หมอสุภัทร เล่าเบื้องหลัง สมัยโดนไอโอถล่ม เชื่อเป็นเชื้อทำถูกย้าย พ้นรพ.จะนะ ให้กำลังใจแย้ม ฐปณีย์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5679163
.

.
หมอสุภัทร เล่าสมัยโดนไอโอถล่มยับ จากเหตุร่วมคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้า เป็นที่มาถูกย้ายพ้นผอ.รพ.จะนะ ให้กำลังใจแย้ม ฐปณีย์
.
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นพ.
สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย อดีตผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 สังกัดพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ น.ส.
ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Reporters หลังตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิง นาย
กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า
.
ผมก็เคยโดนมาแล้วครับแยม กับปฏิบัติการIO
.
มีนาคม 2559 ผมและทีมงานสายสิ่งแวดล้อมที่ร่วมกันคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไปงานทำบุญกินข้าวยำที่ปอเนาะญีฮาด ที่นั่นมีการระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินเพื่อสร้างปอเนาะหลังใหม่ และผมก็โพสต์รูปนี้ไว้ตามประสา ได้ไปไหนก็ถ่ายกับป้ายเพื่อเป็นความทรงจำ
.
ผมกลับมาทำงานได้สักสัปดาห์ ก็มีโทรศัพท์จากกองทัพภาคที่ 4 บอกว่า “ท่านแม่ทัพอยากนัดผมไปทานข้าว” ผมถามว่า “โอกาสอะไร” ทหารเขาว่า “ไม่มีอะไรมาก เรื่องที่คุณหมอค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและไปปอเนาะญีฮาด”
.
ถึงวันนัดที่โรงแรมบุรีศรีภู ผมไปกับภรรยา ทหารนั่งกัน 2 โต๊ะกลม อาหารไม่อร่อยเหมือนปกติ ท่านแม่ทัพไม่ได้มา มีรองแม่ทัพนำคุย
.
สาระก็เตือนๆ ”ไม่อยากให้หมอไปทำกิจกรรมกับขบวนการก่อการร้าย ไม่อยากให้ค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หมอเป็นข้าราชการ เราต้องมีวินัย ทำงานของเรา หมอถูกทางการจับตาอยู่ ถ้าถูกออกจากราชการ คงได้เป็นหมอ NGO หรือหมอ BRN จริงๆ“ สาระประมาณนี้ คือเตือนเข้มๆบนโต๊ะอาหารที่คาดว่าเลี้ยงโดยงบลับ
.
หลังจากวันนั้น ผมก็ยังค้านถ่านหินต่อหนักเบาตามสถานการณ์ ก็โดน IO เล่นงานยาวต่อเนื่อง จนปี 2561 มีข่าวว่า แม่ทัพภาค 4 (อีกคน) ได้ส่งหนังสือให้ปลัด สธ.ย้ายผมออกจากจะนะ หลังจากนั้นก็มีข่าวจะย้ายผมมาเป็นระยะๆ จนในยุค รมต.อนุทิน ผมคัดค้านนโยบายกัญชาอย่างหนัก ช่วงนั้นก็มี IO อีกชุดถล่มอย่างต่อเนื่อง จนโดนย้ายจริงในปี 2566
.
ผมขอให้กำลังใจ แยม ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ในการทำหน้าที่นักข่าวเพื่อความถูกต้องเป็นธรรมต่อไป สู้ต่อไปครับ คนทั้งประเทศล้วนให้กำลังใจ
.
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/pfbid029EZXmRcGr13KQ8ghe2cHgK7awsxougjxgQvqCHPiaKN8nN6Ew8eXLqgZ5vJD8KXcl
.
.
น็อนแบงก์หวั่นเอฟเฟ็กต์สู้รบ กระทบ Q2 ‘สินเชื่อหด-หนี้เสียพุ่ง’
https://www.prachachat.net/finance/news-1991563
.
