12 ปีรัฐประหาร 2557 กับมรดกชิ้นสุดท้าย "รัฐธรรมนูญ 2560"

12 ปีรัฐประหาร 2557 กับมรดกชิ้นสุดท้าย "รัฐธรรมนูญ 2560"




วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เป็นวันครบรอบ 12 ปีเหตุการณ์รัฐประหาร พ.ศ. 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้น เข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของ "นิวัฒน์ธํารง บุญทรงไพศาล" (รัฐบาล "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" พรรคเพื่อไทย)
.
หลังจากการรัฐประหารครั้งนั้นได้ประกาศให้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 สิ้นสุดลง พร้อมกับประกาศให้ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 เป็นฉบับชั่วคราว สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จำนวน 250 คน ซึ่งแต่งตั้งโดย คสช ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา และรัฐสภา ได้ลงมติเลือก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีในเวลาต่อมา
.
จากนั้น คสช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ จำนวน 21 คน โดยมี "มีชัย ฤชุพันธุ์" สมาชิก คสช. เป็นประธาน เมื่อร่างเสร็จแล้วคณะกรรมการได้จัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญไทย พร้อมคำถามพ่วงท้ายให้สมาชิกวุฒิสภาชุดแรกตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญนี้มีอำนาจร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วง 5 ปีแรกนับแต่มีรัฐสภา
.
การรณรงค์ให้ความรู้ออกเสียงประชามติครานั้นไม่เป็นธรรม มีการควบคุม จับกุม และดำเนินคดีผู้รณรงค์ "โหวตโน" หลายราย ซึ่งฝ่ายที่รณรงค์ไม่รับร่าง รธน. ให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวเป็นรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เนื่องจากร่างโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย คสช. เอง และบทบัญญัติยังเปิดช่องให้สืบทอดอำนาจได้ง่ายโดยเฉพาะกลไกให้อำนาจ สว. ซึ่งมีที่มาจาก คสช. เช่นเดียวกันร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตลอดจนการให้อำนาจองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญมากเกินไป
.
ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้เหตุผลว่า "รับๆ ไปก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง"
.
อย่างไรก็ตามผลการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 จากจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ 50,071,589 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 29,740,677 คน ให้ความเห็นชอบรับร่างรัฐธรรมนูญ 16,820,402 คะแนน (ร้อยละ 61.35) ไม่เห็นชอบ 10,598,037 คะแนน (ร้อยละ 38.65) ในประเด็นคำถามพ่วง เห็นชอบ 15,132,050 คะแนน (ร้อยละ 58.07) ไม่เห็นชอบ 10,926,648 คะแนน (ร้อยละ 41.93) นำไปสู่การประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2560 เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560
.
นับแต่ที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 หรือที่เรียกกันว่า "รัฐธรรมนูญปราบโกง" ประกาศใช้ มีความพยายามอยู่หลายครั้งทั้งจากฝ่ายการเมือง และภาคประชาชนที่จะแก้ไข เนื่องจากพบปัญหาหลายอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ ตลอดจนการเพิ่มอำนาจให้กับองค์กรอิสระจนขาดความยึดโยงกับประชาชนมากเกินไป
.
กุญแจดอกแรกที่จะเปิดประตูไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปและการออกเสียงประชามติเพื่อจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยผลการลงประชามติพบว่า ผู้มีสิทธิออกเสียง 52,933,610 คน ให้ความเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 21,621,638 คะแนน (ร้อยละ 60.16%) ไม่เห็นชอบ 11,241,653 คะแนน (ร้อยละ 31.28%) และไม่แสดงความคิดเห็น 3,074,330 คะแนน (ร้อยละ 8.55%)
.
ไฟแห่งความหวังที่จุดติดขึ้นมาอีกครั้ง กลับถูกทำให้ดับมอดลงในเวลาเพียงไม่นาน เมื่อรัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้หยิบเอาร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ค้างไว้มาพิจารณาต่อ ทำให้กระบวนการที่ออกเดินมาแล้วต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าเป็นการกระทำเพื่อปกป้องไม่ให้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2560 มรดกชิ้นสุดท้ายของคณะรัฐประหารถูกแก้ไข
.
ท้ายที่สุดจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลฟังเสียงของประชาชน และเคารพเจตจำนงที่แสดงออกผ่านการลงประชามติกว่า 21 ล้านเสียง เพื่อเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน

https://www.facebook.com/share/p/18zueNnG2V/



#MatichonTV
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่