ตามข่าวก็บอกว่า ได้นำรถไฟ kiha มาทดลองให้บริการเส้นทางดอนเมือง-อยุธยา เป็นเวลา 6 เดือน ถ้าทดลองแล้วไม่ work ดูท่าก็อาจไม่ทำต่อ
ที่จริงแล้ว เส้นทางที่รถไฟ feeder kiha วิ่งนี้ ก็เป็นเส้นทางส่วนต่อขยายของรถไฟสายสีแดงที่ภาครัฐวางแผนสร้างเร็วๆนี้
สถานีและจุดจอดรถต่างๆที่รถไฟ kiha ได้จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ก็คือสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเกิดต่อไปในอนาคต รถ kiha นี้ก็เป็นน้องๆรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ และการเชื่อมต่อกับสายสีแดงก็ไม่ยาก เชื่อมต่อในสถานีเดียวกัน คือสถานีดอนเมือง เรื่องการเปลี่ยนขบวนจากสายสีแดงเป็น kiha จาก kiha เป็นสายสีแดง ไม่เป็นปัญหาเท่าไร ไม่ลำบาก
คิดดูว่า ถ้าต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงไปม.ธรรมศาสตร์ หรือไปถึงอยุธยา แล้วเราให้บริการรถไฟฟ้าแค่ชั่วโมงเร่งด่วน คือ 6 โมงเช้า-10 โมง และ 4 โมงเย็นถึง 6 โมงเย็น เสาร์-อาทิตย์หยุดให้บริการ การให้บริการลักษณะนี้ รถไฟฟ้าจะเติบโตได้อย่างเต็มที่มั้ย จะมีคนใช้เยอะมั้ย
รถ kiha ที่ให้บริการนี้ ก็เทียบเคียงกับรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายในอนาคต สมควรวิ่งให้บริการทุก 15 นาทีในชั่วโมงธรรมดา และทุก 10 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วน ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ต้องบริการเหมือนสายสีแดงทุกอย่าง เมื่อสายสีแดงส่วนต่อขยายสร้างเสร็จ ก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีรถ kiha วางฐานลูกค้าไว้ให้แล้ว
การให้บริการรถ kiha จึงไม่ควรอยู่แค่ 6 เดือนบ้าง 1 ปีบ้าง แต่ต้องให้บริการไปเรื่อยๆจนกว่าสายสีแดงส่วนต่อขยายจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ จะให้บริการ kiha 3 ปี หรือ 5 ปีก็แล้วแต่ สำคัญคือต้องให้บริการจนกว่าสายสีแดงส่วนต่อขยายสร้างเสร็จ พอยกเลิกให้บริการ kiha ก็มีรถไฟฟ้าสายสีแดงรับช่วงต่อทันที
ที่จริงควรจะมีรถ feeder ด้วย คอยรับส่งคนจากจุดที่รถไฟ kiha จอด เพื่อจะได้ไปส่งผู้โดยสารไปยังสถานที่ต่างๆรอบสถานีรถไฟ เช่น ที่หยุดรถไฟม.ธรรมศาสตร์ เมื่อรถไฟ kiha จอดให้ผู้โดยสารลงตรงนี้ ก็จะมีรถสามล้อ feeder รับคนที่ลงจากรถไฟเพื่อไปส่งยังจุดต่างๆในพื้นที่ม.ธรรมศาสตร์
รถ feeder ก็น่าจะเริ่มต้นแบบในภาพ เอาสามล้อบรรทุกไฟฟ้ามาให้บริการ

เมื่อสถานีไหนมีผู้ใช้บริการรถไฟเริ่มเยอะแล้ว ก็เปลี่ยนจากสามล้อบรรทุกเป็นรถสองแถว

ตรงไหนที่มีผู้ใช้บริการมาก ก็นำรถมินิบัสมาให้บริการ