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้ว่าล่าสุดจะมีประกาศ “หยุดยิง 2 สัปดาห์” ก็ตามที สภาวะเช่นนี้ไม่มีใครกล้าฟันธง ว่าสงครามรอบนี้จะจบแล้วหรือไม่ เนื่องจากมีโอกาสพลิกไป-พลิกมาได้ตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจด้านการเงินของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์)
.
สงครามฟาดชิ่ง Q2 น่าเป็นห่วง
.
นาย
ปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางในแง่ผลกระทบยังคงต้องติดตามการแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นเห็นว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขและเรียกความเชื่อมั่นกลับมา และอยู่ระหว่างเร่งทำนโยบาย ซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 ที่จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนไปยังต้นทุนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่ราคาน้ำมันเพิ่งปรับขึ้นช่วงปลายไตรมาส หรือปลายเดือน มี.ค. จึงยังไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริง
.
“
ภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าสร้างความไม่แน่นอน ส่งผลให้คนชะลอการตัดสินใจลงทุนใหม่ หรือเกษตรกรที่มีการเช่าพื้นที่เพาะปลูกอาจจะมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเพิ่มเติม เพื่อเพาะปลูกพืชผล ซึ่งต้องติดตามราคาเกษตรและต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาปุ๋ยและขนส่ง จะมีผลกำไรหรือขาดทุน แต่เชื่อว่าแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรน่าจะปรับดีขึ้น ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง”
.
MTC จ่อปรับแผน-ปีนี้ส่อโตลดลง
.
นาย
ปริทัศน์กล่าวว่า สำหรับ MTC ก็ต้องติดตามสถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 อย่างใกล้ชิด ซึ่งโดยปกติในไตรมาสนี้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของบริษัท เนื่องจากจะมีลูกค้าเข้ามาขอสินเชื่อมากขึ้น เพื่อทำธุรกิจและทำเกษตร แต่จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจที่ไม่ได้ปรับดีขึ้น ทำให้การเติบโตสินเชื่อที่บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัวในระดับ 10-15% อาจจะมีการปรับแผนการเติบโตเหลือราว 10% ต้น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากผู้กู้เองมีความระมัดระวังการขอสินเชื่อ และบริษัทก็ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
.
ขณะที่สัญญาณผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าปัจจุบันยังเป็นปกติ เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่กี่วัน ทำให้ยังไม่เห็นผลกระทบ จึงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อและจบเร็วแค่ไหน รวมถึงติดตามสัญญาณการชำระหนี้ของลูกค้าใกล้ชิดในไตรมาสที่ 2 แต่เชื่อว่าบริษัทสามารถรองรับความเสี่ยงได้ ส่วนหนึ่งบริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากระดับต่ำสุดอยู่ที่ 96% เพิ่มขึ้นเป็น 145% ในปัจจุบัน ถือว่าสูงสุดในอันดับต้นของอุตสาหกรรมจึงเชื่อว่าสามารถรองรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนได้ ขณะเดียวกันบริษัทมีการคัดกรองลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ ทำให้ช่วยลดปัญหาหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
.
“
เราคิดว่าเอ็นพีแอลไม่น่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 1/69 เพราะเหตุการณ์ราคาน้ำมันแพง ต้นทุนเพิ่มเพิ่งจะเกิดไม่กี่วัน ซึ่งเราต้องติดตามไตรมาสที่ 2/69 ใกล้ชิด เพราะผลกระทบจะโดนเต็ม ๆ หลังจากนี้ เห็นได้จากคนยกเลิกกลับบ้านช่วงสงกรานต์ แต่เชื่อว่ารัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะเข้ามาช่วย Subsidy หรือออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง”
.
คาดสินเชื่อบุคคลหดตัวเป็นปีที่ 3
.
นาย
อธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และประธานชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า ไตรมาสที่ 2 นี้จะเป็นไตรมาสที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่วงที่เห็นสัญญาณผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางชัดขึ้น ทั้งในแง่ผลกระทบของสินเชื่อ และสัญญาณความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ยังเป็นช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่งเริ่มเกิด ประกอบกับภาครัฐตรึงราคาน้ำมันก่อนจะทยอยปรับราคาขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ และต้นทุนด้านอื่น ๆ จึงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
.
อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อผู้บริโภค กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว และส่งผลต่อการเติบโตของตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2569 โดยคาดว่าจะหดตัวเป็นปีที่ 3 ภายใต้ 2 สมมติฐาน กรณีหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ยืดเยื้อคาดว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหดตัวใกล้เคียงปีก่อน หรือหดตัว -3.4% และกรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ ลากยาวอัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น กิจกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนลดลง คาดว่าสินเชื่อน่าจะหดตัวมากกว่าเดิม หรือราว -4.2% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2567 ที่หดตัวสูงสุดตั้งแต่มีการดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล
.
ส่วนในแง่หนี้เอ็นพีแอล ภาพรวมทั้งระบบปรับลดลง โดย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 3.7% แต่มองว่าการปรับลดลงของเอ็นพีแอลเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เนื่องจากสินเชื่อทั้งระบบติดลบ หนี้เสียลดลง เพราะปล่อยกู้น้อย คนใช้น้อยลง แม้ความต้องการใช้สินเชื่อมีอยู่ แต่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ขณะเดียวกันในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีมากนักลูกค้าบางกลุ่มไม่มีความจำเป็นต้องกู้ และหากมีเงินเหลืออาจจะมีการชำระคืนมากกว่าค่างวด และการขอวงเงินความถี่น้อยลง แต่จำนวนเพิ่มขึ้นราว 10-15%
.
หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบหนัก
.
นาย
อธิปกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าจำนวนบัญชีลูกค้าใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 200,000 บัญชี เติบโต 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา และตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่ 5% จากฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่ราว 2 ล้านบัญชี ซึ่งการเติบโตจะมาจากฐานลูกค้าเก่า 90% และลูกค้าใหม่ 10% ถือเป็นเป้าหมายค่อนข้างท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
.
“
เดิมเรามองว่าไตรมาส 4 ปี 2568 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่พอมาไตรมาส 1 ปีนี้การใช้จ่ายเริ่มลดลง และลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อก็น่าจะเหนื่อย เพราะราคาน้ำมันขึ้น กระทบช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนไม่กลับบ้าน เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะเป็นช่วงที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นช่วงไตรมาสที่ 2 จะเป็นตัวตั้งต้นที่เราเริ่มจะเห็นผลหรือสัญญาณการใช้สินเชื่อ ความสามารถชำระหนี้ อาจจะต้องตามดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
.
.
สถานทูตไทยในกรุงเตหะราน เตือนคนไทยในอิหร่านเตรียมอพยพ
.
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน แจ้งเตือนสถานการณ์ความมั่นคงขั้นสูงสุด ให้คนไทยในอิหร่านเตรียมพร้อมอพยพ
.
(15 เม.ย.69) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ขอแจ้งเตือนพี่น้องชาวไทยในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบางขั้นสูงสุด โดยขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อให้ทุกท่านประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม ดังนี้
.
1. การหยุดยิง 2 สัปดาห์ไม่ใช่สันติภาพถาวรสภาวะสงบในปัจจุบันเป็นเพียง "ช่วงพักเพื่อเจรจาและบริหารความเสี่ยง" เท่านั้น แต่จากการประเมินล่าสุดพบว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง
.
2. เสี่ยงเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม เมื่อช่วงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลง หรือการเจรจายุติลงโดยสิ้นเชิง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดการโจมตีระลอกใหม่ในเร็ววันนี้ ซึ่งคาดว่าจะทวีความรุนแรงยิ่งกว่าที่ผ่านมา
.
3. พื้นที่ตอนใต้ยังคงวิกฤตและอันตราย พื้นที่ติดชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ (เช่น จ.ฮอร์มุซกัน บูเชร์ คูเซสถาน และเมืองบันดาร์อับบาส) ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยขั้นสูงสุด
.
