ประธาน Nissan ยอมรับสู้ "ความเร็วแบบจีน" ไม่ได้ ต้องรื้อระบบก๊อปปี้วิธีคิดตามค่ายจีน!

บทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Ivan Espinosa (ประธานและ CEO คนใหม่ของ Nissan) ในสื่อต่างประเทศอย่าง Nikkei Asia กับ Kyodo News อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก ยิ่งคนที่เป็นแฟนรถญี่ปุ่นหรือกำลังตามกระแสรถ EV อยู่ น่าจะเห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมค่ายญี่ปุ่นช่วงหลัง ๆ ถึงดูเป๋ไปเยอะ
          สรุปใจความสำคัญที่ท่านประธานออกมายอมรับแบบแมน ๆ เลยคือ "ค่ายรถยนต์จีนคือผู้นำ" ในเรื่องของกระบวนการทำงานและความเร็วในการพัฒนารถยนต์ครับ แกบอกเลยว่าถ้า Nissan ไม่ยอมเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรเดิม ๆ ที่เน้นความเพลย์เซฟและเชื่องช้า ก็คงไม่มีทางสู้ค่ายจีนในตลาดโลกได้อีกต่อไป

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ Nissan กำลังจะทำตอนนี้คือ
1. หั่นเวลาทำรถใหม่ลงครึ่งหนึ่ง ปกติค่ายญี่ปุ่นเวลากว่าจะคลอดรถใหม่ออกมาแต่ละรุ่น ใช้เวลาอยู่ประมาณ 4-5 ปี (55 เดือน) ขั้นตอนเยอะ ตรวจสอบแล้วตรวจสอบอีก แต่ค่ายจีนใช้เวลาแค่ 2 ปี (24 เดือน) รถรุ่นใหม่ก็วิ่งบนถนนแล้ว ตอนนี้ Nissan เลยประกาศว่าจะก๊อปปี้สูตรจากจีนมาใช้ รื้อกระบวนการทำรถใหม่ให้จบได้ภายใน 26-30 เดือน เท่านั้น (ลดลงครึ่งนึงเลย)
2. เอา Skyline เจนใหม่เป็นหนูทดลอง รถรุ่นแรกที่จะใช้สูตร "ความเร็วแบบจีน" นี้คือ Skyline เจนใหม่ที่จะเปิดตัวช่วงหน้าหนาวนี้แหละครับ ใช้เวลาพัฒนาแค่ 26 เดือน โดยพึ่งพาพวกระบบดิจิทัลกับ AI เข้ามาช่วยสเก็ตช์ภาพและทดสอบเพื่อลดขั้นตอนในโรงงานลง และแกตั้งเป้าว่าหลังจากปี 2026 รถใหม่ของ Nissan 90% จะต้องพัฒนาด้วยวิธีนี้ทั้งหมด
3. เลียนแบบบทเรียนจาก Dongfeng Nissan N7 ประธานแกบอกว่า จุดที่ทำให้ตาสว่างคือตอนที่ Nissan ไปร่วมมือกับค่าย Dongfeng ในจีนเพื่อทำรถไฟฟ้าตัว N7 แล้วเห็นว่าฝั่งจีนเค้าจัดการซัพพลายเชนและเคาะจบงานได้ไวมากในเวลาแค่ 2 ปี เลยรู้แล้วว่าที่ผ่านมา Nissan เดินช้าเกินไป
แถมแกยังแอบจิกกัดวัฒนธรรมองค์กรเก่า ๆ ของตัวเองด้วยนะว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงเอาแต่สนใจตัวเลขทางบัญชีในกระดาษ จนลืมไปว่าหัวใจสำคัญของการทำรถยนต์คือต้องสร้างรถที่น่าดึงดูดและตอบสนองตลาดให้ทันท่วงที
อ่านข่าวนี้จบแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างครับ? ส่วนตัวผมมองว่านี่เป็นการ "ยอมรับความจริงอันเจ็บปวด" ของยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นที่โดนแบรนด์จีนแชร์ตลาดไปเยอะ (ยอดขายรวม Nissan ทั่วโลกตกไป 6% แถมในบ้านตัวเองยอดขายดิ่งสุดในรอบ 30 ปี) แต่อย่างน้อยการที่กล้าเปลี่ยน ยอมรับว่าคู่แข่งเก่งกว่า และเอา AI กับวิธีคิดแบบใหม่มาแก้วิกฤต ก็น่าติดตามว่าก้าวต่อไปของ Nissan จะกลับมาทวงบัลลังก์ได้ไหม?

ลิ้งค์ข่าว https://www.just-auto.com/news/nissan-halve-development-times/
https://english.kyodonews.net/articles/-/77748

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่