จากข่าวที่ว่าจะให้จอดรถยนต์ส่วนตัวฟรีที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงและสถานีรถไฟทางไกลทั่วประเทศ เพราะต้องการหนุนให้คนใช้ระบบราง ก็ถือว่าเป็นแนวคิดที่ดี ช่วยให้คนหันมาใช้รถไฟฟ้าได้อยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยได้มาก เพราะยังมีเหตุปัจจัยอื่นที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีก เรื่องรถ feeder และการตรงต่อเวลาของรถไฟนี่สำคัญมาก ต้องพัฒนาตรงนี้ให้ดีด้วย จึงจะช่วยเพิ่มผู้โดยสารได้มาก
เปิดบริการจอดรถฟรี ทุกสถานีรถไฟทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถไฟทางไกลและสายสีแดง จอดรถฟรี ถึง 22 มิ.ย. 69 หนุนระบบราง
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/505883
ในกรุงเทพนี่เรื่องรถไฟมาตรงเวลาไม่ค่อยสำคัญมาก เพราะรถไฟวิ่งถี่ สายสีแดงมาทุก 10-15 นาที รอไม่นานมาก เดี๋ยวก็มา เหลือแต่การมีรถ feeder เชื่อมให้คนในชุมชนที่ไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสามารถเดินทางมาใช้รถไฟฟ้าได้สบายๆ

รถ feeder ต้องให้บริการดีด้วย เวลาวิ่งของรถ feeder สัมพันธ์กับเวลาวิ่งรถไฟฟ้า ถ้ารถไฟฟ้ามาถึงสถานีทุก 10 นาที รถ feeder ก็ต้องออกจากสถานีทุก 10 นาที รถไฟฟ้ามาถึงสถานีทุก 15 นาที รถ feeder ก็ต้องออกจากสถานีทุก 15 นาที

ถ้ารถไฟฟ้าออกจากบางซื่อ 7:00 มาถึงดอนเมือง 7:20 รถ feeder ก็จะต้องออกจากสถานีดอนเมืองเพื่อไปส่งคนในชุมชนที่อยู่รอบสถานีซัก 07:30 รอให้คนลงมาจากสถานีก่อน ซัก 10 นาที่ได้ พอคนขึ้นนั่งรถ feeder ไม่นาน รถก็ออกจากสถานีไปเลย อย่างงี้จะทำให้คนรู้สึกว่า รถ feeder ให้บริการดี มีคุณภาพ
เริ่มแรกไม่ต้องเอารถ feeder ขนาดใหญ่ เอาแค่สามล้อบรรทุกไฟฟ้าก็พอ ทดลองดูก่อน ถ้าคนใช้เยอะก็ค่อยเปลี่ยนรถสองแถว หรือมินิบัส
จริงๆแล้ว น่าจะเอามาทดลองวิ่งแถวสถานีตลิ่งชัน มีคนที่อยากนั่งรถไฟฟ้ามาลงตลิ่งชันเพื่อไปขนส่งสายใต้อยู่ แต่พอขาดรถ feeder ดีๆ รอรถเมล์นาน เขาจึงไม่เลือกนั่งมาลงสถานีตลิ่งชัน ทั้งที่ตลิ่งชันเป็นจุดที่เดินเข้าสายใต้ได้สะดวกมาก
และน่าจะมีรถที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้ด้วย คือถ้าแบตเตอรี่หมด รถวิ่งต่อไม่ได้ ก็ถอดแบตตัวเก่าออก ใส่แบตตัวใหม่ที่ชาร์จเต็มไว้ก่อนแล้วลงไป ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จนาน
