เท้งเผย ร่างแก้รธน.พรรคประชาชน ยึด 3 หลักการ ป้องกันผูกขาดไม่เพิ่มสิทธิพิเศษส.ว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5722585
.

.
พรรคประชาชน’ เปิด 3 หลักการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เพิ่มส่วนร่วมประชาชน-ป้องกันการผูกขาด-ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ ส.ว. ‘เท้ง’ ลั่น พร้อมหนุนร่างพรรคการเมืองอื่นหากเนื้อหาไม่ขัด 3 หลักการ ด้าน ‘พริษฐ์’ ย้ำเบื้องต้นต้องมีคูหาให้ปชช.ร่วมเลือกได้
.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาร่วมกับภาคประชาชนถึงกรณีแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า เราต้องการรัฐธรรมนูญที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่โดยเร็วที่สุด
.
ซึ่งพรรคประชาชนมีข้อเสนอ 3 ข้อดังนี้ 1.ในส่วนของพรรคประชาชนและภาคประชาชนเราเห็นตรงกันว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามากที่สุด โดยยังต้องคงหลักการ 3 ข้อไว้ด้วยกัน ได้แก่ หลักการข้อแรกคือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้เราจะอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 หลักการข้อสองคือ เราต้องป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องไม่เกิดกระบวนการทำให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งผูกขาดกระบวนการจัดทำรัฐธรรรมนูญฉบับใหม่ได้ตลอดกระบวนการ และหลักการข้อสามคือไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษกับ ส.ว. สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.พรรคประชาชนพร้อมจะเสนอและผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่ยึดกับหลักการทั้ง 3 ข้อก่อนหน้าเข้าสู่รัฐสภาตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน 3.พรรคประชาชนพร้อมจัดสรร ส.ส. ของพรรคบางส่วนไปสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นี้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เสนอเข้ามา ตราบใดที่ร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ นั้น สอดคล้องกับหลักการข้างต้นทั้ง 3
.
ข้อ 4.พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนภาคประชาชน ในการรวบรวมอย่างน้อย 5 หมื่นรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยภาคประชาขน และ 5.พรรคประชาชนและภาคประชาชนเห็นตรงว่า ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนในสังคม ควรต้องมีส่วนร่วมในการรณรงค์และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้อย่างมีความหมาย
.
ด้านนาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นเพียงว่า รัฐบาลที่นําโดยพรรคภูมิใจไทยจะเอาร่างฉบับเดิมกลับมาหรือเสนอร่างฉบับใหม่เมื่อไหร่ แค่นั้นไม่เพียงพอ แต่ขอเรียกร้องว่าอย่างน้อยรัฐบาลชุดนี้จําเป็นต้องประกาศโรดแมปเกี่ยวกับกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดให้ประชาชนได้เข้าใจ เช่น อย่างน้อยต้องมีประชามติอีกสองครั้ง มีกระบวนการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการข้างหน้าอาจจะเสร็จเร็วได้ในระยะ 2-3 ปี หรือเสร็จช้าไม่ทันรัฐบาลนี้ แต่ย้ำว่าประชาชนจําเป็นต้องรับรู้ล่วงหน้าเพื่อจะเตรียมตัวในการมีส่วนร่วม
.
“
ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนต้องไม่มีอิทธิพลมากไปกว่าคนอื่นในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และยังมีคดีติดพันตัวเองอยู่ว่ามาโดยสุจริตถูกต้องหรือไม่ ส.ว.ไม่มีความชอบธรรมที่จะมีอํานาจเหนือ ส.ส. และประชาชนในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าพวกเราในฐานะประชาชนคนธรรมดาไม่มีสิทธิที่จะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกไว้ ส.ว. ซึ่งมีที่มาโดยไม่ชอบธรรม ก็ไม่ควรมีสิทธิที่จะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน และกระบวนการข้างหน้าหวังว่าจะไม่มีการโยนอํานาจไปให้ ส.ว.มากเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม หากร่างที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชน เราคงต้องใช้สิทธิ์ของประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างฉบับอื่นเข้าแข่งขัน” นาย
ยิ่งชีพ กล่าว
.
ขณะที่ นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ในภาพใหญ่รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้พาประเทศมาสู่ระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน โดยเปิดช่องให้รัฐบาลฮั้วกับองค์กรอิสระได้ โดยใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีการเลือก ส.ว. ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และมาจากการเลือกกันเอง ถือเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง สามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงของวุฒิสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในเมื่อรัฐธรรมนูญออกแบบให้วุฒิสภามีอำนาจชี้ขาดบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ดังนั้น หากฝ่ายการเมืองที่เข้าควบคุมเสียงวุฒิสภานั้นเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมมองได้ว่า รัฐบาลนั้นอาจคุมเสียงในองค์กรอิสระได้ด้วยเช่นกัน
.