อย่างแถวม.ธรรมศาสตร์กับอยุธยา ถ้ารถไฟ kiha ให้บริการดี ก็คงมีผู้ใช้บริการมาก ซักพักนึงก็คงได้ให้บริการด้วยรถ feeder มินิบัส
การวิ่งเข้าหัวลำโพง รถไฟ feeder kiha ต้องพยายามทำให้ได้ อาจจะให้บริการขบวนละ 40 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็พิจารณาตามความเหมาะสม จริงๆจะวิ่งเข้าจอดชุมทางบางซื่อก็ได้นะ อาจจะทำให้คนใช้สายสีแดงลดลง แต่ยังไงรายได้ก็เข้ารฟท.เหมือนกัน
ที่จริงแล้วหัวลำโพง ก็เป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้า missing link เสร็จ ก็จะให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีนี้ทุก 10-15 นาที แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เพราะรถไฟยังต้องวิ่งระดับดิน ผ่านถนนรถวิ่ง ถ้าวิ่งทุก 15 นาที ก็ต้องเอาไม้กั้นรถไฟลงบ่อย รถติดบ่อย สภาพการจราจรจะแย่กว่าเดิม คงทำได้แค่กำหนดรอบวิ่งเข้าหัวลำโพงซัก 40-60 นาที แต่ก็ดีกว่าไม่มี ดีกว่าไม่วิ่งเข้าเลย รอบละ 40 นาทีก็ไม่นานเกินไป
ระหว่างหัวลำโพง-ดอนเมือง จะเลือกจอดแค่สถานีเดียวก็ได้ ไม่ต้องจอดชุมทางบางซื่อ เช่น ที่หยุดรถรพ.รามาฯ มีผู้โดยสารเยอะสุด ก็จอดรับส่งเฉพาะหัวลำโพงกับรพ.รามา และวิ่งตรงไปจอดที่ดอนเมือง ไม่ต้องจอดระหว่างทางอีก หรือจะวิ่งตรงจากหัวลำโพงไปจอดที่ดอนเมืองทีเดียวก็ได้ ดูแล้วจอดรับส่งที่หัวลำโพงที่เดียว ยังไงก็ได้ผู้โดยสารมากอยู่ คุ้มอยู่
ค่าบริการรถไฟ kiha ก็ควรจะสอดคล้องกับรถไฟฟ้าสายสีแดงมากที่สุด เช่นว่า ต่อไปในอนาคต ค่าบริการสายสีแดงจากบางซื่อ-อยุธยา 60 บาท ตอนนี้ใครที่นั่งรถไฟสายสีแดงจากบางซื่อแล้วมาต่อรถ feeder kiha ที่ดอนเมืองเพื่อไปอยุธยา ก็ควรได้ค่าตั๋วทั้งหมดในราคา 60 บาทด้วย ซื้อตั๋วที่บางซื่อ ก็จะมีตั๋วมา 2 ใบ ใบแรกตั๋วสายสีแดงมาลงดอนเมือง ใบที่สองตั๋ว kiha เพื่อนั่งจากดอนเมืองไปลงอยุธยา ตั๋ว 2 ใบนี้มีราคารวมกัน 60 บาท อย่างนี้เป็นต้น
แล้วควรจะรีบๆเซ็นต์ส่วนต่อขยายสายสีแดง เพราะมีผลต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี นักลงทุนจะกล้าลงทุนเร็ว สมมติว่าเซ็นต์ส่วนต่อขยายพรุ่งนี้ และมีรถไฟ kiha ให้บริการแบบสายสีแดง วิ่งตลอดทั้งวัน วิ่งทุก 10-15 นาที พื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟก็จะเกิดขึ้นเร็ว มีร้านค้ามาตั้งรอบสถานีรถไฟ และมีคอนโดติดสถานีรถไฟเกิดขึ้นด้วย
แต่ถ้าเซ็นต์ช้า ภาพลักษณ์การลงทุนมันจะร่วง ดิสนีย์แลนด์ก็คงไม่กล้ามาลงทุนด้วย เพราะไม่เชื่อมั่นการลงทุนในไทย เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของผู้บริหารได้เรื่อย เสียหายหลายอย่าง ยังไงวันนี้ก็ขอให้ทำรถไฟ kiha ให้ลงตัวก่อนแล้วกัน ให้ตอบโจทย์ประชาชนผู้ใช้บริการให้มาก
