ยกเลิกสัญญารถไฟ 3 สนามบิน รัฐทำเองดีแล้ว ไม่งั้นยิ่งล้าช้า ยังมีอีกมิติที่มองข้ามระหว่างคนเที่ยวกับคนทำงานประจำ

ตอนนี้ ตามข่าวก็เริ่มมีแนวทางที่จะให้เอกชนบอกยกเลิกสัญญาสร้างรถไฟ 3 สนามบินได้ ซึ่งก็ทำถูกแล้ว เพราะยิ่งปล่อยให้เวลานานไป ให้เอกชนตัดสินใจตามใจเอง ก็จะโดนยื้อไปเรื่อย ไม่จบเสียที จะโดนยื้อถึง 10-20 ปีหรือเปล่าไม่รู้ กว่าจะได้สร้างจริง แถมจะโดนเอกชนเอาเปรียบมาก รัฐเสียค่าโง่เอกชน และจะมีคนบางกลุ่มไปฟ้องศาลอีก
   สู้ยกเลิกสัญญา รัฐรีบดึงกลับมาทำเองแต่ตอนนี้ จะดีที่สุด ไม่ต้องยื้อเวลา ได้ความชัดเจนในะระยะเวลาการก่อสร้างกว่าเดิมมาก ที่รฟท.บอกว่าสร้างเสร็จใน 8 ปี ก็ 8 ปี ดีกว่าให้เอกชนยื้อไปเรื่อย นี่ถ้ารัฐคิดจะสร้างเองตั้งแต่ 7-8 ปี ก่อน ป่านนี้รถไฟ 3 สนามบินก็เกือบเสร็จแล้ว หรืออาจจะเสร็จแล้วก็ได้ ประชาชนเตรียมได้ใช้บริการแล้ว แต่พอวางแผนผิดให้เอกชนสร้าง ก็เสียเวลากันยาวๆ

    มีบางคนบอกว่า จะให้ดึงอันดับ 2 คือ bts มาก่อสร้าง คิดว่าเขาคงไม่มาหรอก เงื่อนไขที่ประมูลช่วงปี 61-62 ก็แบบนึง ราคาก่อสร้างแบบนึง สภาวะทางเศรษฐีก็แบบนึง มาปี 69 นี้ ราคาก่อสร้างก็เป็นอีกแบบนึง สภาวะทางเศรษฐกิจก็เป็นอีกแบบนึง รฟท.เอาโครงการนี้มาสร้างเองดีที่สุด ไม่ต้องจัดประมูลให้เสียเงินและเวลาอีก

  ถ้าจะวางแผนก่อสร้างใหม่ ก็ต้องพยายามวางแผนก่อสร้างให้เกิดความคุ้มค่าในหลายๆด้าน ถ้าเป็นเราก็จะเลือกสร้างแบบรถไฟฟ้าสายสีแดงหรือเอาแค่ทางคู่ไม่ติดระบบไฟฟ้าจากกรุงเทพลากยาวถึงจังหวัดตราด เพราะในอนาคตก็มีโครงการจะทำรถไฟทางคู่ถึงตราดอยู่แลัวด้วย ก็ควรรวบทั้ง 3 โครงการได้แก่
1.โครงการรถไฟ 3 สนามบิน


2.รถไฟทางคู่เส้นทางศรีราชา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด


3.รถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนฝั่งตะวันออก  

   มารวบไว้ในโครงการเดียวกันทังหมด ยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว เซ็นต์สัญญาฉบับเดียวได้ทั้ง 3 โครงการ

    ซึ่งจะส่งผลดีต่อคนที่อยู่จังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราดไปด้วย คนทั้ง 3 จังหวัดนั สามารถเดินทางมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาได้อย่างสะดวกสบาย อู่ตะเภาก็จะโตได้ไวขึ้น

    รูปแบบใหม่ของการก่อสร้าง ก็คือมีขบวน express line และ city line บนรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนฝั่งตะวันออก แบบที่แอร์พอร์ตลิงค์พญาไท-สุวรรณภูมิเคยทำ บางสถานีมี 4 ชานชาลา ให้ขบวน express ด่วนพิเศษที่จอดรับคนเฉพาะสถานีใหญ่ สามารถวิ่งแซงขบวนเล็ก city line ที่กำลังจอดรับผู้โดยสารได้ เพื่อให้ขบวน express ทำเวลาเป็นพิเศษ ขบวน express ของสายสีแดงอ่อน ก็เป็นขบวนเปรียบเสมือนรถไฟความเร็วสูง


