#ทันหุ้น-บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีในปีนี้ขึ้นเป็น 1,600 จุด หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ และการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งใกล้จะเกิดขึ้น ประเด็นหลักของตลาดในขณะนี้คือการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนไปยังกลุ่มที่ปรับตัวล้าหลัง
ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้น(EPS)ของ SET ในปี 2569/2570 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 84.5 บาท และ 91.0 บาท จากเดิม 77.8 บาท และ 82.3 บาท เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องในไตรมาส 2/69 , มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงโครงการ co-payment ควรช่วยรองรับเศรษฐกิจมหภาค แม้ว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และ 3) ราคาพลังงานในประเทศมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคสินค้าอื่น ๆ และส่งผลต่อรายได้/อัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน
ขณะที่ค่า Forward PE ของ SET สำหรับปี 2569/2570 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.6 เท่า/17.5 เท่า จาก 16.8 เท่า/16.6 เท่า เนื่องจาก 1) ความเชื่อมั่นดีขึ้นในกลุ่มที่ปรับตัวล้าหลัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่นกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่ม healthcare และ 2) กระแสเงินทุนต่างชาติกำลังเร่งตัวขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจและการเมืองของไทยดูมีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
ฝ่ายวิจัยทิสโก้ มองว่าเป้าหมายของฝ่ายวิจัยคาดว่า DELTA จะยังคงอยู่ในระดับสูงในครึ่งหลังปีนี้ แม้ว่าจะมีราคาแพงจากมุมมองพื้นฐานในช่วงเวลา 12 เดือน เนื่องจากความเชื่อมั่นเชิงบวกในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกหลังราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับลดลง , 2) SET อาจเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามากกว่าประเทศคู่แข่ง เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในที่อื่น และหุ นขนาดใหญ่อาจเป็นตัวขับเคลื่อนดัชนีโดยรวม 3) คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศจะยังคงอ่อนแอในครึ่งหลังปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มลดลง และ 4) เสถียรภาพทางการคลังยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับความยั่งยืนของหนี้สาธารณะ
**10 หุ้นแนะนำ
สำหรับหุ้นแนะนำสอดคล้องกับการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนได้แก่ KBANK ราคาเหมาะสม 237.00 บาท , KTB ราคาเหมาะสมที่ 40.00 บาท, GULF ราคาเหมาะสมที่ 74.00 บาท , PTT ราคาเหมาะสมที่ 42.00 บาท, THAI ราคาเหมาะสมที่ 7.80 บาท , BH ราคาเหมาะสมที่ 200 บาท , TRUE ราคาเหมาะสมที่ 15.80 บาท , CPN ราคาเหมาะสมที่ 83.00 บาท และ AMATA ราคาเหมาะสมที่ 35.00 บาท
ขณะที่คงคำแนะนำ “ถือ”สำหรับหุ้น AOT ให้ราคาเหมะสมที่ 54.00 บาท

ทิสโก้ เพิ่มเป้าหุ้นไทยเป็น 1,600 จุด หลังตะวันออกกลางคลี่คลาย แนะ 10 หุ้นเด่น
#ทันหุ้น-บล.ทิสโก้ ระบุในบทวิเคราะห์ว่า ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีในปีนี้ขึ้นเป็น 1,600 จุด หลังจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ และการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งใกล้จะเกิดขึ้น ประเด็นหลักของตลาดในขณะนี้คือการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนไปยังกลุ่มที่ปรับตัวล้าหลัง
ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มกำไรต่อหุ้น(EPS)ของ SET ในปี 2569/2570 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 84.5 บาท และ 91.0 บาท จากเดิม 77.8 บาท และ 82.3 บาท เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 1/69 ที่ออกมาดีกว่าคาด โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องในไตรมาส 2/69 , มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงโครงการ co-payment ควรช่วยรองรับเศรษฐกิจมหภาค แม้ว่าจะได้รับผลกระทบเชิงลบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น และ 3) ราคาพลังงานในประเทศมีแนวโน้มลดลง แม้ว่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปในครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการบริโภคสินค้าอื่น ๆ และส่งผลต่อรายได้/อัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน
ขณะที่ค่า Forward PE ของ SET สำหรับปี 2569/2570 ถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็น 17.6 เท่า/17.5 เท่า จาก 16.8 เท่า/16.6 เท่า เนื่องจาก 1) ความเชื่อมั่นดีขึ้นในกลุ่มที่ปรับตัวล้าหลัง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เช่นกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่ม healthcare และ 2) กระแสเงินทุนต่างชาติกำลังเร่งตัวขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจและการเมืองของไทยดูมีความยืดหยุ่นมากกว่าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน
ฝ่ายวิจัยทิสโก้ มองว่าเป้าหมายของฝ่ายวิจัยคาดว่า DELTA จะยังคงอยู่ในระดับสูงในครึ่งหลังปีนี้ แม้ว่าจะมีราคาแพงจากมุมมองพื้นฐานในช่วงเวลา 12 เดือน เนื่องจากความเชื่อมั่นเชิงบวกในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกหลังราคาพลังงานและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ปรับลดลง , 2) SET อาจเห็นกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้ามากกว่าประเทศคู่แข่ง เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในที่อื่น และหุ นขนาดใหญ่อาจเป็นตัวขับเคลื่อนดัชนีโดยรวม 3) คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศจะยังคงอ่อนแอในครึ่งหลังปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเริ่มลดลง และ 4) เสถียรภาพทางการคลังยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเกี่ยวกับความยั่งยืนของหนี้สาธารณะ
**10 หุ้นแนะนำ
สำหรับหุ้นแนะนำสอดคล้องกับการหมุนเวียนกลุ่มลงทุนได้แก่ KBANK ราคาเหมาะสม 237.00 บาท , KTB ราคาเหมาะสมที่ 40.00 บาท, GULF ราคาเหมาะสมที่ 74.00 บาท , PTT ราคาเหมาะสมที่ 42.00 บาท, THAI ราคาเหมาะสมที่ 7.80 บาท , BH ราคาเหมาะสมที่ 200 บาท , TRUE ราคาเหมาะสมที่ 15.80 บาท , CPN ราคาเหมาะสมที่ 83.00 บาท และ AMATA ราคาเหมาะสมที่ 35.00 บาท
ขณะที่คงคำแนะนำ “ถือ”สำหรับหุ้น AOT ให้ราคาเหมะสมที่ 54.00 บาท