การทดลองรถ kiha เชื่อมอยุธยา เป็นวิธีคิดที่ผิด ต้องทำให้ดีสุด อย่าแค่ลอง เพราะคือสายสีแดงในอนาคตที่เกิดเวลานี้
ที่จริงแล้ว เส้นทางที่รถไฟ feeder kiha วิ่งนี้ ก็เป็นเส้นทางส่วนต่อขยายของรถไฟสายสีแดงที่ภาครัฐวางแผนสร้างเร็วๆนี้
สถานีและจุดจอดรถต่างๆที่รถไฟ kiha ได้จอดรับ-ส่งผู้โดยสาร ก็คือสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเกิดต่อไปในอนาคต รถ kiha นี้ก็เป็นน้องๆรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ และการเชื่อมต่อกับสายสีแดงก็ไม่ยาก เชื่อมต่อในสถานีเดียวกัน คือสถานีดอนเมือง เรื่องการเปลี่ยนขบวนจากสายสีแดงเป็น kiha จาก kiha เป็นสายสีแดง ไม่เป็นปัญหาเท่าไร ไม่ลำบาก
คิดดูว่า ถ้าต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดงไปม.ธรรมศาสตร์ หรือไปถึงอยุธยา แล้วเราให้บริการรถไฟฟ้าแค่ชั่วโมงเร่งด่วน คือ 6 โมงเช้า-10 โมง และ 4 โมงเย็นถึง 6 โมงเย็น เสาร์-อาทิตย์หยุดให้บริการ การให้บริการลักษณะนี้ รถไฟฟ้าจะเติบโตได้อย่างเต็มที่มั้ย จะมีคนใช้เยอะมั้ย
รถ kiha ที่ให้บริการนี้ ก็เทียบเคียงกับรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายในอนาคต สมควรวิ่งให้บริการทุก 15 นาทีในชั่วโมงธรรมดา และทุก 10 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วน ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ต้องบริการเหมือนสายสีแดงทุกอย่าง เมื่อสายสีแดงส่วนต่อขยายสร้างเสร็จ ก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะมีรถ kiha วางฐานลูกค้าไว้ให้แล้ว
การให้บริการรถ kiha จึงไม่ควรอยู่แค่ 6 เดือนบ้าง 1 ปีบ้าง แต่ต้องให้บริการไปเรื่อยๆจนกว่าสายสีแดงส่วนต่อขยายจะสร้างเสร็จและเปิดให้บริการ จะให้บริการ kiha 3 ปี หรือ 5 ปีก็แล้วแต่ สำคัญคือต้องให้บริการจนกว่าสายสีแดงส่วนต่อขยายสร้างเสร็จ พอยกเลิกให้บริการ kiha ก็มีรถไฟฟ้าสายสีแดงรับช่วงต่อทันที
ที่จริงควรจะมีรถ feeder ด้วย คอยรับส่งคนจากจุดที่รถไฟ kiha จอด เพื่อจะได้ไปส่งผู้โดยสารไปยังสถานที่ต่างๆรอบสถานีรถไฟ เช่น ที่หยุดรถไฟม.ธรรมศาสตร์ เมื่อรถไฟ kiha จอดให้ผู้โดยสารลงตรงนี้ ก็จะมีรถสามล้อ feeder รับคนที่ลงจากรถไฟเพื่อไปส่งยังจุดต่างๆในพื้นที่ม.ธรรมศาสตร์
รถ feeder ก็น่าจะเริ่มต้นแบบในภาพ เอาสามล้อบรรทุกไฟฟ้ามาให้บริการ
เมื่อสถานีไหนมีผู้ใช้บริการรถไฟเริ่มเยอะแล้ว ก็เปลี่ยนจากสามล้อบรรทุกเป็นรถสองแถว
ตรงไหนที่มีผู้ใช้บริการมาก ก็นำรถมินิบัสมาให้บริการ
