'ณัฐวุฒิ' ร่ายยาว ยก 'ทักษิณ' นายกฯ ที่มีผลงานบริหารประเทศมากที่สุด

'ณัฐวุฒิ' ร่ายยาว ยก 'ทักษิณ' นายกฯ ที่มีผลงานบริหารประเทศมากที่สุด




วันที่ 30 เมษายน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า “ผมเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยตั้งแต่กลางปี 2547 เวลาล่วงแล้ว 22 ปี ผมเรียกนายกฯทักษิณว่า ท่าน ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้
.
ไม่เคยมองหรือรู้สึกว่า ท่านเป็นผู้ถึงพร้อมสมบูรณ์แบบ เลิศลอยไร้รอยตะเข็บ ดีงามข้ามพ้นวังวนกิเลส ผมเห็นท่านเป็นมนุษย์ รัก โลภ โกรธ หลงดำรงอยู่ เป็นปุถุชนที่ทำถูกได้ผิดได้ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ตรวจสอบได้ ตามสถานะนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
.
สำหรับผม ช่วงเวลา 4 ปีของรัฐบาลทักษิณ (2544-2548) คือยุคสมัยที่องค์ประกอบของระบอบประชาธิปไตยสมบูรณ์ที่สุด ผลิดอกออกผลต่อประชาชนสูงสุด และเป็นสัญญาณบวกต่อพัฒนาการทางการเมืองของสังคมไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
.
เรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง รัฐบาลชุดนั้นมีเสถียรภาพทางการเมือง เป็นรัฐบาลผสมชุดแรกที่อยู่ครบเทอม และที่สำคัญคือ เป็นรัฐบาลชุดแรกที่นำนโยบายจากการหาเสียงเลือกตั้งมาเป็นนโยบายของรัฐบาล ผลักดันผ่านกลไกรัฐและความสามารถในการบริหาร เกิดผลจริงสู่ประชาชน เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองให้ทุกพรรคทุกรัฐบาลหลังจากนั้นต้องผลักดันนโยบาย แม้แต่รัฐบาลคณะรัฐประหารก็มีนโยบายมาขาย
.
ตั้งแต่การเปลี่ยนแปลง 2475 ไม่มีช่วงเวลา 4 ปีของรัฐบาลใด ที่ประชาธิปไตยจะเบ่งบานถึงปากถึงท้องประชาชนเท่าห้วง 4 ปีที่ว่านี้ และในรอบ 94 ปีของประชาธิปไตยไทย ถ้าให้ระบุชื่อนายกรัฐมนตรีที่มีผลงาน มีขีดความสามารถในการบริหารประเทศ แก้ปัญหา ฝ่าวิกฤติสูงที่สุด ผมจะเขียนชื่อ ทักษิณ ชินวัตร
.
หลังการรัฐประหาร 2549 ทุกอย่างก็พังทลาย รัฐธรรมนูญ 2540 ถูกฉีก รัฐบาลเลือกตั้งถูกโค่น ประชาชนถูกปล้นอำนาจอธิปไตย และสังคมไทยไม่เคยเฉียดใกล้ 4 ปีแรกของรัฐบาลทักษิณอีกเลย โอกาสที่เคยวนเวียนอยู่รอบตัวประชาชน กลายเป็นเรื่องห่างไกล กระท่อนกระแท่น ทุลักทุเล
.
ไม่ได้บอกว่าประเทศไทยจะไม่มีใครเก่งเท่าทักษิณได้อีกแล้ว เวลาผ่านไปกรุงศรีอยุธยาย่อมไม่ไร้ซึ่งคนดี แต่ผมหมายถึงสภาพการเมืองตลอด 20 ปีมานี้ เอาเก่งเอาดีมาจากไหนก็ไม่รอด
.
19 กันยายน 2549 รัฐบาลทักษิณถูกยึดอำนาจ ผ่านไปเกือบ 20 ปีเต็ม ถูกจำขัง และ 11 พฤษภาคม 2569 กำลังจะออกจากเรือนจำ
.
มีประเด็นถกเถียงมากมายทั้งเรื่องหลักนิติธรรมในคดี การรับผิดรับโทษของทักษิณ และอีกหลายแง่มุมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคงคัดง้างกันอีกนานสำหรับคนที่คิดเห็นต่างกัน แต่ในมุมผม นายกฯทักษิณไม่ควรติดคุกแม้แต่วันเดียว
.
ไม่ใช่เฉพาะทักษิณ แต่นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งคนใดก็ตาม ไม่ควรติดคุกเพราะอำนาจคณะรัฐประหาร เพราะคณะรัฐประหารในประเทศนี้ไม่เคยถูกดำเนินคดีและติดคุกแม้แต่รายเดียว เป็นเหตุให้ทำแล้วทำอีกและอาจจะทำต่อในอนาคต
.
คงมีคนแย้งว่าบ้านเมืองนี้มีรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง เพิ่งมีทักษิณกับยิ่งลักษณ์ เป็นนายกฯที่ถูกยึดอำนาจแล้วศาลตัดสินว่ามีความผิด ทำไมไม่ยอมรับ ?
.
ผมก็จะอธิบายว่าเราเคารพอำนาจตุลาการ ทักษิณเป็นจำเลยได้ แต่กระบวนการยุติธรรมต้องเป็นไปโดยชอบ ไม่ถูกเจือสมโดยอำนาจเผด็จการ ไม่ตั้งฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองมาเป็น คตส. ทำหน้าที่พนักงานสอบสวน