โดยในวันที่ 17 เมษายน 2569 สถานเอกอัครราชทูตฯ ต้องเร่งอพยพคนงานไทยเพิ่มเติมอีก 3 คน ออกจากพื้นที่เมืองบันดาร์อับบาส เนื่องจากคนงานต้องเผชิญกับเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงที่พื้นที่อาศัยจะถูกโจมตีเมื่อใดก็ได้ ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอประกาศให้พี่น้องชาวไทยปฏิบัติดังนี้โดยเด็ดขาด คือ ห้ามเดินทาง ไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยทางตอนใต้และบริเวณใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ
.
อย่าประมาทต่อสถานการณ์ แม้จะดูสงบลงชั่วคราว ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด
.
เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา จัดเตรียมหนังสือเดินทาง เอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และสัมภาระฉุกเฉินให้พร้อมเดินทางได้ทันที ลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อการติดต่อช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
.
สำหรับชาวไทยในประเทศไทย ขอให้ระงับการเดินทางเข้ามายังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในทุกกรณีจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งให้ทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
JJNY : หมอสุภัทรเล่าสมัยโดนไอโอถล่ม│น็อนแบงก์หวั่นเอฟเฟ็กต์สู้รบ│เตือนคนไทยในอิหร่าน│‘อีสาน-ตนออก’ เผชิญ ‘พายุฤดูร้อน’
https://www.matichon.co.th/politics/news_5679163
.
.
หมอสุภัทร เล่าสมัยโดนไอโอถล่มยับ จากเหตุร่วมคัดค้านสร้างโรงไฟฟ้า เป็นที่มาถูกย้ายพ้นผอ.รพ.จะนะ ให้กำลังใจแย้ม ฐปณีย์
.
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย อดีตผู้สมัคร ส.ส.สงขลา เขต 2 สังกัดพรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการใช้ปฏิบัติการ IO คุกคามสื่อมวลชนอย่างรุนแรงต่อ น.ส.ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้สื่อข่าวสำนักข่าว The Reporters หลังตั้งคำถามในที่แถลงข่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการ กอ.รมน.ภาค 4 เกี่ยวกับเหตุลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ว่า
.
ผมก็เคยโดนมาแล้วครับแยม กับปฏิบัติการIO
.
มีนาคม 2559 ผมและทีมงานสายสิ่งแวดล้อมที่ร่วมกันคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาไปงานทำบุญกินข้าวยำที่ปอเนาะญีฮาด ที่นั่นมีการระดมทุนเพื่อซื้อที่ดินเพื่อสร้างปอเนาะหลังใหม่ และผมก็โพสต์รูปนี้ไว้ตามประสา ได้ไปไหนก็ถ่ายกับป้ายเพื่อเป็นความทรงจำ
.
ผมกลับมาทำงานได้สักสัปดาห์ ก็มีโทรศัพท์จากกองทัพภาคที่ 4 บอกว่า “ท่านแม่ทัพอยากนัดผมไปทานข้าว” ผมถามว่า “โอกาสอะไร” ทหารเขาว่า “ไม่มีอะไรมาก เรื่องที่คุณหมอค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินและไปปอเนาะญีฮาด”
.
ถึงวันนัดที่โรงแรมบุรีศรีภู ผมไปกับภรรยา ทหารนั่งกัน 2 โต๊ะกลม อาหารไม่อร่อยเหมือนปกติ ท่านแม่ทัพไม่ได้มา มีรองแม่ทัพนำคุย
.
สาระก็เตือนๆ ”ไม่อยากให้หมอไปทำกิจกรรมกับขบวนการก่อการร้าย ไม่อยากให้ค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน หมอเป็นข้าราชการ เราต้องมีวินัย ทำงานของเรา หมอถูกทางการจับตาอยู่ ถ้าถูกออกจากราชการ คงได้เป็นหมอ NGO หรือหมอ BRN จริงๆ“ สาระประมาณนี้ คือเตือนเข้มๆบนโต๊ะอาหารที่คาดว่าเลี้ยงโดยงบลับ
.