อย่างแถวม.ธรรมศาสตร์กับอยุธยา ถ้ารถไฟ kiha ให้บริการดี ก็คงมีผู้ใช้บริการมาก ซักพักนึงก็คงได้ให้บริการด้วยรถ feeder มินิบัส
การวิ่งเข้าหัวลำโพง รถไฟ feeder kiha ต้องพยายามทำให้ได้ อาจจะให้บริการขบวนละ 40 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ก็พิจารณาตามความเหมาะสม จริงๆจะวิ่งเข้าจอดชุมทางบางซื่อก็ได้นะ อาจจะทำให้คนใช้สายสีแดงลดลง แต่ยังไงรายได้ก็เข้ารฟท.เหมือนกัน
ที่จริงแล้วหัวลำโพง ก็เป็นสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ถ้า missing link เสร็จ ก็จะให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงที่สถานีนี้ทุก 10-15 นาที แต่ตอนนี้ยังทำไม่ได้ เพราะรถไฟยังต้องวิ่งระดับดิน ผ่านถนนรถวิ่ง ถ้าวิ่งทุก 15 นาที ก็ต้องเอาไม้กั้นรถไฟลงบ่อย รถติดบ่อย สภาพการจราจรจะแย่กว่าเดิม คงทำได้แค่กำหนดรอบวิ่งเข้าหัวลำโพงซัก 40-60 นาที แต่ก็ดีกว่าไม่มี ดีกว่าไม่วิ่งเข้าเลย รอบละ 40 นาทีก็ไม่นานเกินไป
ระหว่างหัวลำโพง-ดอนเมือง จะเลือกจอดแค่สถานีเดียวก็ได้ ไม่ต้องจอดชุมทางบางซื่อ เช่น ที่หยุดรถรพ.รามาฯ มีผู้โดยสารเยอะสุด ก็จอดรับส่งเฉพาะหัวลำโพงกับรพ.รามา และวิ่งตรงไปจอดที่ดอนเมือง ไม่ต้องจอดระหว่างทางอีก หรือจะวิ่งตรงจากหัวลำโพงไปจอดที่ดอนเมืองทีเดียวก็ได้ ดูแล้วจอดรับส่งที่หัวลำโพงที่เดียว ยังไงก็ได้ผู้โดยสารมากอยู่ คุ้มอยู่
ค่าบริการรถไฟ kiha ก็ควรจะสอดคล้องกับรถไฟฟ้าสายสีแดงมากที่สุด เช่นว่า ต่อไปในอนาคต ค่าบริการสายสีแดงจากบางซื่อ-อยุธยา 60 บาท ตอนนี้ใครที่นั่งรถไฟสายสีแดงจากบางซื่อแล้วมาต่อรถ feeder kiha ที่ดอนเมืองเพื่อไปอยุธยา ก็ควรได้ค่าตั๋วทั้งหมดในราคา 60 บาทด้วย ซื้อตั๋วที่บางซื่อ ก็จะมีตั๋วมา 2 ใบ ใบแรกตั๋วสายสีแดงมาลงดอนเมือง ใบที่สองตั๋ว kiha เพื่อนั่งจากดอนเมืองไปลงอยุธยา ตั๋ว 2 ใบนี้มีราคารวมกัน 60 บาท อย่างนี้เป็นต้น
แล้วควรจะรีบๆเซ็นต์ส่วนต่อขยายสายสีแดง เพราะมีผลต่อการพัฒนาพื้นที่รอบสถานี นักลงทุนจะกล้าลงทุนเร็ว สมมติว่าเซ็นต์ส่วนต่อขยายพรุ่งนี้ และมีรถไฟ kiha ให้บริการแบบสายสีแดง วิ่งตลอดทั้งวัน วิ่งทุก 10-15 นาที พื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีรถไฟก็จะเกิดขึ้นเร็ว มีร้านค้ามาตั้งรอบสถานีรถไฟ และมีคอนโดติดสถานีรถไฟเกิดขึ้นด้วย
แต่ถ้าเซ็นต์ช้า ภาพลักษณ์การลงทุนมันจะร่วง ดิสนีย์แลนด์ก็คงไม่กล้ามาลงทุนด้วย เพราะไม่เชื่อมั่นการลงทุนในไทย เปลี่ยนไปตามอารมณ์ของผู้บริหารได้เรื่อย เสียหายหลายอย่าง ยังไงวันนี้ก็ขอให้ทำรถไฟ kiha ให้ลงตัวก่อนแล้วกัน ให้ตอบโจทย์ประชาชนผู้ใช้บริการให้มาก