.
ขณะที่ความแตกต่างซึ่งจะชี้ให้เห็นคือ รัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมา นายกฯที่ถูกยึดอำนาจจะหมอบ เมื่อหมอบแล้วเวลาผ่านไปสักพักก็จบ ชีวิตคืนสู่ภาวะปกติ มีที่พยายามสู้กลับ เช่นกลุ่มดร.ปรีดีคราวกบฎวังหลวง แต่ก็ไม่เคยกลับคืนสู่การเลือกตั้ง และไม่เคยหวนคืนอำนาจได้
.
ทักษิณจึงเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่สู้ และสู้ยืดเยื้อยาวนาน จนพรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย ลงเลือกตั้ง และกลับเข้าสู่อำนาจด้วยชัยชนะถล่มทลาย
.
ตลอดเวลา 20 ปีมานี้คือช่วงเวลาของการต่อสู้ ซากเงาและเสาค้ำอำนาจเผด็จการที่ยังปรากฏอยู่ ล้วนมีเป้าหมายเพื่อสกัดหรือจัดการกับทักษิณ เช่น
.
การออกคำสั่งคณะรัฐประหารย้อนหลังเพื่อตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย การร่างรัฐธรรมนูญ 2550 แก้กติกาเลือกตั้งเป็นเขตใหญ่ 3 คน บัญชีรายชื่อเป็นกลุ่มจังหวัด การชุมนุมยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน การตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร การปราบปรามคนเสื้อแดง การยึดอำนาจ 2557 รัฐธรรมนูญ 2560 ให้สว.โหวตนายกฯและวางกับดักไว้สารพัด
.
การใช้ระบบยุติธรรม 2 มาตรฐาน การขยายอำนาจขององค์กรอิสระทั้งที่เป็นโทษกับฝ่ายหนึ่ง หรือเป็นคุณกับอีกฝ่าย ขยายกันไปขยายกันมา จนอำนาจปปช.กับศาลรัฐธรรมนูญขบเหลี่ยมกันแล้วในวันนี้ และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนมีเป้าประสงค์ทางการเมืองอย่างเดียวกัน
.
ย้อนกลับไปถึงวันที่ 19 กันยายน 2549 ถ้าทักษิณไม่สู้ พรรคไทยรักไทยโยนผ้ายอมแพ้ พับเพียบเรียบร้อย ไม่มีพลังประชาชน ไม่มีเพื่อไทย ไม่ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการต่อสู้ของคนเสื้อแดง นานไปคดีคงหาย ไม่ต้องเวิ้งว้างอยู่ต่างแดนถึง 17 ปี และคงไม่ติดคุกในวันนี้
.
นายกฯทักษิณไม่ได้เริ่มต้นในฐานะนักต่อสู้ทางการเมือง แต่เป็นคนสู้คน สู้ชีวิต ล้มลุกคลุกคลานทำธุรกิจจนสำเร็จ แล้วพกพาความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ พร้อมฐานทางเศรษฐกิจที่มั่นคงมาลงสนาม
.
เมื่อธรรมชาติวิถีไม่ใช่การต่อสู้ร่วมกับขบวนการใดๆ พอถึงสถานการณ์ที่หัวใจกำหนดว่าต้องสู้ จึงตัดสินใจถูกบ้างพลาดบ้าง ที่ผ่านมาบางเรื่องผมเห็นต่างก็ไม่ได้ร่วมด้วย บางช่วงเวลามีตึงๆ กันบ้าง แต่ผมยังเห็นว่าท่านเป็นผู้ถูกกระทำ และคนที่สู้มาจนบอบช้ำขนาดนี้ยังยืนอยู่ได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย
.
สมรภูมินี้มันยาก พลังของอีกฝ่ายแข็งแกร่ง ล้ำลึก เกมอำนาจซับซ้อน มีคนมากมายล้มลงกลางทาง บ้างก็เลิกเสียกลางคัน ที่ยังสู้อยู่ก็อ่อนล้าโรยแรง พลังใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นล้วนผ่านการเคี่ยวกรำ ผมบอกไม่ได้ว่าใครสู้กว่าใคร ใครเจ็บกว่าใคร เพราะเงื่อนไขชีวิตแต่ละคนต่างกัน
.
นายกฯทักษิณออกมายังต้องใส่กำไล EM ไม่รู้ว่าที่รออยู่ข้างหน้าคืออะไร แต่ก็ถือว่าผ่านมาได้อีกเปลาะหนึ่ง และใครก็ตามที่ต่อสู้ทางการเมือง ถูกกระทำจากอำนาจเผด็จการในห้วงเวลาที่ผ่านมา ล้วนควรได้รับโอกาสแห่งอิสรภาพ
.
ตลอดเส้นทางที่ยาวไกล มีบทเรียนให้เก็บรับมากมาย บางคนถามว่าเวลาอยู่ข้างใครกันแน่ คำถามนี้ตอบยากเพราะทุกฝ่ายมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมง
.
เอาเป็นว่าสำหรับคนที่คิดเห็นในแนวทางประชาธิปไตย แม้จะเหมือนหรือต่างกันบ้างในบางมุม ผมว่าเวลาจะอยู่ข้างเราก็ต่อเมื่อเราเรียนรู้ที่จะอยู่ข้างกัน

https://www.facebook.com/share/p/1CZwFfb7bH/

#ThePolitics
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่