“
รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงินที่พยายามรุกคืบและกินรวบประเทศ ด้วยการควบคุมสถาบันทางการเมืองทั้งหมดให้สำเร็จ เราจึงกังวลใจว่า ระบอบสีน้ำเงินจะทำทุกวิถีทางให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่สำเร็จ หรือพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขให้ระบอบสีน้ำเงินสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการกำหนดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคประชาชนจะทำเต็มที่ในระบบรัฐสภา เพื่อให้ประเทศเรามีระบบและกติกาการเมืองที่เป็นธรรม มีส่วนร่วมของประชาชน และหลุดพ้นจากระบอบสีน้ำเงิน แต่คงไม่อาจสำเร็จได้ หากไม่ร่วมมือและรวมพลังกับภาคประชาชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ” นาย
พริษฐ์ กล่าว
.
นาย
พริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเงื่อนไขเรื่องอำนาจของ ส.ว. นั้น พรรคประชาชนไม่ได้ตัดอำนาจ ส.ว. เพราะอำนาจ 1 ใน 3 ของ สว. ในกรณีดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ และเมื่อมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนส่งไปทำประชามติ เราคิดว่าอย่างน้อย สส. กับ สว. ควรมี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกัน ไม่ควรเพิ่มสิทธิกำหนดให้ต้องมีเสียง สว. เกินสัดส่วนเท่าไร จึงจะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อถามประชามติกับประชาชนได้ พรรคประชาชนจึงยืนยันหลักการที่สอดคล้องกับภาคประชาชนว่าไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แต่หากมีฝ่ายที่เห็นต่างก็ควรนำมาปรึกษาหารือกันในระบบรัฐสภา
.
เมื่อถามว่า สูตร 20 หยิบ 1 ที่เคยมีในร่างแก้ไขก่อนหน้านี้จะยังมีอยู่หรือไม่ นาย
พริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนจะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมี 3 หลักการสำคัญคือเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มกฎเกณฑ์ป้องกันการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ ส.ว. เราจึงอาจต้องนำเอาหลายร่างที่เคยเสนอไปมาทบทวนปรับปรุงให้สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้เพื่อยื่นกลับเข้าไป ขณะที่รูปธรรมของหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ยืนยันว่า รูปธรรมของหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนคือการมีคูหาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรูปแบบของคูหาจะเป็นเช่นไรนั้น เมื่อเข้าสู่การประชุมของ ส.ส. และมีข้อสรุปชัดเจนก็จะสามารถแถลงรายละเอียดให้ทราบได้
.
แต่เบื้องต้นยืนยันได้เรื่องการมีคูหาซึ่งเป็นรูปธรรมของการมีส่วนร่วมของประชาชน และการมีคูหาไม่ได้ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และมองว่าคำวินิจฉัยขัดต่อหลักการประชาธิปไตย รวมถึงขัดต่อคำวินิจฉัยในปี 2564 ที่บอกว่าประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ดังนั้น เราต้องยืนยันว่า เป็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยและขัดแย้งกันเอง
.
“
แม้เราเอาคำวินิจฉัยดังกล่าวมาอ่านเพิ่มเติม ก็ต้องยืนยันว่า การมีคูหาที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างไม่ได้ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งร่างที่พรรคประชาชนเคยเสนอไปในวาระ 1 เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีคูหาให้ประชาชนเลือกสภาที่ปรึกษาโดยตรง และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญโดยอ้อม อย่าลืมว่าเวลานั้นสมาชิกรัฐสภา รวมถึงเสียง ส.ว. เกิน 1 ใน 3 ก็เห็นชอบรับหลักการร่างของพรรคประชาชนเช่นนี้มา จึงยืนยันได้ว่า ร่างดังกล่าวไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และไม่อยากให้ฝ่ายใดนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเกราะกำบังความพยายามในการลดการมีส่วนร่วมของประชาชน” นาย
พริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืออะไร นาย
พริษฐ์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ คือตัวรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เอง เพราะการออกแบบกติกาตั้งแต่สมัย คสช.ป้องกันไม่ให้เกิดการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดว่าการแก้ไขใดๆ ต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. รวมถึงการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่สร้างอุปสรรค ทั้งเรื่องจำนวนการทำประชามติ และการเลือกผู้ร่าง แต่สิ่งที่จะทลายอุปสรรคดังกล่าวได้ คือพลังของประชาชนทั่วประเทศที่สะท้อนผ่านการออกเสียงประชามติ หากยังมีพลังของประชาชนผลักดันกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการทลายอุปสรรคเหล่านี้ ส่วนหลักการข้อ 3 ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แล้วยึดเกณฑ์เดิมคือ ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
.
