สัญญาณอันตราย! CEO Honda ลั่น "หมดทางสู้" หลังเผชิญหน้ากับความไร้เทียมทานของ EV จีน

สัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ดังขึ้นเมื่อ Toshihiro Mibe ซีอีโอของ Honda ได้มีโอกาสเดินทางไปเยือนโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศจีนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และสิ่งที่เขาได้เห็นกลับกลายเป็นฝันร้ายที่ทำให้เขาต้องออกมายอมรับอย่างตรงไปตรงมาผ่านสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Nikkei Asia ว่า "เราไม่มีทางสู้กับสิ่งนี้ได้เลย" ความล้ำหน้าของระบบการผลิตที่เขาเผชิญนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ทิ้งห่างค่ายรถดั้งเดิมไปหลายก้าว
.
ความตื่นตระหนกของ Mibe เกิดจากประสิทธิภาพที่ "เหนือมนุษย์" ของโรงงานในจีน รายงานระบุว่าภายในสายการผลิตนั้นแทบจะว่างเปล่าไร้เงาพนักงาน ทุกขั้นตอนตั้งแต่การจัดซื้อชิ้นส่วนไปจนถึงระบบโลจิสติกส์ถูกควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation) แบบ 100% ความเร็วและแม่นยำในระดับที่ลดความผิดพลาดและต้นทุนมหาศาลนี้เองที่ทำให้ผู้นำของ Honda รู้สึกถึงความเหลื่อมล้ำทางศักยภาพการแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
.
สถานการณ์ของ Honda ยิ่งวิกฤตขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับพายุสองทิศทาง ทั้งจากความผันผวนของนโยบายในสหรัฐฯ ที่ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีรถ EV กะทันหัน จนทำให้แผนการเปลี่ยนผ่านล่าช้าออกไป และความบอบช้ำทางการเงินที่ปรากฏชัดเจนในรายงานผลประกอบการเมื่อต้นเดือนมีนาคม ซึ่งระบุว่า Honda ประสบภาวะ "ขาดทุนรายปีเป็นครั้งแรก" ตอกย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความกังวลในใจของซีอีโอ แต่เป็นความจริงที่สะท้อนออกมาในตัวเลขบัญชี
.
แม้ Mibe จะยังคงยึดมั่นในพันธกิจทางศีลธรรมที่ต้องลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อกู้โลก แต่เขาก็ยอมรับว่าแรงกดดันจากจีนคือ "ของจริง" ที่ทำให้ตำแหน่งของยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นสั่นคลอน การออกมาประกาศความพ่ายแพ้ในด้านประสิทธิภาพการผลิตครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า หากค่ายรถยนต์ระดับโลกยังไม่สามารถทลายโครงสร้างแบบเก่าเพื่อก้าวไปสู่ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบได้ พื้นที่ในตลาดโลกอาจถูกยึดครองโดยผู้เล่นหน้าใหม่จากจีนอย่างเบ็ดเสร็จในเร็ววัน

ที่มา : businessinsight.in.th

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่