พูดถึงต่างจังหวัดที่ไม่มีรถไฟฟ้าให้บริการผู้โดยสารถี่ๆแบบกรุงเทพ อย่างนี้ต้องบริหารขบวนรถไฟให้วิ่งตรงเวลาให้ได้ การที่รถไฟมาตรงตามเวลาที่ประกาศไว้แล้ว ช่วยให้ผู้โดยสารรู้ว่า ต้องมารอรถไฟตอนไหน จะได้ไม่ต้องรอเก้อ ทำให้เขารู้สึกได้ว่า การรอรถไฟใช้เวลาไม่นานมาก รถไฟน่าใช้บริการ
แต่ถ้ารถไฟชอบมาล่าช้า ไม่ตรงเวลาบ่อย คนก็จะเบื่อ ไม่อยากใช้บริการ
พอรถไฟมาตรงเวลาได้เป็นประจำแล้ว จึงนำรถ feeder มาวิ่งเชื่อมชุมชนที่อยู่รอบสถานีต่อไป
แต่การไม่เก็บเงินคนที่นำรถยนต์มาจอดแถวสถานี เพราะเขาได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็มีผลอยู่บ้าง เพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้อยู่หากว่าผู้โดยสารนั้นเดินไปทำงานไกลๆ อย่างเช่นว่า ถ้าบ้านอยู่แถวดอนเมือง ไปทำงานที่มีนบุรี เสียเวลาเดินทางมาก เสียค่าน้ำมันมาก ก็เอารถมาจอดที่สถานีดอนเมือง นั่งสายสีแดงต่อสายสีชมพูไปทำงานที่มีนบุรีคุ้มค่าดี แต่ถ้าบ้านอยู่แถวดอนเมือง แต่ไปทำงานแถวราชภัฏพระนคร นั่งสายสีแดงต่อสายสีชมพูไปแค่ 2 สถานี เดินทางระยะใกล้ อย่างงี้ขับรถไปดีกว่า ไม่ได้เสียค่าน้ำมันมาก
*สรุป เหตุผลต่างๆที่พอหามาได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้ระบบขนส่งทางราง (เช่น รถไฟ รถไฟฟ้ารางเบา หรือรถราง) มักมาจากข้อจำกัดในด้านความสะดวกสบาย การเข้าถึง และความยืดหยุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้
-ความยืดหยุ่นต่ำ: ไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายได้โดยตรง (Door-to-door) เหมือนรถยนต์ส่วนตัว ทำให้ต้องเสียเวลาต่อรถหลายทอด
-โครงสร้างพื้นฐานจำกัด: เส้นทางรางมักครอบคลุมเฉพาะพื้นที่หลัก ทำให้การเข้าถึงในพื้นที่ชานเมืองหรือจุดที่ต้องการเดินทางไปจริงๆ ไม่สะดวก
-การจัดการเวลาไม่แน่นอน: การขนส่งทางราง โดยเฉพาะรถไฟทั่วไป ยังมีปัญหาเรื่องความล่าช้า หรือตารางเวลาที่ไม่อัปเดต ทำให้วางแผนการเดินทางได้ยาก
-ปัญหารถรางวิ่งช้า (ในบางพื้นที่): หากเป็นระบบรถรางที่ต้องวิ่งปะปนกับรถยนต์บนท้องถนน (Streetcar) อาจทำให้ทำความเร็วได้ช้าและติดขัด
-ข้อจำกัดในการขนส่ง: แม้จะบรรจุคนได้มาก แต่ระบบรางอาจไม่ตอบโจทย์การเดินทางที่เน้นความรวดเร็วสำหรับระยะทางสั้นๆ หรือการขนส่งของหนักที่ต้องการไปถึงหน้าบ้าน
-ความปลอดภัยและอุบัติเหตุ: ยังคงมีเหตุการณ์อุบัติเหตุจากจุดตัดเสมอ หรือความเสี่ยงจากเหตุภัยพิบัติ
-ค่าใช้จ่ายและความยากในการบำรุงรักษา: ระบบรางต้องมีการลงทุนบำรุงรักษาเส้นทางและตัวรถสูงมาก ซึ่งส่งผลต่อค่าโดยสารในบางกรณี
ควรทำแบบสอบถามกับประชาชนว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ชอบใช้รถไฟฟ้า แล้วค่อยมาสรุปผล ปรับปรุงพัฒนาแก้ไขต่อไป
การให้จอดรถยนต์ฟรีได้ทุกสถานีรถไฟเพื่อหนุนใช้ระบบราง ยังเกาไม่ค่อยถูกที่คัน สำคัญกว่าคือ feeder+รถไฟตรงเวลา
เปิดบริการจอดรถฟรี ทุกสถานีรถไฟทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถไฟทางไกลและสายสีแดง จอดรถฟรี ถึง 22 มิ.ย. 69 หนุนระบบราง
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/505883
ในกรุงเทพนี่เรื่องรถไฟมาตรงเวลาไม่ค่อยสำคัญมาก เพราะรถไฟวิ่งถี่ สายสีแดงมาทุก 10-15 นาที รอไม่นานมาก เดี๋ยวก็มา เหลือแต่การมีรถ feeder เชื่อมให้คนในชุมชนที่ไม่ได้อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสามารถเดินทางมาใช้รถไฟฟ้าได้สบายๆ
รถ feeder ต้องให้บริการดีด้วย เวลาวิ่งของรถ feeder สัมพันธ์กับเวลาวิ่งรถไฟฟ้า ถ้ารถไฟฟ้ามาถึงสถานีทุก 10 นาที รถ feeder ก็ต้องออกจากสถานีทุก 10 นาที รถไฟฟ้ามาถึงสถานีทุก 15 นาที รถ feeder ก็ต้องออกจากสถานีทุก 15 นาที
ถ้ารถไฟฟ้าออกจากบางซื่อ 7:00 มาถึงดอนเมือง 7:20 รถ feeder ก็จะต้องออกจากสถานีดอนเมืองเพื่อไปส่งคนในชุมชนที่อยู่รอบสถานีซัก 07:30 รอให้คนลงมาจากสถานีก่อน ซัก 10 นาที่ได้ พอคนขึ้นนั่งรถ feeder ไม่นาน รถก็ออกจากสถานีไปเลย อย่างงี้จะทำให้คนรู้สึกว่า รถ feeder ให้บริการดี มีคุณภาพ
เริ่มแรกไม่ต้องเอารถ feeder ขนาดใหญ่ เอาแค่สามล้อบรรทุกไฟฟ้าก็พอ ทดลองดูก่อน ถ้าคนใช้เยอะก็ค่อยเปลี่ยนรถสองแถว หรือมินิบัส
จริงๆแล้ว น่าจะเอามาทดลองวิ่งแถวสถานีตลิ่งชัน มีคนที่อยากนั่งรถไฟฟ้ามาลงตลิ่งชันเพื่อไปขนส่งสายใต้อยู่ แต่พอขาดรถ feeder ดีๆ รอรถเมล์นาน เขาจึงไม่เลือกนั่งมาลงสถานีตลิ่งชัน ทั้งที่ตลิ่งชันเป็นจุดที่เดินเข้าสายใต้ได้สะดวกมาก
และน่าจะมีรถที่สามารถถอดเปลี่ยนแบตได้ด้วย คือถ้าแบตเตอรี่หมด รถวิ่งต่อไม่ได้ ก็ถอดแบตตัวเก่าออก ใส่แบตตัวใหม่ที่ชาร์จเต็มไว้ก่อนแล้วลงไป ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จนาน
พูดถึงต่างจังหวัดที่ไม่มีรถไฟฟ้าให้บริการผู้โดยสารถี่ๆแบบกรุงเทพ อย่างนี้ต้องบริหารขบวนรถไฟให้วิ่งตรงเวลาให้ได้ การที่รถไฟมาตรงตามเวลาที่ประกาศไว้แล้ว ช่วยให้ผู้โดยสารรู้ว่า ต้องมารอรถไฟตอนไหน จะได้ไม่ต้องรอเก้อ ทำให้เขารู้สึกได้ว่า การรอรถไฟใช้เวลาไม่นานมาก รถไฟน่าใช้บริการ
แต่ถ้ารถไฟชอบมาล่าช้า ไม่ตรงเวลาบ่อย คนก็จะเบื่อ ไม่อยากใช้บริการ
พอรถไฟมาตรงเวลาได้เป็นประจำแล้ว จึงนำรถ feeder มาวิ่งเชื่อมชุมชนที่อยู่รอบสถานีต่อไป
แต่การไม่เก็บเงินคนที่นำรถยนต์มาจอดแถวสถานี เพราะเขาได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็มีผลอยู่บ้าง เพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้อยู่หากว่าผู้โดยสารนั้นเดินไปทำงานไกลๆ อย่างเช่นว่า ถ้าบ้านอยู่แถวดอนเมือง ไปทำงานที่มีนบุรี เสียเวลาเดินทางมาก เสียค่าน้ำมันมาก ก็เอารถมาจอดที่สถานีดอนเมือง นั่งสายสีแดงต่อสายสีชมพูไปทำงานที่มีนบุรีคุ้มค่าดี แต่ถ้าบ้านอยู่แถวดอนเมือง แต่ไปทำงานแถวราชภัฏพระนคร นั่งสายสีแดงต่อสายสีชมพูไปแค่ 2 สถานี เดินทางระยะใกล้ อย่างงี้ขับรถไปดีกว่า ไม่ได้เสียค่าน้ำมันมาก
*สรุป เหตุผลต่างๆที่พอหามาได้ว่า คนส่วนใหญ่ไม่ชอบใช้ระบบขนส่งทางราง (เช่น รถไฟ รถไฟฟ้ารางเบา หรือรถราง) มักมาจากข้อจำกัดในด้านความสะดวกสบาย การเข้าถึง และความยืดหยุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้
-ความยืดหยุ่นต่ำ: ไม่สามารถเดินทางถึงที่หมายได้โดยตรง (Door-to-door) เหมือนรถยนต์ส่วนตัว ทำให้ต้องเสียเวลาต่อรถหลายทอด
-โครงสร้างพื้นฐานจำกัด: เส้นทางรางมักครอบคลุมเฉพาะพื้นที่หลัก ทำให้การเข้าถึงในพื้นที่ชานเมืองหรือจุดที่ต้องการเดินทางไปจริงๆ ไม่สะดวก
-การจัดการเวลาไม่แน่นอน: การขนส่งทางราง โดยเฉพาะรถไฟทั่วไป ยังมีปัญหาเรื่องความล่าช้า หรือตารางเวลาที่ไม่อัปเดต ทำให้วางแผนการเดินทางได้ยาก
-ปัญหารถรางวิ่งช้า (ในบางพื้นที่): หากเป็นระบบรถรางที่ต้องวิ่งปะปนกับรถยนต์บนท้องถนน (Streetcar) อาจทำให้ทำความเร็วได้ช้าและติดขัด
-ข้อจำกัดในการขนส่ง: แม้จะบรรจุคนได้มาก แต่ระบบรางอาจไม่ตอบโจทย์การเดินทางที่เน้นความรวดเร็วสำหรับระยะทางสั้นๆ หรือการขนส่งของหนักที่ต้องการไปถึงหน้าบ้าน
-ความปลอดภัยและอุบัติเหตุ: ยังคงมีเหตุการณ์อุบัติเหตุจากจุดตัดเสมอ หรือความเสี่ยงจากเหตุภัยพิบัติ
-ค่าใช้จ่ายและความยากในการบำรุงรักษา: ระบบรางต้องมีการลงทุนบำรุงรักษาเส้นทางและตัวรถสูงมาก ซึ่งส่งผลต่อค่าโดยสารในบางกรณี
ควรทำแบบสอบถามกับประชาชนว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ชอบใช้รถไฟฟ้า แล้วค่อยมาสรุปผล ปรับปรุงพัฒนาแก้ไขต่อไป