เมื่อถามว่า หลังการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่บรรลุผลตาม MOA ที่ทำไว้กับพรรคภูมิใจไทย จะโน้มน้าว ส.ว. หรือพรรคการเมืองอื่นอย่างไร นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังการทำ MOA คือเสียงของประชาชนในการออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงที่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลักการทั้งหมดอยู่ใน 3 ข้อที่เราแถลงไปแล้ว ตราบใดที่สมาชิกรัฐสภาและทุกฝ่ายการเมืองให้ความสำคัญรวมถึงความเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ที่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ถ้าทุกคนเคารพเจตจำนงตรงกัน หลักการทั้ง 3 ข้อที่เราวางไว้ ไม่น่าจะขัดแย้งกับความเห็นใดๆ ของทุกภาคส่วน ย้ำว่า เราพร้อมที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขของพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วยหากไม่ขัดต่อหลักการทั้ง 3 ข้อดังกล่าว
.
.
เพียงพนอ-รักชนก บี้ปมคอร์รัปชั่น พุ่งเป้าแรงงาน-ทส. ชงเลิกระเบียบล้าสมัย จ่อนำเข้ากมธ.ติดตามงบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5722571
.
‘เพียงพนอ-รักชนก’ แท็กทีมเขย่าตอคอร์รัปชั่น หมายหัว ‘ก.แรงงาน-ทรัพยากรฯ’ ตั้งข้อสังเกตถ่วงเวลาบิ๊กโปรเจกต์กินหัวคิว ‘ไอซ์’ สงสัยกรมอุทยานฯเก็บเงินสด มีส่วนเอาเงินเข้ากระเป๋าง่ายหรือไม่ จ่อนำเรื่องเข้าถกในกมธ.ติดตามงบ สภา ผลักดันเปิดฐานข้อมูลภาครัฐให้ภาคสังคมเชื่อมต่อได้
.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่รัฐสภา น.ส.
เพียงพนอ บุญกล่ำ ในฐานะทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปภาครัฐ แถลงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเรียกรับสินบนว่า จากผลสำรวจจะเห็นว่าผู้ที่ตอบแบบสอบถามกว่า 70% เป็นผู้จัดการฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายจัดซื้อ และอีก 20% เป็นเจ้าของหรือผู้บริหารสูงสุดของ SMEs โดยตามข้อมูลจะจ้างงานไม่เกิน 200 คน จะเห็นว่าแม้ไม่ได้สะท้อนว่ามีการให้สินบนโดยบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะมีการประมูลโครงการของรัฐ แต่คงจะมีจำนวนสินบนที่รุนแรงเป็นก้อนใหญ่มากกว่าที่เราเห็นและอาจมีหลายรูปแบบ แต่ที่เราเห็นคือมีการจ่ายสินบน ซึ่งมีความน่าเป็นห่วงมาก เพราะขณะนี้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่กำลังหนักหนาสาหัส
JJNY : เท้งเผย ร่างแก้รธน.│เพียงพนอ-รักชนกบี้ปมคอร์รัปชั่น│เตือนวิกฤติพลังงานลากยาว│อุตุนิยมวิทยาโลกเตือนซุปเปอร์เอลนีโญ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5722585
.
.
พรรคประชาชน’ เปิด 3 หลักการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ เพิ่มส่วนร่วมประชาชน-ป้องกันการผูกขาด-ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษ ส.ว. ‘เท้ง’ ลั่น พร้อมหนุนร่างพรรคการเมืองอื่นหากเนื้อหาไม่ขัด 3 หลักการ ด้าน ‘พริษฐ์’ ย้ำเบื้องต้นต้องมีคูหาให้ปชช.ร่วมเลือกได้
.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงาร่วมกับภาคประชาชนถึงกรณีแนวทางการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่า เราต้องการรัฐธรรมนูญที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ไม่ใช่โดยเร็วที่สุด
.
