สวัสดีค่ะทุกคน 😊
ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ หลายๆคนคงนึกถึงเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ จขกท. เองก็แอบเล็งเมนูนี้มานาน จนปีนี้ตัดสินใจ
"ลองทำไซรัปบ๊วย (Ume Syrup) เป็นครั้งแรกในชีวิต!" ค่ะ
ตอนแรกก็แอบกังวลเหมือนกันนะคะ กลัวว่าจะทำยาก กลัวขึ้นรา หรือรสชาติจะไม่อร่อย แต่พอลองทำจริงๆแล้ว กลับง่ายกว่าที่คิดมาก วัตถุดิบน้อย ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ
วันนี้เลยอยากมาแชร์
✔ วิธีทำไซรัปบ๊วยแบบง่ายๆ
✔ เคล็ดลับไม่ให้ขึ้นรา
✔ และประสบการณ์จากการลองทำครั้งแรก ในแบบมือใหม่
ฉบับหัดดอง 🍑🍯
เผื่อใครกำลังอยากหาเมนูคลายร้อนง่ายๆ จะได้ลองทำตามกันค่ะ
☀️
ไซรัปบ๊วย คืออะไร
ไซรัปบ๊วย คือการนำ “ลูกบ๊วยสด” มาหมักกับน้ำตาล
จนได้เป็นน้ำเชื่อมรส หวานอมเปรี้ยว หอมสดชื่น
✔ ดื่มง่าย
✔ ช่วยคลายร้อน
✔ ทำเก็บไว้ได้นานเป็นปี
👉 นับเป็นอีกหนึ่งใน เครื่องดื่มคลายร้อนยอดนิยม แบบทำเองง่ายๆค่ะ
🛒
วัตถุดิบทำไซรัปบ๊วย
1. บ๊วยสด: 2 กิโลกรัม (จขกท. คัดอย่างดี เลือกที่ผิวสวยๆ เพื่อความสบายใจค่ะ)
2. น้ำตาลกรวด: 2 กิโลกรัม (ช่วยให้น้ำเชื่อมใสสวย)
3. โหลแก้ว: ต้มในน้ำร้อน ฆ่าเชื้อให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทนะคะ
💡 จำง่ายๆ วัตถุดิบ มีแค่ 2 อย่าง
• บ๊วยสด
• น้ำตาลกรวด
• ในสัดส่วน 1:1 เท่ากัน
🧑🍳
วิธีทำไซรัปบ๊วย
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมบ๊วยอย่างใจเย็น
เริ่มจากล้างบ๊วยให้สะอาด แล้วใช้ไม้จิ้มฟันแคะขั้วสีดำออกทีละลูกเลยค่ะ (ขั้นตอนนี้ใช้เวลานิดหน่อย แต่ไม่ยากค่ะ) จากนั้นนำไปผึ่งบนตะแกรงสะอาดๆ จขกท. ผึ่งไว้ประมาณ3-4 ชั่วโมง หรือจนมั่นใจว่า
"แห้งสนิทจริงๆ"
(แยกลูกเหลืองๆ ไว้ทำไซรัปบ๊วย Ume Syrup ส่วนลูกเขียวๆ ไว้ทำเหล้าบ๊วย Umeshu ค่ะ)
ขั้นตอนที่ 2: พอทุกอย่างแห้งแล้ว ก็นำบ๊วยมาเรียงสลับกับน้ำตาลกรวดในโหลค่ะ เห็นสีเหลืองทอง ของบ๊วยตัดกับสีขาวของน้ำตาลแล้วสวยมากเลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 3: เคล็ดลับกันราฉบับจขกท.
เพื่อความชัวร์สำหรับการทำครั้งแรก จขกท. เลือก
"แช่ตู้เย็น" ทันทีค่ะ เพื่อคุมอุณหภูมิให้คงที่และป้องกันราแบบ 100%
ขั้นตอนที่ 4 :หลังจากผ่านไป 3 วัน น้ำตาลกรวดที่ใส่ไว้เริ่มละลายตัวลงมา และเราจะเริ่มเห็นน้ำเชื่อมสีใสๆ อยู่ที่ก้นโหลมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีว่าบ๊วยเริ่มคายความหอมหวานออกมาแล้ว
เพราะแช่ในตู้เย็น เลยทำให้น้ำตาลละลายช้า แต่ตัดปัญหาเรื่องขึ้นราได้ดีเลยค่ะ
✨ อัปเดตผลงาน 20 วัน (ตื่นเต้นมาก!)