    ถ้าสายสีแดงอ่อนฝั่งตะวันออกสร้างเสร็จ และสามารถทำให้ขบวนสายสีแดงที่วิ่งจากดอนเมืองเข้าบางซื่อนั้น วิ่งตรงต่อไปและสับรางให้รถวิ่งต่อไปยังสายสีแดงอ่อนฝั่งตะวันออกได้ ก็เยี่ยมเลย วางระบบสับรางตรงส่วนต่อขยายด้านหลังสถานีกลางบางซื่อ

คือตามแผนเดิมก็จะมีขบวนตรงไปหัวลำโพงอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีแผนทำระบบสับรางให้รถวิ่งไปยังฝั่งตะวันออก แต่ตอนนี้ดูแล้วคงต้องทำ รถไฟ 3 สนามบินจะได้มาเร็วขึ้น คือต้องสร้างรถไฟสายสีแดงอ่อนฝั่งตะวันออกให้เสร็จ แล้วทำระบบสับรางกับเส้นทางรถไฟสายสีแดงเข้มบางซื่อ-รังสิต ให้รถที่วิ่งมากจากฝั่งตะวันออกสามารถวิ่งเข้าสู่ดอนเมืองได้ และรถจากดอนเมืองก็วิ่งไปฝั่งตะวันออกได้แบบไร้รอยต่อ ช่วยให้รถไฟ 3 สนามบินเกิดเร็ว

    ส่วนอีกเรื่องนึงที่รถไฟสายสีแดงจะตอบโจทย์ได้มากกว่ารถไฟความเร็วสูง ก็คือค่าโดยสารที่เหมาะกับคนทำงานประจำในสนามบินอู่ตะเภา
   ค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินที่กำหนดไว้จากพัทยาถึงอู่ตะเภาราคา 157 บาท ถือเป็นราคาที่แพงสำหรับคนทำงานประจำมาก ถ้ามีคนทำงานประจำอยู่สนามบินสุวรรณภูมิ แล้วมีบ้านอยู่พัทยา เขาคงไม่ขึ้นรถไฟความเร็วสูงมาทำงานแน่
   นึกถึงสมัยที่แแอร์พอร์ตลิงค์ยังมีขบวนด่วนพิเศษ express วิ่งจากมักกะสันถึงสุวรรณภูมิอย่างเร็ว ใช้เวลาน้อย แต่ค่าโดยสาร 90 บาท ส่วนขบวนธรรมดา ราคาแค่ 35 บาท คนจำนวนมากก็เลือกนั่งขบวนธรรมดาหรือ city line มากกว่า ยิ่งคนทำงานประจำ ก็ยิ่งขอนั่งขบวนธรรมดาดีกว่า

    ตามแผนก็คือว่า รถไฟความเร็วสูงจะวิ่งมาจอดรับส่งผู้โดยสารในอุโมงค์ใต้อาคารผู้โดยสารสนามบิน แต่รถไฟความเร็วสูงก็ไม่รู้ว่าจะสร้างได้สร้างเมื่อไร
  ตอนนี้จึงควรสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงที่วิ่งครอบคลุมภาคตะวันออกไว้ก่อนดีกว่า รถไฟความเร็วสูงเอาไว้สร้างทีหลัง แต่ก็ต้องออกแบบทางวิศวกรรมเผื่อจะสร้างรถไฟความเร็วสูงไว้ในอนาคตด้วย ช่วง missing link ก็ออกแบบไว้ช่องนึงชั้นนึงที่เป็นทางรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินจะมาในอนาคตด้วย ใต้สนามบินอู่ตะเภาก็มีช่องว่างที่ไว้ตสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงได้เหมือนเดิม แล้วสร้างสายสีแดงไปก่อน เพราะถ้าให้สร้างทั้งรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินและรถไฟฟ้าสายสีแดงตะวันออกพร้อมๆกัน งบไม่น่าพอ ไม่น่าเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมเท่าไร ขอเลือกสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนตะวันออกจากกรุงเทพลากยาวถึงอู่ตะเภา-ตราด แล้วมีขบวน express น่าจะเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมมากกว่า เป็นผลดีต่อสนามบินอู่ตะเภามากกว่า

    ถ้าจะสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงครอบคลุมภาคตะวันออก ก็ต้องตั้งสถานีรถไฟอู่ตะเภาใหม่ ให้สถานีมาอยู่ตรงฝั่งตะวันออกของสนามบิน เพื่อที่จะทำเส้นทางไประยอง จันทบุรี ตราดได้ง่ายๆ และมีรถไฟไร้คนขับ apm เชื่อมจากสถานีรถไฟเข้าสู่สนามบิน คนที่ทำงานประจำอยู่ในสนามบินและผู้ที่จะมาขึ้นเครื่องบินและลงจากเครื่องบินก็ไม่ต้องเสียค่าบริการ apm  นอกนั้นใครที่จะใช้บริการ apm ก็เสียค่าบริการ 10-12 บาท
    การสร้างมาในลักษณะนี้ จะตอบโจทย์คนหลากหลายกลุ่ม เป็นประโยชน์ต่อภาพรวมในการเดินทางมากกว่า คนที่อยู่นงนุชหรือเขาชีจรรย์จะเดินทางมาทำธุระรอบๆสนามบิน ก็สะดวก ไม่ต้องต้องเดินออกมาจากสนามบินอีกที ก็ให้รัฐเลือกรูปแบบก่อสร้างที่เป็นประโยชน์ต่อภาพมากที่สุด จะทำประชาพิจารณ์ใหม่ก็ได้



    สรุปว่า  การสร้างรถไฟสายสีแดงมายังภาคตะวันออกแบบมีขบวน express จะตอบโจทย์การเดินทางได้ครอบคลุมทั้งนักท่องเที่ยวและผู้มาทำงานประจำในสนามบิน ส่วนการเน้นสร้างรถไฟความเร็วสูงจะตอบโจทย์แค่นักท่องเที่ยวกลุ่มเดียว เพราะค่าโดยสารต่างกันชัดเจน

    พูดถึงดิสนีย์แลนด์ ข่าวบอกว่าจะสร้างอยู่ห่างจากสถานีรถไฟ 3 สนามบินประมาณ 10 กิโล ถ้าเป็นไปตามนี้ ก็ควรจะมี apm จากตัวสถานีรถไฟฟ้าไปถึงหน้าดิสนีย์แลนด์ เพราะระยะ 10 กิโล ไม่ใช่ระยะใกล้ๆที่รถบัสจะวิ่งไปถึงได้เร็ว
    หรือถ้าไม่มี apm ก็ต้องทำรถรางเบาระดับดินวิ่งผ่านหน้าสวนสนุก พอลงจากสถานีรถไฟพัทยา หรือสถานีรถไฟอู่ตะเภา ก็สามารถนั่งรถรางเบาที่วิ่งระดับดินไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ได้สบาย ซึ่งก็เคยมีแผนว่า จะสร้างโมโนเรลรอบอู่ตะเภาอยู่แล้ว แต่ไม่รู้ว่าสถานีโมโนเรลจะตั้งอยู่บริเวณหน้าดิสนีย์แลนด์มั้ย จริงๆแล้วทำเป็นรถรางเบาที่วิ่งระดับดินก็ได้ มีสถานีรถรางเบาตั้งอยู่หน้าดิสนีย์แลนด์ ดูแล้วเพียงพอต่อการให้บริการอยู่

    โครงการท่าอวกาศยานอู่ตะเภาก็น่าสนใจดี น่าจะเป็นสถานที่นึงที่ทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในบริเวณ มีคนนั่งรถไฟมาทำงานเพิ่มขึ้น
   คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

   แต่ถ้าเลือกรูปแบบการก่อสร้างได้ มีงบประมาณมากพอ ก็อยากเลือกให้สร้างแบบรถไฟความเร็วสูงอยู่ข้างบน รถไฟสายสีแดงอ่อนอยู่ข้างล่าง มี apm เชื่อมจากสถานีลาดกระบังหรือพระจอมเกล้าฯเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ หรือถ้าไม่ทำ apm ก็ทำการเชื่อมต่อระหว่างสถานีสายสีแดงอ่อนลาดกระบังกับสถานี arl ลาดกระบังให้เชื่อมต่อกันง่ายมาก สามารถเปลี่ยนขบวนแบบไม่ต้องออกจากระบบ อย่างนี้ก็ได้



    แต่การสร้างแบบให้มีรถไฟความเร็วสูงอยู่ชั้นบนและสายสีแดงอยู่ชั้นล่างนี้ ดูแล้วน่าจะเปลืองงบกว่า และสร้างช้ากว่าเดิมไปอีก ที่บอกมาว่าให้เน้นสร้างแต่สายสีแดงอ่อนคลุมภาคตะวันออก จึงเป็นรูปแบบการก่อสร้างที่น่าจะสำเร็จเร็วและเกิดประโยชน์ต่อภาพรวมที่สุดแล้ว อาจจะสร้างสายสีแดงอ่อนก่อน และไปสร้างรถไฟความเร็วสูงอยู่ชั้นบนทีหลัง ก็ควรออกแบบการก่อสร้างเผื่อไว้ในอนาคต ให้สามารถสร้างรถไฟความเร็วสูงคร่อมกับรถไฟสายสีแดงอ่อนได้ง่าย จะสร้างแบบไหนก็ทำประชาพิจารณ์ใหม่ดู
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่