สงครามตะวันออกกลางอาจอยู่ไกล แต่กำลังกระทบกำไรบริษัทไทย

Krungthai COMPASS พบว่า บริษัทจดทะเบียนถึง 335 บริษัท หรือเกือบ 40% ของบริษัทที่ส่งงบไตรมาส 1/2569 ระบุว่าได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

🔍 ผลกระทบสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
📌 ช่องทางกระทบหลักคือ "ต้นทุน"
กว่า 50% ชี้ว่าต้นทุนสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน ค่าพลังงาน ค่าระวางเรือ และต้นทุนโลจิสติกส์

📌 กระทบกำลังซื้อ
35% บอกว่ารายได้ลดลง โดยหลายบริษัทสะท้อนตรงกันว่าผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เพราะค่าครองชีพสูงขึ้นจากราคาพลังงาน นักท่องเที่ยวลดลง และกลุ่มที่ส่งออกไปตะวันออกกลางได้รับผลกระทบ

📌 กระทบวัตถุดิบ
7% กล่าวว่าขาดแคลนวัตถุดิบ ที่ชัดสุดคือกลุ่มพลาสติก แต่ก็มีแร่ โลหะ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการขนส่ง

🔍 อุสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากสุด
🥇AGRO (เกษตรและอาหาร)
51% ของบริษัทในกลุ่มได้รับผลกระทบ โดยรายได้เฉลี่ยหดตัว -3.0%

🥈INDUS (สินค้าอุตสาหกรรม)
48% ของบริษัทในกลุ่มได้รับผลกระทบ โดยรายได้เฉลี่ยหดตัว -0.9%

⚠️กว่า 90% ของบริษัทที่ได้รับผลกระทบเชื่อว่าสถานการณ์มีโอกาสยืดเยื้อหรือรุนแรงขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2569

ส่วนตัวมอกว่าตัวเลขจริงอาจมากกว่านี้อีก เนื่องจากบทวิเคราะห์นี้ Krungthai COMPASS เก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงาน MD&A ประจำไตรมาส 1 ปี 2569 ซึ่งนักลงทุนคงเคยเจอ MD&A ของบางบริษัทที่ไม่อธิบายอะไรเลย ทำรายงานมาก็เหมือนไม่ทำกันมาบาง

💬แต่สุดท้าย SET ก็วิ่งขึ้นนะ แล้วเพื่อนๆ คิดว่าผลกระทบที่หนักสุดคืออะไร?

อ่านงานวิจัยเต็มได้ที่: ประเมิน Middle East Conflict: ธุรกิจไทยพูดอะไร ผ่าน MD&A?

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่