การเปรียบเทียบระหว่าง "ฌานฤาษี" (หรือฌานนอกพุทธศาสนา) กับ "ฌานในทางพุทธ"
บางสำนักพยายามด้อยค่าฌาน แยกเป็นฌานพุทธ ฌานฤาษี
ในเชิงสภาวะจิต มีองค์ฌาน 5 คือ วิตก วิจารณ์ ปีติ สุขและเอกัคตา เหมือนกัน
ในทางปฏิบัติ พระพุทธเจ้าไม่เคยแบ่งแยกฌานพุทธ ฌานฤาษี เพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงเคยศึกษาฌานเหล่านี้มา แต่ทรงนำมาปรับปรุงให้มี "สัมมาสติ" และ "สัมมาทิฐิ" กำกับ เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในความสุขจากสมาธิเพียงอย่างเดียว
ต่างกันที่มีเป้าหมายและวิธีการนำไปใช้ต่อยอดอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ
1. เป้าหมายสูงสุด
ฌานฤาษี (อารัมมณูปนิชฌาน): เน้นความสงบ การระงับกิเลสเพียงชั่วคราว (วิขัมภนวิมุตติ) หรือเพื่อแสวงหาฤทธิ์เดช อภิญญา และการไปเกิดในพรหมโลก
ฌานพุทธ (ลักขณูปนิชฌาน): ใช้ความสงบเป็น "ฐาน" เพื่อไปต่อยอดในการวิปัสสนา (พิจารณาความจริงของกายและจิต) เพื่อความพ้นทุกข์หรือนิพพาน
2. ลักษณะของจิตและสติ
ฌานฤาษี มักเน้นการ "เพ่ง" ให้อารมณ์แนบแน่นอยู่กับสิ่งเดียว (เช่น กสิณ หรือคำบริกรรม) จนจิตดิ่งลึก บางครั้งอาจขาดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เน้นความนิ่งเงียบเหมือนหินทับหญ้า
ฌานพุทธ เน้นความ "สติตื่นรู้" แม้จิตจะสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ แต่ต้องประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้เห็นการเกิด-ดับของสภาวะธรรม
3. การใช้งาน
ฌานฤาษี จบลงที่สมาธิ เมื่อออกจากสมาธิ กิเลสอาจจะยังคงอยู่เท่าเดิม แค่ถูกกดไว้ด้วยกำลังของจิต
ฌานพุทธ นำกำลังสมาธิมาใช้ "พิจารณาไตรลักษณ์" (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เพื่อตัดสังโยชน์หรือกิเลสให้ขาดเป็นสมุจเฉทปหาน (ละขาดถาวร)
”ฌานฤาษี“ กับ ”ฌานในทางพุทธ“
บางสำนักพยายามด้อยค่าฌาน แยกเป็นฌานพุทธ ฌานฤาษี
ในเชิงสภาวะจิต มีองค์ฌาน 5 คือ วิตก วิจารณ์ ปีติ สุขและเอกัคตา เหมือนกัน
ในทางปฏิบัติ พระพุทธเจ้าไม่เคยแบ่งแยกฌานพุทธ ฌานฤาษี เพราะพระพุทธเจ้าก็ทรงเคยศึกษาฌานเหล่านี้มา แต่ทรงนำมาปรับปรุงให้มี "สัมมาสติ" และ "สัมมาทิฐิ" กำกับ เพื่อไม่ให้ติดอยู่ในความสุขจากสมาธิเพียงอย่างเดียว
ต่างกันที่มีเป้าหมายและวิธีการนำไปใช้ต่อยอดอย่างสิ้นเชิง ดังนี้ครับ
1. เป้าหมายสูงสุด
ฌานฤาษี (อารัมมณูปนิชฌาน): เน้นความสงบ การระงับกิเลสเพียงชั่วคราว (วิขัมภนวิมุตติ) หรือเพื่อแสวงหาฤทธิ์เดช อภิญญา และการไปเกิดในพรหมโลก
ฌานพุทธ (ลักขณูปนิชฌาน): ใช้ความสงบเป็น "ฐาน" เพื่อไปต่อยอดในการวิปัสสนา (พิจารณาความจริงของกายและจิต) เพื่อความพ้นทุกข์หรือนิพพาน
2. ลักษณะของจิตและสติ
ฌานฤาษี มักเน้นการ "เพ่ง" ให้อารมณ์แนบแน่นอยู่กับสิ่งเดียว (เช่น กสิณ หรือคำบริกรรม) จนจิตดิ่งลึก บางครั้งอาจขาดความรู้สึกตัวทั่วพร้อม เน้นความนิ่งเงียบเหมือนหินทับหญ้า
ฌานพุทธ เน้นความ "สติตื่นรู้" แม้จิตจะสงบตั้งมั่นเป็นสมาธิ แต่ต้องประกอบด้วยสติสัมปชัญญะ คือ ความรู้ตัวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น เพื่อให้เห็นการเกิด-ดับของสภาวะธรรม
3. การใช้งาน
ฌานฤาษี จบลงที่สมาธิ เมื่อออกจากสมาธิ กิเลสอาจจะยังคงอยู่เท่าเดิม แค่ถูกกดไว้ด้วยกำลังของจิต
ฌานพุทธ นำกำลังสมาธิมาใช้ "พิจารณาไตรลักษณ์" (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เพื่อตัดสังโยชน์หรือกิเลสให้ขาดเป็นสมุจเฉทปหาน (ละขาดถาวร)