ซึ่งพรรคประชาชนมีข้อเสนอ 3 ข้อดังนี้ 1.ในส่วนของพรรคประชาชนและภาคประชาชนเราเห็นตรงกันว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น จะเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนที่ได้ออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมามากที่สุด โดยยังต้องคงหลักการ 3 ข้อไว้ด้วยกัน ได้แก่ หลักการข้อแรกคือ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ถึงแม้เราจะอยู่ภายใต้กรอบคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ 18/2568 หลักการข้อสองคือ เราต้องป้องกันการผูกขาดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยต้องไม่เกิดกระบวนการทำให้กลุ่มบุคคลใดบุคคลหนึ่งผูกขาดกระบวนการจัดทำรัฐธรรรมนูญฉบับใหม่ได้ตลอดกระบวนการ และหลักการข้อสามคือไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษกับ ส.ว. สมาชิกรัฐสภาทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกันในการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบตลอดกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า 2.พรรคประชาชนพร้อมจะเสนอและผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อเพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่ยึดกับหลักการทั้ง 3 ข้อก่อนหน้าเข้าสู่รัฐสภาตามผลการออกเสียงประชามติของประชาชน 3.พรรคประชาชนพร้อมจัดสรร ส.ส. ของพรรคบางส่วนไปสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 นี้ของพรรคการเมืองอื่นๆ ที่เสนอเข้ามา ตราบใดที่ร่างของพรรคการเมืองอื่นๆ นั้น สอดคล้องกับหลักการข้างต้นทั้ง 3
.
ข้อ 4.พรรคประชาชนพร้อมสนับสนุนภาคประชาชน ในการรวบรวมอย่างน้อย 5 หมื่นรายชื่อของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยภาคประชาขน และ 5.พรรคประชาชนและภาคประชาชนเห็นตรงว่า ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนในสังคม ควรต้องมีส่วนร่วมในการรณรงค์และจัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รับรู้ เข้าใจ และมีส่วนร่วมในการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้อย่างมีความหมาย
.
ด้านนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการและผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) กล่าวว่า เราไม่อยากเห็นเพียงว่า รัฐบาลที่นําโดยพรรคภูมิใจไทยจะเอาร่างฉบับเดิมกลับมาหรือเสนอร่างฉบับใหม่เมื่อไหร่ แค่นั้นไม่เพียงพอ แต่ขอเรียกร้องว่าอย่างน้อยรัฐบาลชุดนี้จําเป็นต้องประกาศโรดแมปเกี่ยวกับกระบวนการจัดทํารัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดให้ประชาชนได้เข้าใจ เช่น อย่างน้อยต้องมีประชามติอีกสองครั้ง มีกระบวนการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ว่าอยากเห็นรัฐธรรมนูญใหม่เป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการข้างหน้าอาจจะเสร็จเร็วได้ในระยะ 2-3 ปี หรือเสร็จช้าไม่ทันรัฐบาลนี้ แต่ย้ำว่าประชาชนจําเป็นต้องรับรู้ล่วงหน้าเพื่อจะเตรียมตัวในการมีส่วนร่วม
.
“ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนต้องไม่มีอิทธิพลมากไปกว่าคนอื่นในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน และยังมีคดีติดพันตัวเองอยู่ว่ามาโดยสุจริตถูกต้องหรือไม่ ส.ว.ไม่มีความชอบธรรมที่จะมีอํานาจเหนือ ส.ส. และประชาชนในการจัดทํารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าพวกเราในฐานะประชาชนคนธรรมดาไม่มีสิทธิที่จะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงตามที่ศาลรัฐธรรมนูญบอกไว้ ส.ว. ซึ่งมีที่มาโดยไม่ชอบธรรม ก็ไม่ควรมีสิทธิที่จะเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญเช่นกัน และกระบวนการข้างหน้าหวังว่าจะไม่มีการโยนอํานาจไปให้ ส.ว.มากเกินความจำเป็น อย่างไรก็ตาม หากร่างที่พรรคการเมืองเสนอไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชน เราคงต้องใช้สิทธิ์ของประชาชนเข้าชื่อเสนอร่างฉบับอื่นเข้าแข่งขัน” นายยิ่งชีพ กล่าว
.
ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ในภาพใหญ่รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้พาประเทศมาสู่ระบบการเมืองที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน โดยเปิดช่องให้รัฐบาลฮั้วกับองค์กรอิสระได้ โดยใช้วุฒิสภาเป็นเครื่องมือ เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีการเลือก ส.ว. ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชน และมาจากการเลือกกันเอง ถือเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทางการเมือง สามารถเข้ามาแทรกแซงและควบคุมเสียงของวุฒิสภาได้อย่างเบ็ดเสร็จ และในเมื่อรัฐธรรมนูญออกแบบให้วุฒิสภามีอำนาจชี้ขาดบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ดังนั้น หากฝ่ายการเมืองที่เข้าควบคุมเสียงวุฒิสภานั้นเป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ประชาชนก็ย่อมมองได้ว่า รัฐบาลนั้นอาจคุมเสียงในองค์กรอิสระได้ด้วยเช่นกัน
.
“รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เป็นปุ๋ยชั้นดีของระบอบสีน้ำเงินที่พยายามรุกคืบและกินรวบประเทศ ด้วยการควบคุมสถาบันทางการเมืองทั้งหมดให้สำเร็จ เราจึงกังวลใจว่า ระบอบสีน้ำเงินจะทำทุกวิถีทางให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่สำเร็จ หรือพยายามทำให้ทุกอย่างอยู่ภายใต้เงื่อนไขให้ระบอบสีน้ำเงินสามารถผูกขาดการคัดเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ และการกำหนดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคประชาชนจะทำเต็มที่ในระบบรัฐสภา เพื่อให้ประเทศเรามีระบบและกติกาการเมืองที่เป็นธรรม มีส่วนร่วมของประชาชน และหลุดพ้นจากระบอบสีน้ำเงิน แต่คงไม่อาจสำเร็จได้ หากไม่ร่วมมือและรวมพลังกับภาคประชาชนที่มีอยู่ทั่วประเทศ” นายพริษฐ์ กล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเงื่อนไขเรื่องอำนาจของ ส.ว. นั้น พรรคประชาชนไม่ได้ตัดอำนาจ ส.ว. เพราะอำนาจ 1 ใน 3 ของ สว. ในกรณีดังกล่าวนั้น ไม่ได้มีบทบัญญัติอยู่ในรัฐธรรมนูญ และเมื่อมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนส่งไปทำประชามติ เราคิดว่าอย่างน้อย สส. กับ สว. ควรมี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่าเทียมกัน ไม่ควรเพิ่มสิทธิกำหนดให้ต้องมีเสียง สว. เกินสัดส่วนเท่าไร จึงจะส่งร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อถามประชามติกับประชาชนได้ พรรคประชาชนจึงยืนยันหลักการที่สอดคล้องกับภาคประชาชนว่าไม่ควรเพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แต่หากมีฝ่ายที่เห็นต่างก็ควรนำมาปรึกษาหารือกันในระบบรัฐสภา
.
เมื่อถามว่า สูตร 20 หยิบ 1 ที่เคยมีในร่างแก้ไขก่อนหน้านี้จะยังมีอยู่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนจะมีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมี 3 หลักการสำคัญคือเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชน เพิ่มกฎเกณฑ์ป้องกันการผูกขาด และไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ ส.ว. เราจึงอาจต้องนำเอาหลายร่างที่เคยเสนอไปมาทบทวนปรับปรุงให้สอดคล้องกับ 3 หลักการนี้เพื่อยื่นกลับเข้าไป ขณะที่รูปธรรมของหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้น ยืนยันว่า รูปธรรมของหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนคือการมีคูหาเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรูปแบบของคูหาจะเป็นเช่นไรนั้น เมื่อเข้าสู่การประชุมของ ส.ส. และมีข้อสรุปชัดเจนก็จะสามารถแถลงรายละเอียดให้ทราบได้
.
แต่เบื้องต้นยืนยันได้เรื่องการมีคูหาซึ่งเป็นรูปธรรมของการมีส่วนร่วมของประชาชน และการมีคูหาไม่ได้ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และมองว่าคำวินิจฉัยขัดต่อหลักการประชาธิปไตย รวมถึงขัดต่อคำวินิจฉัยในปี 2564 ที่บอกว่าประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ดังนั้น เราต้องยืนยันว่า เป็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ชอบด้วยหลักการประชาธิปไตยและขัดแย้งกันเอง
.
“แม้เราเอาคำวินิจฉัยดังกล่าวมาอ่านเพิ่มเติม ก็ต้องยืนยันว่า การมีคูหาที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้ร่างไม่ได้ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้กระทั่งร่างที่พรรคประชาชนเคยเสนอไปในวาระ 1 เมื่อปลายปีที่แล้ว ก็มีคูหาให้ประชาชนเลือกสภาที่ปรึกษาโดยตรง และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญโดยอ้อม อย่าลืมว่าเวลานั้นสมาชิกรัฐสภา รวมถึงเสียง ส.ว. เกิน 1 ใน 3 ก็เห็นชอบรับหลักการร่างของพรรคประชาชนเช่นนี้มา จึงยืนยันได้ว่า ร่างดังกล่าวไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ และไม่อยากให้ฝ่ายใดนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเกราะกำบังความพยายามในการลดการมีส่วนร่วมของประชาชน” นายพริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า สิ่งที่เป็นอุปสรรคใหญ่ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคืออะไร นายพริษฐ์ กล่าวว่า อุปสรรคสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ คือตัวรัฐธรรมนูญ ปี 2560 เอง เพราะการออกแบบกติกาตั้งแต่สมัย คสช.ป้องกันไม่ให้เกิดการแก้ไขหรือจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกำหนดว่าการแก้ไขใดๆ ต้องมีเสียง 1 ใน 3 ของ ส.ว. รวมถึงการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยที่สร้างอุปสรรค ทั้งเรื่องจำนวนการทำประชามติ และการเลือกผู้ร่าง แต่สิ่งที่จะทลายอุปสรรคดังกล่าวได้ คือพลังของประชาชนทั่วประเทศที่สะท้อนผ่านการออกเสียงประชามติ หากยังมีพลังของประชาชนผลักดันกระบวนการนี้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการทลายอุปสรรคเหล่านี้ ส่วนหลักการข้อ 3 ไม่เพิ่มสิทธิพิเศษให้ สว. แล้วยึดเกณฑ์เดิมคือ ใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา
.
เมื่อถามว่า หลังการจัดทำรัฐธรรมนูญไม่บรรลุผลตาม MOA ที่ทำไว้กับพรรคภูมิใจไทย จะโน้มน้าว ส.ว. หรือพรรคการเมืองอื่นอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นหลังการทำ MOA คือเสียงของประชาชนในการออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงที่ต้องการให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หลักการทั้งหมดอยู่ใน 3 ข้อที่เราแถลงไปแล้ว ตราบใดที่สมาชิกรัฐสภาและทุกฝ่ายการเมืองให้ความสำคัญรวมถึงความเคารพเจตนารมณ์ของประชาชน ที่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน ถ้าทุกคนเคารพเจตจำนงตรงกัน หลักการทั้ง 3 ข้อที่เราวางไว้ ไม่น่าจะขัดแย้งกับความเห็นใดๆ ของทุกภาคส่วน ย้ำว่า เราพร้อมที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขของพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วยหากไม่ขัดต่อหลักการทั้ง 3 ข้อดังกล่าว
.
.
เพียงพนอ-รักชนก บี้ปมคอร์รัปชั่น พุ่งเป้าแรงงาน-ทส. ชงเลิกระเบียบล้าสมัย จ่อนำเข้ากมธ.ติดตามงบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5722571
.
‘เพียงพนอ-รักชนก’ แท็กทีมเขย่าตอคอร์รัปชั่น หมายหัว ‘ก.แรงงาน-ทรัพยากรฯ’ ตั้งข้อสังเกตถ่วงเวลาบิ๊กโปรเจกต์กินหัวคิว ‘ไอซ์’ สงสัยกรมอุทยานฯเก็บเงินสด มีส่วนเอาเงินเข้ากระเป๋าง่ายหรือไม่ จ่อนำเรื่องเข้าถกในกมธ.ติดตามงบ สภา ผลักดันเปิดฐานข้อมูลภาครัฐให้ภาคสังคมเชื่อมต่อได้
.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่รัฐสภา น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ในฐานะทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปภาครัฐ แถลงกรณีคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยผลสำรวจเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและการเรียกรับสินบนว่า จากผลสำรวจจะเห็นว่าผู้ที่ตอบแบบสอบถามกว่า 70% เป็นผู้จัดการฝ่ายกฎหมายหรือฝ่ายจัดซื้อ และอีก 20% เป็นเจ้าของหรือผู้บริหารสูงสุดของ SMEs โดยตามข้อมูลจะจ้างงานไม่เกิน 200 คน จะเห็นว่าแม้ไม่ได้สะท้อนว่ามีการให้สินบนโดยบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะมีการประมูลโครงการของรัฐ แต่คงจะมีจำนวนสินบนที่รุนแรงเป็นก้อนใหญ่มากกว่าที่เราเห็นและอาจมีหลายรูปแบบ แต่ที่เราเห็นคือมีการจ่ายสินบน ซึ่งมีความน่าเป็นห่วงมาก เพราะขณะนี้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่กำลังหนักหนาสาหัส