ตอนนี้ผ่านไป 20 กว่าวันแล้วค่ะ (เริ่มทำเมื่อ 27 มี.ค - 18 เม.ย )
ผลลัพธ์คือ "สอบผ่าน!" น้ำตาลละลายจนกลายเป็นไซรัปสีทองใสแจ๋ว ไม่มีฝ้าขาวหรือราขึ้นเลย ลูกบ๊วยเริ่มเหี่ยวลงเล็กน้อย กลิ่นหอมเริ่มโชยมาแล้วค่ะ
⏳
อีกกี่วันได้ชิม?
จขกท. กะว่าจะอดใจรอต่อไปอีกสัก 3-4 เดือนค่ะ ให้รสชาติเข้มข้นที่สุด
📌 ไว้ครบกำหนดเมื่อไหร่ จะมาอัปเดตรสชาติ + วิธีชง
“น้ำบ๊วยโซดา” ให้ดูกันอีกครั้งนะคะ
👉แต่ถ้าใครใจร้อน ประมาณ 1 เดือนก็นำออกมาผสมโซดาทานแก้ขัดได้แล้วค่ะ แต่ถ้าอยากได้ความหอมแบบเข้าเนื้อจริงๆ จขกท. แนะนำให้รอสัก 3 เดือนขึ้นไปจะฟินที่สุด
ยิ่งเก็บไว้นาน รสชาติจะยิ่ง "เทพ" ขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ! 🍑✨
วิธีทำไซรัปบ๊วย Ume Syrup เครื่องดื่มคลายร้อน สูตรโฮมเมด หอมหวานสดชื่น เคล็ดลับไม่ขึ้นรา เก็บได้นาน 🍑🧊
ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ หลายๆคนคงนึกถึงเครื่องดื่มเย็นๆ ชื่นใจ จขกท. เองก็แอบเล็งเมนูนี้มานาน จนปีนี้ตัดสินใจ "ลองทำไซรัปบ๊วย (Ume Syrup) เป็นครั้งแรกในชีวิต!" ค่ะ
ตอนแรกก็แอบกังวลเหมือนกันนะคะ กลัวว่าจะทำยาก กลัวขึ้นรา หรือรสชาติจะไม่อร่อย แต่พอลองทำจริงๆแล้ว กลับง่ายกว่าที่คิดมาก วัตถุดิบน้อย ขั้นตอนก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลยค่ะ
วันนี้เลยอยากมาแชร์
✔ วิธีทำไซรัปบ๊วยแบบง่ายๆ
✔ เคล็ดลับไม่ให้ขึ้นรา
✔ และประสบการณ์จากการลองทำครั้งแรก ในแบบมือใหม่
ฉบับหัดดอง 🍑🍯
เผื่อใครกำลังอยากหาเมนูคลายร้อนง่ายๆ จะได้ลองทำตามกันค่ะ
☀️ ไซรัปบ๊วย คืออะไร
ไซรัปบ๊วย คือการนำ “ลูกบ๊วยสด” มาหมักกับน้ำตาล
จนได้เป็นน้ำเชื่อมรส หวานอมเปรี้ยว หอมสดชื่น
✔ ดื่มง่าย
✔ ช่วยคลายร้อน
✔ ทำเก็บไว้ได้นานเป็นปี
👉 นับเป็นอีกหนึ่งใน เครื่องดื่มคลายร้อนยอดนิยม แบบทำเองง่ายๆค่ะ
🛒วัตถุดิบทำไซรัปบ๊วย
1. บ๊วยสด: 2 กิโลกรัม (จขกท. คัดอย่างดี เลือกที่ผิวสวยๆ เพื่อความสบายใจค่ะ)
2. น้ำตาลกรวด: 2 กิโลกรัม (ช่วยให้น้ำเชื่อมใสสวย)
3. โหลแก้ว: ต้มในน้ำร้อน ฆ่าเชื้อให้สะอาดและเช็ดให้แห้งสนิทนะคะ
💡 จำง่ายๆ วัตถุดิบ มีแค่ 2 อย่าง
• บ๊วยสด
• น้ำตาลกรวด
• ในสัดส่วน 1:1 เท่ากัน
🧑🍳 วิธีทำไซรัปบ๊วย
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมบ๊วยอย่างใจเย็น
เริ่มจากล้างบ๊วยให้สะอาด แล้วใช้ไม้จิ้มฟันแคะขั้วสีดำออกทีละลูกเลยค่ะ (ขั้นตอนนี้ใช้เวลานิดหน่อย แต่ไม่ยากค่ะ) จากนั้นนำไปผึ่งบนตะแกรงสะอาดๆ จขกท. ผึ่งไว้ประมาณ3-4 ชั่วโมง หรือจนมั่นใจว่า "แห้งสนิทจริงๆ"
(แยกลูกเหลืองๆ ไว้ทำไซรัปบ๊วย Ume Syrup ส่วนลูกเขียวๆ ไว้ทำเหล้าบ๊วย Umeshu ค่ะ)
ขั้นตอนที่ 2: พอทุกอย่างแห้งแล้ว ก็นำบ๊วยมาเรียงสลับกับน้ำตาลกรวดในโหลค่ะ เห็นสีเหลืองทอง ของบ๊วยตัดกับสีขาวของน้ำตาลแล้วสวยมากเลยค่ะ
ขั้นตอนที่ 3: เคล็ดลับกันราฉบับจขกท.
เพื่อความชัวร์สำหรับการทำครั้งแรก จขกท. เลือก "แช่ตู้เย็น" ทันทีค่ะ เพื่อคุมอุณหภูมิให้คงที่และป้องกันราแบบ 100%
ขั้นตอนที่ 4 :หลังจากผ่านไป 3 วัน น้ำตาลกรวดที่ใส่ไว้เริ่มละลายตัวลงมา และเราจะเริ่มเห็นน้ำเชื่อมสีใสๆ อยู่ที่ก้นโหลมากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีว่าบ๊วยเริ่มคายความหอมหวานออกมาแล้ว
เพราะแช่ในตู้เย็น เลยทำให้น้ำตาลละลายช้า แต่ตัดปัญหาเรื่องขึ้นราได้ดีเลยค่ะ
✨ อัปเดตผลงาน 20 วัน (ตื่นเต้นมาก!)
ตอนนี้ผ่านไป 20 กว่าวันแล้วค่ะ (เริ่มทำเมื่อ 27 มี.ค - 18 เม.ย )
ผลลัพธ์คือ "สอบผ่าน!" น้ำตาลละลายจนกลายเป็นไซรัปสีทองใสแจ๋ว ไม่มีฝ้าขาวหรือราขึ้นเลย ลูกบ๊วยเริ่มเหี่ยวลงเล็กน้อย กลิ่นหอมเริ่มโชยมาแล้วค่ะ
⏳ อีกกี่วันได้ชิม?
จขกท. กะว่าจะอดใจรอต่อไปอีกสัก 3-4 เดือนค่ะ ให้รสชาติเข้มข้นที่สุด
📌 ไว้ครบกำหนดเมื่อไหร่ จะมาอัปเดตรสชาติ + วิธีชง “น้ำบ๊วยโซดา” ให้ดูกันอีกครั้งนะคะ
👉แต่ถ้าใครใจร้อน ประมาณ 1 เดือนก็นำออกมาผสมโซดาทานแก้ขัดได้แล้วค่ะ แต่ถ้าอยากได้ความหอมแบบเข้าเนื้อจริงๆ จขกท. แนะนำให้รอสัก 3 เดือนขึ้นไปจะฟินที่สุด
ยิ่งเก็บไว้นาน รสชาติจะยิ่ง "เทพ" ขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ! 🍑✨