หลังจากวันนั้น ผมก็ยังค้านถ่านหินต่อหนักเบาตามสถานการณ์ ก็โดน IO เล่นงานยาวต่อเนื่อง จนปี 2561 มีข่าวว่า แม่ทัพภาค 4 (อีกคน) ได้ส่งหนังสือให้ปลัด สธ.ย้ายผมออกจากจะนะ หลังจากนั้นก็มีข่าวจะย้ายผมมาเป็นระยะๆ จนในยุค รมต.อนุทิน ผมคัดค้านนโยบายกัญชาอย่างหนัก ช่วงนั้นก็มี IO อีกชุดถล่มอย่างต่อเนื่อง จนโดนย้ายจริงในปี 2566
.
ผมขอให้กำลังใจ แยม ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ในการทำหน้าที่นักข่าวเพื่อความถูกต้องเป็นธรรมต่อไป สู้ต่อไปครับ คนทั้งประเทศล้วนให้กำลังใจ
.
https://www.facebook.com/supathasuwannakit/posts/pfbid029EZXmRcGr13KQ8ghe2cHgK7awsxougjxgQvqCHPiaKN8nN6Ew8eXLqgZ5vJD8KXcl
.
.
น็อนแบงก์หวั่นเอฟเฟ็กต์สู้รบ กระทบ Q2 ‘สินเชื่อหด-หนี้เสียพุ่ง’
https://www.prachachat.net/finance/news-1991563
.
สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้ว่าล่าสุดจะมีประกาศ “หยุดยิง 2 สัปดาห์” ก็ตามที สภาวะเช่นนี้ไม่มีใครกล้าฟันธง ว่าสงครามรอบนี้จะจบแล้วหรือไม่ เนื่องจากมีโอกาสพลิกไป-พลิกมาได้ตลอดเวลา ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจด้านการเงินของผู้ประกอบการที่ไม่ใช่ธนาคาร (น็อนแบงก์)
.
สงครามฟาดชิ่ง Q2 น่าเป็นห่วง
.
นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC กล่าวว่า สงครามในตะวันออกกลางในแง่ผลกระทบยังคงต้องติดตามการแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นเห็นว่ารัฐบาลพยายามแก้ไขและเรียกความเชื่อมั่นกลับมา และอยู่ระหว่างเร่งทำนโยบาย ซึ่งสิ่งที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 ที่จะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ จากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น สะท้อนไปยังต้นทุนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ที่ราคาน้ำมันเพิ่งปรับขึ้นช่วงปลายไตรมาส หรือปลายเดือน มี.ค. จึงยังไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริง
.
“ภาวะสงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าสร้างความไม่แน่นอน ส่งผลให้คนชะลอการตัดสินใจลงทุนใหม่ หรือเกษตรกรที่มีการเช่าพื้นที่เพาะปลูกอาจจะมีความจำเป็นต้องกู้ยืมเพิ่มเติม เพื่อเพาะปลูกพืชผล ซึ่งต้องติดตามราคาเกษตรและต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นจากราคาปุ๋ยและขนส่ง จะมีผลกำไรหรือขาดทุน แต่เชื่อว่าแนวโน้มราคาสินค้าเกษตรน่าจะปรับดีขึ้น ท่ามกลางสงครามในตะวันออกกลาง”
.
MTC จ่อปรับแผน-ปีนี้ส่อโตลดลง
.
นายปริทัศน์กล่าวว่า สำหรับ MTC ก็ต้องติดตามสถานการณ์ในไตรมาสที่ 2 อย่างใกล้ชิด ซึ่งโดยปกติในไตรมาสนี้จะเป็นช่วงไฮซีซั่นของบริษัท เนื่องจากจะมีลูกค้าเข้ามาขอสินเชื่อมากขึ้น เพื่อทำธุรกิจและทำเกษตร แต่จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และเศรษฐกิจที่ไม่ได้ปรับดีขึ้น ทำให้การเติบโตสินเชื่อที่บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะขยายตัวในระดับ 10-15% อาจจะมีการปรับแผนการเติบโตเหลือราว 10% ต้น ๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากผู้กู้เองมีความระมัดระวังการขอสินเชื่อ และบริษัทก็ระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
.
ขณะที่สัญญาณผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้าปัจจุบันยังเป็นปกติ เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่กี่วัน ทำให้ยังไม่เห็นผลกระทบ จึงต้องติดตามสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อและจบเร็วแค่ไหน รวมถึงติดตามสัญญาณการชำระหนี้ของลูกค้าใกล้ชิดในไตรมาสที่ 2 แต่เชื่อว่าบริษัทสามารถรองรับความเสี่ยงได้ ส่วนหนึ่งบริษัทมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากระดับต่ำสุดอยู่ที่ 96% เพิ่มขึ้นเป็น 145% ในปัจจุบัน ถือว่าสูงสุดในอันดับต้นของอุตสาหกรรมจึงเชื่อว่าสามารถรองรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ที่คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนได้ ขณะเดียวกันบริษัทมีการคัดกรองลูกค้าใหม่ที่มีศักยภาพ ทำให้ช่วยลดปัญหาหนี้เสียที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้
.
“เราคิดว่าเอ็นพีแอลไม่น่าจะเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 1/69 เพราะเหตุการณ์ราคาน้ำมันแพง ต้นทุนเพิ่มเพิ่งจะเกิดไม่กี่วัน ซึ่งเราต้องติดตามไตรมาสที่ 2/69 ใกล้ชิด เพราะผลกระทบจะโดนเต็ม ๆ หลังจากนี้ เห็นได้จากคนยกเลิกกลับบ้านช่วงสงกรานต์ แต่เชื่อว่ารัฐบาล และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)จะเข้ามาช่วย Subsidy หรือออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง”
.
คาดสินเชื่อบุคคลหดตัวเป็นปีที่ 3
.
นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ และประธานชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยว่า ไตรมาสที่ 2 นี้จะเป็นไตรมาสที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นช่วงที่เห็นสัญญาณผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางชัดขึ้น ทั้งในแง่ผลกระทบของสินเชื่อ และสัญญาณความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า เนื่องจากในไตรมาสที่ 1 ยังเป็นช่วงที่สถานการณ์ความขัดแย้งเพิ่งเริ่มเกิด ประกอบกับภาครัฐตรึงราคาน้ำมันก่อนจะทยอยปรับราคาขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ และต้นทุนด้านอื่น ๆ จึงต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
.
อย่างไรก็ดีจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่มีผลต่อราคาน้ำมัน และค่าครองชีพ ยอมรับว่ามีผลกระทบต่อผู้บริโภค กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว และส่งผลต่อการเติบโตของตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2569 โดยคาดว่าจะหดตัวเป็นปีที่ 3 ภายใต้ 2 สมมติฐาน กรณีหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ยืดเยื้อคาดว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหดตัวใกล้เคียงปีก่อน หรือหดตัว -3.4% และกรณีสถานการณ์ยืดเยื้อ ลากยาวอัตราเงินเฟ้อเร่งสูงขึ้น กิจกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนลดลง คาดว่าสินเชื่อน่าจะหดตัวมากกว่าเดิม หรือราว -4.2% ซึ่งใกล้เคียงกับปี 2567 ที่หดตัวสูงสุดตั้งแต่มีการดำเนินธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล
.
ส่วนในแง่หนี้เอ็นพีแอล ภาพรวมทั้งระบบปรับลดลง โดย ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 3.7% แต่มองว่าการปรับลดลงของเอ็นพีแอลเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เนื่องจากสินเชื่อทั้งระบบติดลบ หนี้เสียลดลง เพราะปล่อยกู้น้อย คนใช้น้อยลง แม้ความต้องการใช้สินเชื่อมีอยู่ แต่เข้าไม่ถึงสินเชื่อ ขณะเดียวกันในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีมากนักลูกค้าบางกลุ่มไม่มีความจำเป็นต้องกู้ และหากมีเงินเหลืออาจจะมีการชำระคืนมากกว่าค่างวด และการขอวงเงินความถี่น้อยลง แต่จำนวนเพิ่มขึ้นราว 10-15%
.
หวั่นสงครามยืดเยื้อกระทบหนัก
.
นายอธิปกล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าจำนวนบัญชีลูกค้าใหม่ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ 200,000 บัญชี เติบโต 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา และตั้งเป้ายอดสินเชื่อใหม่ 5% จากฐานลูกค้าปัจจุบันที่มีอยู่ราว 2 ล้านบัญชี ซึ่งการเติบโตจะมาจากฐานลูกค้าเก่า 90% และลูกค้าใหม่ 10% ถือเป็นเป้าหมายค่อนข้างท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
.
“เดิมเรามองว่าไตรมาส 4 ปี 2568 เศรษฐกิจดีขึ้น แต่พอมาไตรมาส 1 ปีนี้การใช้จ่ายเริ่มลดลง และลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อก็น่าจะเหนื่อย เพราะราคาน้ำมันขึ้น กระทบช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนไม่กลับบ้าน เป็นสัญญาณไม่ดี เพราะเป็นช่วงที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นช่วงไตรมาสที่ 2 จะเป็นตัวตั้งต้นที่เราเริ่มจะเห็นผลหรือสัญญาณการใช้สินเชื่อ ความสามารถชำระหนี้ อาจจะต้องตามดูว่าเกิดอะไรขึ้น”
.
.
.
(15 เม.ย.69) สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ขอแจ้งเตือนพี่น้องชาวไทยในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ให้ตระหนักถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังอยู่ในภาวะเปราะบางขั้นสูงสุด โดยขอสรุปประเด็นสำคัญเพื่อให้ทุกท่านประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม ดังนี้
.
1. การหยุดยิง 2 สัปดาห์ไม่ใช่สันติภาพถาวรสภาวะสงบในปัจจุบันเป็นเพียง "ช่วงพักเพื่อเจรจาและบริหารความเสี่ยง" เท่านั้น แต่จากการประเมินล่าสุดพบว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ มีแนวโน้มล้มเหลวสูง
.
2. เสี่ยงเกิดการโจมตีระลอกใหม่ที่รุนแรงกว่าเดิม เมื่อช่วงหยุดยิงชั่วคราวสิ้นสุดลง หรือการเจรจายุติลงโดยสิ้นเชิง มีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดการโจมตีระลอกใหม่ในเร็ววันนี้ ซึ่งคาดว่าจะทวีความรุนแรงยิ่งกว่าที่ผ่านมา
.
3. พื้นที่ตอนใต้ยังคงวิกฤตและอันตราย พื้นที่ติดชายฝั่งอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ (เช่น จ.ฮอร์มุซกัน บูเชร์ คูเซสถาน และเมืองบันดาร์อับบาส) ยังคงเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยขั้นสูงสุด
.
โดยในวันที่ 17 เมษายน 2569 สถานเอกอัครราชทูตฯ ต้องเร่งอพยพคนงานไทยเพิ่มเติมอีก 3 คน ออกจากพื้นที่เมืองบันดาร์อับบาส เนื่องจากคนงานต้องเผชิญกับเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่องจนส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพอย่างรุนแรง และมีความเสี่ยงสูงที่พื้นที่อาศัยจะถูกโจมตีเมื่อใดก็ได้ ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอประกาศให้พี่น้องชาวไทยปฏิบัติดังนี้โดยเด็ดขาด คือ ห้ามเดินทาง ไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยทางตอนใต้และบริเวณใกล้เคียงช่องแคบฮอร์มุซ
.
อย่าประมาทต่อสถานการณ์ แม้จะดูสงบลงชั่วคราว ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางการและสถานเอกอัครราชทูตฯ อย่างใกล้ชิด
.
เตรียมพร้อมอพยพตลอดเวลา จัดเตรียมหนังสือเดินทาง เอกสารสำคัญ ยารักษาโรค และสัมภาระฉุกเฉินให้พร้อมเดินทางได้ทันที ลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูตฯ ให้เป็นปัจจุบัน เพื่อการติดต่อช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน
.
สำหรับชาวไทยในประเทศไทย ขอให้ระงับการเดินทางเข้ามายังสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในทุกกรณีจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง สถานเอกอัครราชทูตฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแจ้งให้ทราบทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง หากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง