หนาดใหญ่

หนาดใหญ่



⇒ ชื่ออื่น
หนาด, พิมเสน (ไทย), หนาดหลวง, คำพอง (พายัพ), จะบอ (ตานี), ไหง่หนับเฮียง, ไต่ฮวงไหง่ (จีนแต้จิ๋ว), Ngai Camphor Tree

⇒ ชื่อวิทยาศาสตร์
Blumea balsmifera DC. วงศ์ Compositae

⇒ ลักษณะต้น
เป็นพืชต้นสูง 1-3 เมตร มีขนอ่อนนุ่มสีเหลืองทั้งต้น ขยี้ดมมีกลิ่นหอมเย็น ใบออกสลับกัน ลักษณะรีใหญ่ยาว 10-17 ซ.ม. กว้าง 1.2-2.5 ซ.ม. ปลายใบแหลม ฐานใบเรียวเล็กลง ขอบใบมีรอยหยักใหญ่ ๆ ไม่เท่ากัน มีขนทั้งสองด้าน ดอกออกที่ปลายกิ่งเป็นช่อ มีกลีบเลี้ยงหลายชั้น ชั้นนอกสั้นกว่าชั้นใน กลีบดอกสีเหลือง ดอกย่อยรอบนอกเป็นดอกที่มีแต่เกสรตัวเมียอย่างเดียว ดอกบริเวณกลางช่อดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ กลีบดอกติดกันเป็นหลอด ส่วนปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 5 อัน ติดกับกลีบดอกเกสรตัวเมีย มีก้านเกสรตัวเมีย 1 อัน ปลายแยกเป็นเส้น 2 เส้น ผลเป็นเส้นเล็ก ๆ มี 10 เหลี่ยม ส่วนบนมีขนสีขาว ๆ หลายเส้น ช่วยให้ลอยไปตกได้ไกล ๆ ออกดอกในฤดูหนาว พบเกิดขึ้นเองตามท้องนาและหุบเขาทั่วไป

⇒การเก็บมาใช้
ใช้ราก ใบและยอดอ่อน และพิมเสนที่กลั่นได้จากใบและยอดอ่อนเป็นยา 
ใบและยอดอ่อน เก็บได้ตลอดปี ผึ่งลมให้แห้ง เก็บไว้ใช้ หรือกลั่นด้วยไอน้ำแยกเอาน้ำมันหอมระเหยออกมา ทำให้เย็นตกผลึกแยกเอาพิมเสนออกมาใช้ (เก็บใบและยอดอ่อนในฤดูหนาว จะให้น้ำมันหอมระเหยมากกว่าฤดูอื่น)
ลักษณะพิมเสนที่ดี เป็นแผ่นใหญ่ขนาด 5-15 ม.ม. หนา 2-3 ม.ม. สีขาว กลิ่นหอมเย็น รสเย็นซ่า 
ราก ขุดราก ล้างให้สะอาด ใช้สด

⇒สรรพคุณ
ใบและยอดอ่อน รสฉุน ชุ่ม ขม สุขุม ใช้บำรุงกำลัง ทำให้การไหลเวียนเลือดดี ขับลม ขับพยาธิ แก้บิด ท้องร่วง ปวดท้อง มีลมในลำไส้ บวม ปวดเอ็นและกระดูก แผลฟกช้ำจากหกล้ม หรือถูกกระทบกระแทกและแก้กลาก
เกร็ดพิมเสน รสฉุน ชุ่ม ขม สุขุม ใช้ขับลม แก้ปวดท้อง ท้องร่วง ใช้ภายนอก แก้ตาเป็นต้อ ทำให้ตาสว่าง ใส่บาดแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น แผลฟกช้ำจากหกล้ม หรือกระทบกระแทก แก้กลาก
ราก รสฉุน ใช้ขับลม แก้บวม ทำให้การไหลเวียนของเลือดดี ขับถ่ายของเสีย ปวดข้อ แผลฟกช้ำจากหกล้ม หรือถูกกระทบกระแทก ปวดเมื่อยหลังคลอด ปวดท้อง ท้องร่วง

⇒ วิธีและปริมาณที่ใช้
ใบและยอดอ่อนแห้ง 10-18 กรัม ต้มน้ำกิน ใช้ภายนอก ต้มเอาน้ำชะล้างหรือบดเป็นผงผสมทา
เกร็ดพิมเสน 0.150-0.3 กรัม บดเป็นผงผสมเป็นยาผงหรือยาเม็ด กิน ใช้ภายนอกบดเป็นผงโรยหรือทา
รากสด 15-30 กรัม ต้มน้ำกิน

⇒ ตำรับยา
1. แก้บวมเจ็บ ปวดข้อ ใช้ใบหรือยอดอ่อนสดรากว่านน้ำเล็กสด (Acorus gramineus Soland.) และใบละหุ่งสด อย่างละเท่า ๆ กัน พอประมาณ ต้มเอาน้ำชะล้างบริเวณที่เป็น
2. แก้บาดแผล ใช้ใบหรือยอดอ่อน ตำพอก
3. แก้แผลฟกช้ำจากหกล้มหรือถูกกระทบกระแทก ฝีบวมอักเสบ แผลมีหนอง ใช้ใบสดตำพอก อาจผสมเหล้าลงไปตำพอก หรือต้มเอาน้ำชะล้าง

⇒ผลทางเภสัชวิทยา 
สารสกัดจากใบ ฉีดเข้าสัตว์ทดลอง มีฤทธิ์ขยายหลอดลม ลดความดันเลือด ยับยั้งประสาทซิมพาเธติค (Sympathetic Nerve) อาจนำไปใช้กับคนมีความดันเลือดสูง นอนไม่หลับ กระวนกระวายใจ นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ทำให้กล้ามเนื้อลายหดตัว

⇒หมายเหตุ
ในมาเลเซีย ใช้ใบอ่อนและรากต้มกินเป็นอาหารบางครั้งใส่ยี่หร่าลงไปด้วย รากเก็บจากต้นอ่อนยังไม่ออกดอก กล่าวว่า มีฤทธิ์ขับพยาธิในลำไส้ ใช้ใบอ่อน กินร่วมกับใบพลู แก้อาการเจ็บบริเวณหัวใจ ซึ่งอาจเนื่องจากระบบย่อยอาหารไม่ดีก็ได้
ในอินโดจีน ใช้ใบ ร่วมกับต้นตะไคร้ ต้มให้เดือด ใช้อบตัวช่วยขับเหงื่อ
ในซาราวัค ใช้ใบต้มร่วมกับเทียนดำ (Nigella sativa L.) หัวหอมเล็กหรือบดกับเกลือ กินแก้ไข้
ในชวา ใช้น้ำคั้นหรือน้ำต้มจากใบ หรือจากราก กินแก้ประจำเดือนออกมากผิดปกติ
ในกัมพูชา ใช้ใบพอกแก้หิด ใช้ใบหรือยอดอ่อน ตำพอกแผลห้ามเลือด หรือตำร่วมกับใบขัดมอญ (Sida rhombifolia L.) พอกศีรษะแก้ปวดหัว
ตำร่วมกับใบกระท่อม ใบยอ ใบเพกา ใช้เป็นยาพอกแก้ม้ามโต
ใบต้มน้ำ ให้หญิงหลังคลอดอาบ และใช้ทาถูภายนอก แก้ปวดหลัง เอว และปวดข้อ
น้ำคั้นจากใบ หรือผงใบแห้ง ทาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น
ใบ ชงน้ำร้อน กินตอนอุ่นๆ ใช้แก้ไข้ ขับเหงื่อ

ในไทย ใช้ใบสดหั่นฝอยแบบยาเส้น ตากพอแห้งหมาด ๆ มวนกับยาฉุนสูบแก้ริดสีดวงจมูก ใช้กินเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้จุกเสียดแน่นเฟ้อ ปวดท้อง และใช้เป็นยาขับเสมหะ ขับเหงื่อ

[url=https://www.doctor.or.th/article/detail/4996]https://www.doctor.or.th/article/detail/4996[/url]


***************************************************************************************************************************************************
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่