธรรมและตีความมาตรฐานจริยธรรมนักการเมืองเพื่อเอาผิดหรือตัดสิทธินักการเมือง และทำให้พ้นจากตำแหน่งได้ กลายเป็นกลไกในการให้รัฐบาลพ้นจากอำนาจการบริหารประเทศหากเป็นรัฐบาลเลือกตั้งที่ผู้อำนาจไม่ต้องการ.
.
.
เท่าพิภพ ซัด กลไกภาษีใหม่ ราคาฐานนิยม เอื้อนายทุน นักดื่มไม่น้อยลง เบียร์ รายย่อยตาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713370
.
เท่าพิภพ ชี้ กลไกภาษีใหม่ ราคาฐานนิยม เอื้อทุน เบียร์ รายย่อยวัตถุดิบพรีเมียม ราคาสูง โดนภาษีอ่วม
.
จากกรณีกรมสรรพสามิต ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการสำรวจและเก็บรวบรวมข้อมูลราคาขายปลีกสินค้า การพิจารณาราคาฐานนิยม และสถานที่ขายสินค้า ทำให้เกิดกระวิพากษ์วิจารณ์ และผลกระทบต่อกลุ่มผู้ผลิต กลุ่มผู้ประกอบการกิจการคราฟท์เบียร์
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร – Taopiphop Limjittrakorn ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว หลังจากเข้าร่วมงานเสวนา ซึ่งทาง สมาคมคราฟท์เบียร์
.
ได้จัดขึ้น ที่ โรงเบียร์สหประชาชื่น United Peoples Brewery โดยระบุว่า
.
เมื่อวานผมมีโอกาสร่วมเสวนาเรื่องภาษีสรรพสามิต กับ สมาคมคราฟท์เบียร์ และได้รับเกียรติเป็นกรรมการร่วมให้คะแนนประกวดเบียร์… บอกตรงๆ ครับว่า “เสียดายของ”
.
ผมเห็นความตั้งใจของผู้ผลิตรายย่อยที่ปรุงเบียร์รสชาติเยี่ยมไม่แพ้ต่างชาติ แต่ในขณะที่คุณภาพเรากำลังก้าวหน้า ระบบภาษีบ้านเรากำลังพยายามจะเหนี่ยวรั้งความริเริ่มของผู้ประกอบการรายย่อย เราทุกคนรู้ดีครับว่าแอลกอฮอล์มีโทษต่อสุขภาพ ซึ่งรัฐมีสิทธิเก็บภาษีนี้เพื่อลดการบริโภค (Sin Tax) เพื่อไม่ให้ภาระไปตกอยู่ที่งบประมาณด้านสาธารณสุขของประเทศในอนาคต
.
แต่คำถามคือ อะไรคือสิ่งที่ทำร้ายเรา?
คำตอบคือ “ปริมาณแอลกอฮอล์” ครับ ไม่ใช่ “ราคา”
คือถ้าเป้าหมายคือสุขภาพ ภาษีควรเน้นเก็บตามปริมาณแอลกอฮอล์ (Degree) ใครทำเข้มข้นมาก ใครกินมาก ก็จ่ายมาก แบบนี้ถึงจะเรียกว่าเก็บเพื่อปกป้องสุขภาพประชาชนอย่างเป็นธรรม
.
แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ รัฐกลับเน้นเก็บตาม “มูลค่า” (ราคาขาย) ยิ่งผู้ผลิตรายย่อยตั้งใจทำเบียร์คุณภาพดี ใช้วัตถุดิบพรีเมียมจนราคาสูง ก็ยิ่งโดนภาษีปรับเพิ่มแบบก้าวกระโดด
.
นี่คือความย้อนแย้งครับ การเก็บภาษีตามมูลค่าแบบที่รัฐทำอยู่ตอนนี้ ไม่ได้ช่วยให้คนกินแอลกอฮอล์น้อยลงเพื่อสุขภาพ แต่มันคือการ “ทำโทษคนทำของดี” และ “บีบให้รายย่อยตาย” เพียงเพื่อจะรีดรายได้เข้าคลังให้ได้มากที่สุด โดยใช้ข้ออ้างเรื่องสุขภาพบังหน้า ทั้งที่จริงแล้วมันย้อนแย้งในหลักการมากครับ
.
กลไกภาษีนี้เอื้อทุนใหญ่ ที่มีความได้เปรียบจากการประหยัดเชิงขนาดการผลิต (Economies of Scale) เพราะยิ่งมีกำลังผลิตมาก ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นยิ่งถูก เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายย่อยที่เสียเปรียบ ส่งผลให้ต้นทุนต่อชิ้นของผู้ประกอบการรายย่อยมีราคาสูงโดยปริยาย
.
ผู้สื่อข่าวรายงาว่า ภายในงานมีการนำ หลักคิดการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ข้อดี–ข้อเสีย และมุมมองจากมาตรฐานสากล และ โครงสร้างภาษีแอลกอฮอล์ สหรัฐอเมริกา vs ญีปุ่น.
.
https://www.facebook.com/Taopiphop/posts/pfbid02QZyz8Gn2Ejt88XUyicGN9eCezf7TU8oXBLfJXbULGPug5mZktFL6QJm73VoXHYxxl
.
.
สว. ถลกปัญหานอมินี ต่างชาติยึดเกาะพะงัน-ภูเก็ต อัดรัฐปล่อยทุนเทาแฝงตัว หนุ่มจีนซุกคลังแสง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5713510
.
สว. เปิดเวทีถลกปัญหานอมินีต่างชาติยึดไทย “ประทุม” เดือด! บ้านเราเป็นสวรรค์ของทุนเทาเพราะข้าราชการบางกลุ่ม ลั่น มันเหิมเกริมไปแล้ว เผยมีเพื่อนจะทำพูลวิลล่า ลงทุน 300-500 ล้านต้องใช้นอมินี ด้าน“อัจฉรพรรณ”ห่วงสร้าง “รัฐซ้อนรัฐ” บ่มเพาะอุดมการณ์ปิดแยกขาดสังคม บอกไม่ต้องให้ความใจดีของเรามาเป็นช่องโหว่ของบางกลุ่มสร้างโลกใบที่สอง จี้รัฐบาลเร่งจัดการด่วน
.
เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในการประชุม มีวาระการพิจารณาญัตติเรื่องปัญหาการถือครองที่ดินโดยคนต่างด้าวผ่านตัวแทนอำพราง (นอมินี) ในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น นายนพดล พริ้งสกุล สว.เป็นผู้เสนอ
.
โดยนายนพดล กล่าวเสนอญัตติว่า เรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อธิปไตยทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศไทยในระยะยาว ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ของชุมชนในพื้นที่ต่างๆ ตนจึงเสนอญัตติ มีจุดประสงค์เพื่อเรียกร้องให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นธรรมและเสมอภาคเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน