สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม เตรียมยืนข้อเสนอฉุกเฉินให้ภาครัฐ เพื่อออกมาตรการรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย โดยมุ่งไปที่บริษัทรถยนต์จีน ทั้งรูปแบบ EV นำเข้า และประกอบในประเทศ
โดยกลุ่มภาคีดังกล่าว ย้ำว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังเผชิญภาวะวิกฤตสูงสุด และเสี่ยงต่อการล่มสลายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอฉุกเฉินมีดังนี้
เพิ่มภาษีสรรพสามิต EV นำเข้า 32%
ประเด็นหลักที่กลุ่มผู้ประกอบการเรียกร้องคือการ ปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าแบบสำเร็จรูป (CBU) ให้สูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ โดยให้ปรับภาษีรถ EV นำเข้าขึ้นเป็นอย่างน้อย 32% เพื่อให้เกิดส่วนต่าง 30% เมื่อเทียบกับรถที่ผลิตในประเทศที่เสียภาษี 2%
มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ชดเชยส่วนต่างต้นทุนการผลิต ซึ่งการผลิตในไทยมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีนประมาณ 30-40%
นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังแสดงความกังวลว่า หากมาตรการสนับสนุน EV 3.5 จะสิ้นสุดลง โดยไม่มีเงื่อนไขผูกพันการผลิตชดเชยที่เข้มงวดพอ หากรัฐบาลไม่มีมาตรการใหม่ออกมารองรับ ค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในจีนมีแนวโน้มจะกลับไปนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป 100% และยุติการผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง
เสนอระบบโควตานำเข้า-คุมเข้มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
เสนอให้มีระบบโควตานำเข้าผูกพันการผลิต โดยให้สิทธินำเข้ารถ CBU ในอัตราภาษีสรรพสามิตต่ำ 10%(ตามเดิม) เฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนผลิตจริงในไทย โดยจำกัดโควตาไม่เกิน 10% ของยอดผลิต
ตลอดจนยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) โดยบังคับให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 40% ของมูลค่ารถยนต์ และปรับปรุงวิธีการคำนวณเพื่อปิดช่องโหว่การนำกำไรหรือค่าแรงมารวม
โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เตรียมแถลงข่าวและยื่นข้อเสนอให้แก่รัฐบาลในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
ข่าว:
https://www.thansettakij.com/motor/ev/658840
ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ร้องรัฐบาล ขึ้นภาษี EV จีน 32% ไม่นั้นเสี่ยงต่อการล่มสลาย!!
สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม เตรียมยืนข้อเสนอฉุกเฉินให้ภาครัฐ เพื่อออกมาตรการรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ไทย โดยมุ่งไปที่บริษัทรถยนต์จีน ทั้งรูปแบบ EV นำเข้า และประกอบในประเทศ
โดยกลุ่มภาคีดังกล่าว ย้ำว่า ขณะนี้อุตสาหกรรมกำลังเผชิญภาวะวิกฤตสูงสุด และเสี่ยงต่อการล่มสลายจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า EV ซึ่งรายละเอียดของข้อเสนอฉุกเฉินมีดังนี้
เพิ่มภาษีสรรพสามิต EV นำเข้า 32%
ประเด็นหลักที่กลุ่มผู้ประกอบการเรียกร้องคือการ ปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยเสนอให้ปรับเพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าแบบสำเร็จรูป (CBU) ให้สูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ โดยให้ปรับภาษีรถ EV นำเข้าขึ้นเป็นอย่างน้อย 32% เพื่อให้เกิดส่วนต่าง 30% เมื่อเทียบกับรถที่ผลิตในประเทศที่เสียภาษี 2%
มาตรการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ชดเชยส่วนต่างต้นทุนการผลิต ซึ่งการผลิตในไทยมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้าจากจีนประมาณ 30-40%
นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังแสดงความกังวลว่า หากมาตรการสนับสนุน EV 3.5 จะสิ้นสุดลง โดยไม่มีเงื่อนไขผูกพันการผลิตชดเชยที่เข้มงวดพอ หากรัฐบาลไม่มีมาตรการใหม่ออกมารองรับ ค่ายรถยนต์ที่มีฐานการผลิตในจีนมีแนวโน้มจะกลับไปนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป 100% และยุติการผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานและผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยต้องสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง
เสนอระบบโควตานำเข้า-คุมเข้มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ
เสนอให้มีระบบโควตานำเข้าผูกพันการผลิต โดยให้สิทธินำเข้ารถ CBU ในอัตราภาษีสรรพสามิตต่ำ 10%(ตามเดิม) เฉพาะบริษัทที่มีการลงทุนผลิตจริงในไทย โดยจำกัดโควตาไม่เกิน 10% ของยอดผลิต
ตลอดจนยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) โดยบังคับให้มีสัดส่วนอย่างน้อย 40% ของมูลค่ารถยนต์ และปรับปรุงวิธีการคำนวณเพื่อปิดช่องโหว่การนำกำไรหรือค่าแรงมารวม
โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) และพันธมิตรรวม 10 สมาคม ที่เป็นตัวแทนผู้ประกอบการกว่า 1,500 ราย เตรียมแถลงข่าวและยื่นข้อเสนอให้แก่รัฐบาลในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
ข่าว:https://www.thansettakij.com/motor/ev/658840