.
ลิซ่า บีบมือ “ชาดา” เปลี่ยนจากสงเคราะห์คนแก่ 950 บาทเป็นให้สวัสดิการดีกว่าหยิบยื่นเศษเงิน หนุนเปลี่ยน ”น้ำใจ“ เป็นให้ถาวร ชี้เบี้ยผู้สูงอายุวันละ 20 บาทไม่พอกิน ผลักดันรัฐดูแลประชาชนให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียม
.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แจกเงินผู้สูงอายุ 950 บาท เนื่องในวันสงกรานต์ ว่า การที่ประชาชนได้รับ เราก็เห็นด้วย เพียงแต่ว่าวันนี้คุณชาดาเอง หรือว่าใครก็ตามที่กำลังใช้วิธีแบบนี้ และเป็นผู้มีอำนาจที่อยู่ในรัฐบาล เราเห็นแล้วว่าผู้สูงอายุในประเทศไทย ได้รับการดูแลแบบการสงเคราะห์และหยิบยื่นให้มาโดยตลอด
.
“พวกเขาเหล่านี้มีศักดิ์และสิทธิเท่ากันนะคะ เขาควรได้รับการดูแลจากรัฐแบบที่เขาหวังผลได้ ไม่ต้องมารอว่าคุณชาดาแจกเท่านี้ ใครแจกเท่านี้ ดังนั้น ดิฉันอยากจะให้ผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาล มองเห็นความจำเป็นของเรื่องนี้ และผลักดันให้มันเป็นสวัสดิการรัฐสำหรับผู้สูงอายุไปเลย วันนี้ทุกคนรู้ดีค่ะ ว่า 600 บาทสำหรับผู้สูงอายุไม่เพียงพอ ดังนั้น รัฐคำนวณเลยว่างบประมาณวันนี้
.
รัฐบาลสามารถอุดหนุนผู้สูงอายุได้เท่าไหร่ ดิฉันไม่ได้มีปัญหากับสไตล์ของแต่ละคน เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่จริงใจกับเรื่องแบบนี้ เราก็จะเห็นภาพแบบนี้ และสุดท้ายเองคุณชาดาเองก็จะไม่พ้นเรื่องของการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองบ้านใหญ่ การเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าสุดท้ายแล้ว คุณก็หยิบยื่นให้ประชาชนแบบสงเคราะห์ หรือหยิบยื่นเศษเงินให้ประชาชน“ น.ส.ภคมนกล่าว
.
น.ส.ภคมนย้ำว่า หากรัฐและหวังดีกับประชาชนจริงๆ ตนอยากจะให้มันผลักดัน อยากจะให้มีการผลักดันเป็นสวัสดิการรัฐ เป็นสวัสดิการอย่างถาวรให้กับพี่น้องประชาชนเลย เพราะเรามั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทุกคนควรจะได้รับสวัสดิการในฐานะที่เขาเป็นพลเมือง เป็นคนจ่ายภาษี เป็นคนที่ทำงานมาตลอดชีวิต บั้นปลายชีวิตแล้ว รัฐบาลควรจะดูแลพวกเขาเหล่านี้อย่างมีศักดิ์และสิทธิให้มากพอและเท่าเทียมกัน
.
“เราคิดว่าคุณชาดาเอง หรือคนที่อยู่ในการเมือง หรือผู้มีอำนาจเอง ทราบดีว่าปัญหาของผู้สูงอายุคืออะไร และเงินผู้สูงอายุที่พูดกันมาโดยตลอดอะ เวลาที่เราเฉลี่ยแล้ว 600 บาท 30 วัน วันละ 20 บาท เรารู้ดีว่ามันไม่มีทางพอ” น.ส.ภคมนกล่าว
.
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ดังนั้น วันนี้แทนที่จะให้กันเป็นครั้งคราว หากหวังดีกับผู้สูงอายุจริงๆ เขาควรจะได้รับแบบที่มั่นคงในทุกๆ เดือน เราคิดว่าในเมื่อเรามองเห็นปัญหาร่วมกันแล้ว อยากจะผลักดันให้มันเป็นระดับนโยบาย ให้ประชาชนทุกคนมีสวัสดิการที่เขาควรจะได้รับอย่างมีศักดิ์ศรีจริงๆ
.
“ดิฉันไม่ได้มีปัญหานะคะ ว่าเงินส่วนนั้นเป็นเงินคุณชาดา ดิฉันไม่ได้มีปัญหาว่าใครจะให้ใครเท่าไหร่ แต่หากเราเห็นปัญหาร่วมกัน ในฐานะที่เราเป็นตัวแทนประชาชนวันนี้ อยากจะให้หวังดีกับประชาชนแบบที่เขาสามารถพึ่งพิงหลักประกันของรัฐได้จริงๆ เพราะว่าปีหน้าเราไม่รู้ วันผู้สูงอายุคุณชาดาจะให้เท่าไหร่ อาจจะลดลงเหลือ 80 บาท มันไม่มั่นคงแล้ว นึกออกไหมคะ แต่ถ้ารัฐจ่ายเขาในทุกๆ ปี ใน ในทุกๆ เดือนแบบที่เขาหวังผลได้ ดิฉันว่านี่คือความหวังดีที่เราในฐานะผู้แทน ในฐานะผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาลเอง ที่จะหยิบยื่นให้ประชาชน เราอยากจะให้ทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ให้มันเกิดขึ้นจริงๆ เปลี่ยนน้ำใจเหล่านั้นเป็นความหวังดีระยะยาวให้กับประชาชนจะดีกว่าค่ะ” น.ส.ภคมนกล่าว
.
.
ณัฐชา โอดเบี้ยผู้สูงอายุไม่ขึ้น 16 ปี ท้าพม.กล้าชนครม. ของบดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมหนุนหากจับงบปี’70
https://www.matichon.co.th/politics/news_5677555
.
‘ณัฐชา’ จี้รัฐเลิก ‘ตัดเสื้อโหลแจกเงิน’ แนะสร้างสวัสดิการที่กินได้จริง เร่งดูแลผู้สูงอายุ รองรับสังคม ‘Super Aged Society’ หลังเบี้ยไม่เพิ่มมา 16 ปี ท้า พม.กล้าชน ครม. ของบประมาณดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเกาะติด จับงบปี’70
.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพ นาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการเชิงประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อความมั่นคงของประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ได้ลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาจากกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐไทยไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ได้ขึ้นมา 16 ปีแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเผชิญวิกฤตมากมาย กลุ่มที่ถูกซ้ำเติมที่สุดก็คือผู้สูงอายุ ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว คาดว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสุด หรือซุปเปอร์เอจ โซไซตี้ ซึ่งหมายถึง 1 ใน 4 ของประชากรไทยเป็นผู้สูงอายุ
.
นาย
ณัฐชากล่าวว่า แต่การเตรียมความพร้อมรองรับยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน แต่ในกลุ่มนี้ขาดรายได้ถึง 8 ล้าน 7 แสนคน อีก 2 ล้าน 9 แสนคน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี สะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง และเป็นภาระวัยแรงงานซึ่งขณะนี้ถือว่าขาดแคลน
.
นาย
ณัฐชากล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติการทำงานปีนี้จะเดินหน้าผลักดันสวัสดิการของรัฐเพื่อจัดสรรให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงลดแลกแจกแถม หรือให้เงินเป็นครั้งคราว แต่จะต้องมีมาตรการรับมือสังคมผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม เช่น ศูนย์ดูแลเดย์แคร์ กรณีที่กลุ่มแรงงานไม่สามารถอยู่ดูแลผู้สูงอายุได้ และผู้สูงอายุจะไปอยู่ที่ไหน อาจเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบรายเดือน หรือเดย์แคร์ แต่ปัจจุบันมีเพียง 12 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งรองรับผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 2,000 คน แต่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ 14 ล้านคนในตอนนี้ รัฐไม่สามารถดูแลได้ แต่ขณะเดียวกันมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชน ประมาณ 1,000 แห่ง แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ไม่สอดคล้องกับรายได้ของผู้สูงอายุ และรายได้ของวัยแรงงานที่ดูแลผู้สูงอายุ
.
“วันนี้เราต้องปักหลักให้มั่นว่าปัจจุบันควรจัดสรรงบประมาณเพื่อประชากร 1 ใน 4 ของประเทศคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่งบประมาณได้รับเพียงเศษเสี้ยวไม่ถึงแสนล้านบาท นี่คือสิ่งที่ควรเร่งรัดพิจารณาโดยด่วน ซึ่งในสภาไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หากปิดสีเสื้อ ปิดชื่อพรรค ฟังจากการประชุมสภาสมาชิกทุกพรรคต่างเรียกร้องเงินผู้สูงอายุ สิทธิผู้สูงอายุ ว่าประเทศไทยดูแลดีเท่าที่ควรหรือไม่” นาย
ณัฐชากล่าว
.
นาย
ณัฐชายังกล่าวถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูเป็นหลัก ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เกาะติด สถานการณ์ที่จะต้องดูแลกลุ่มเปราะบางท่ามกลางวิกฤต ซึ่งจะต้องดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกซ้ำเติมว่าจะมีมาตรการอย่างไร
.
“
ไม่ใช่การตัดเสื้อโหลแจก 100 บาทเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วบอกว่าทำแล้ว ไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการการดูแล ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ควรได้รับการดูแลอย่างเป็นเกียรติ เต็มศักดิ์ศรีมากกว่านี้” นาย
ณัฐชากล่าว
.
นาย
ณัฐชากล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวง พม.กล้าชน หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบนโต๊ะ ครม.เพื่อนำเสนองบประมาณ เพราะปัจจุบันงบประมาณกระทรวง พม.ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีงบบริหารจัดการ ไม่มีงบลงทุน และไม่มีงบจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ พรรคฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนหากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นในปี 2570
.
.
“เอกราช-เชตวัน” จี้ “อนุทิน” สอบ แม่ทัพภาค 4 ชี้ ถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. แล้ว
https://www.thairath.co.th/news/politic/2926670
.
“เอกราช” จี้ นายกฯ พิสูจน์ตัวเองว่า พูดแล้วทำ เร่งสอบแม่ทัพภาค 4 ปมให้สัมภาษณ์คดียิง สส.กมลศักดิ์ “ถ้าผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก” ด้าน “เชตวัน” แนะถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. ชี้คำพูด มทภ.4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว
.
วันที่ 14 เมษายน 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า
.
นายกรัฐมนตรี แถลงนโยบายต่อสภาฯ ว่า จะ ยึดมั่นในหลักนิติธรรม การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และการบริหารราชการแผ่นดินบนพื้นฐานของธรรมาภิบาล เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กรณี พล.ท. นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญในการรักษาหลักนิติรัฐและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในห้วงที่แม่ทัพภาค แถลงข่าวความคืบหน้าคดีลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ วาทะที่เป็นปัญหา พล.ท. นรธิป ได้กล่าวแบบปิดไมค์ว่า “ผมพูดส่วนตัว ถ้าเป็นผมทำ ไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ”
.
คำพูดนี้เป็นการสะท้อนวิธีคิดที่ไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพกฎหมาย แม้แม่ทัพภาคที่ 4 จะยืนยันว่ากองทัพไม่เกี่ยวข้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีพบว่ามีความเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. และมีการใช้รถยนต์ของ กอ.รมน. ในการก่อเหตุ ยิ่งภายใต้สโลแกน พูดแล้วทำแบบนายกฯ ว่ายิ่งดูน่ากังวลใจมาก แต่แน่นอนแค่คิด แค่พูด หรืออย่างไร ชายชาติทหารต้องรับผิดชอบต่อคำพูด
.
“ผมเรียกร้องนายกฯ อนุทิน ในฐานะ ผอ.รมน.ตั้งคณะกรรมการสอบสวน อีกขาหนึ่งเรียกร้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่ง กรมพระธรรมนูญ ตั้งเรื่องเข้ามาสอบสวน เพื่อหักล้างข้อกังขาที่ว่า กองทัพในปีกของ กอ.รมน. อาจใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง เพราะคำพูดดังกล่าวบั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง และต้องการให้มีการทบทวนการทำหน้าที่ของแม่ทัพนรธิปโดยด่วน ทัศนคติเช่นนี้อาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สถานการณ์ความไม่สงบยืดเยื้อมานาน และขัดกับหลักการ “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ที่กองทัพมักใช้อ้างอิงผลการสอบจะปลด จะลงวินัย อย่างไร แม่ทัพภาคน่ะ พูดแล้ว แน่นอน ทำไม่ทำไม่รู้ แต่ ประชาชนจับตาอยู่ว่าท่านนายกฯพูดแล้วทำ หรือไม่”
.
“เชตวัน” แนะถึงเวลาปฏิรูป กอ.รมน. ชี้คำพูด มทภ.4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว
.
ด้านนายเชตวัน เตือประโคน สส.ปทุมธานี พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเช่นเดียวกันว่า
.
“ไม่ปล่อยให้รอด” นี่หรือคำพูดของคนที่ประชาชนอนุญาตให้ถือปืน?” ไม่คาดคิดจริงๆ กับคำว่า “ถ้าเป็นผมไม่ปล่อยให้รอดหรอก ถ้าผมทำนะ” ของ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 ซึ่งจะพูดส่วนตัวหรือพูดแถลงข่าวก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลย ยิ่งทำให้ความไว้วางใจของประชาชนต่อหน่วยงานรัฐที่พวกเราอนุญาตให้ถืออาวุธเพื่อคอยดูแลความมั่นคงปลอดภัยให้ ลดน้อยลงไป และก็ชวนให้หวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่งด้วยว่า ถ้ากระทำในนามของหน่วยงานนั้น คนมือเปล่าอย่างพวกเราจะไม่มีทางรอด
.
แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 กำลังทำให้ประชาชนกลัว ท่านกำลังทำให้หน่วยงานที่ประชาชนรู้สึกว่าเข้าไปยุ่มย่ามกับกิจการประชาชนตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั้น สามารถที่จะจัดการกับประชาชนได้อย่างง่ายดาย
JJNY : 5in1 ลิซ่าแนะชาดา│ณัฐชาโอดเบี้ยไม่ขึ้น│จี้ปฏิรูปกอ.รมน.│หนี้ครัวเรือนพุ่งแตะ 86.7%│ตูวาลูประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5677679
.
ลิซ่า บีบมือ “ชาดา” เปลี่ยนจากสงเคราะห์คนแก่ 950 บาทเป็นให้สวัสดิการดีกว่าหยิบยื่นเศษเงิน หนุนเปลี่ยน ”น้ำใจ“ เป็นให้ถาวร ชี้เบี้ยผู้สูงอายุวันละ 20 บาทไม่พอกิน ผลักดันรัฐดูแลประชาชนให้มีศักดิ์ศรีเท่าเทียม
.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย แจกเงินผู้สูงอายุ 950 บาท เนื่องในวันสงกรานต์ ว่า การที่ประชาชนได้รับ เราก็เห็นด้วย เพียงแต่ว่าวันนี้คุณชาดาเอง หรือว่าใครก็ตามที่กำลังใช้วิธีแบบนี้ และเป็นผู้มีอำนาจที่อยู่ในรัฐบาล เราเห็นแล้วว่าผู้สูงอายุในประเทศไทย ได้รับการดูแลแบบการสงเคราะห์และหยิบยื่นให้มาโดยตลอด
.
“พวกเขาเหล่านี้มีศักดิ์และสิทธิเท่ากันนะคะ เขาควรได้รับการดูแลจากรัฐแบบที่เขาหวังผลได้ ไม่ต้องมารอว่าคุณชาดาแจกเท่านี้ ใครแจกเท่านี้ ดังนั้น ดิฉันอยากจะให้ผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาล มองเห็นความจำเป็นของเรื่องนี้ และผลักดันให้มันเป็นสวัสดิการรัฐสำหรับผู้สูงอายุไปเลย วันนี้ทุกคนรู้ดีค่ะ ว่า 600 บาทสำหรับผู้สูงอายุไม่เพียงพอ ดังนั้น รัฐคำนวณเลยว่างบประมาณวันนี้
.
รัฐบาลสามารถอุดหนุนผู้สูงอายุได้เท่าไหร่ ดิฉันไม่ได้มีปัญหากับสไตล์ของแต่ละคน เพียงแต่ว่าถ้าเราไม่จริงใจกับเรื่องแบบนี้ เราก็จะเห็นภาพแบบนี้ และสุดท้ายเองคุณชาดาเองก็จะไม่พ้นเรื่องของการเมืองอุปถัมภ์ การเมืองบ้านใหญ่ การเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าสุดท้ายแล้ว คุณก็หยิบยื่นให้ประชาชนแบบสงเคราะห์ หรือหยิบยื่นเศษเงินให้ประชาชน“ น.ส.ภคมนกล่าว
.
น.ส.ภคมนย้ำว่า หากรัฐและหวังดีกับประชาชนจริงๆ ตนอยากจะให้มันผลักดัน อยากจะให้มีการผลักดันเป็นสวัสดิการรัฐ เป็นสวัสดิการอย่างถาวรให้กับพี่น้องประชาชนเลย เพราะเรามั่นใจว่าพี่น้องประชาชนทุกคนควรจะได้รับสวัสดิการในฐานะที่เขาเป็นพลเมือง เป็นคนจ่ายภาษี เป็นคนที่ทำงานมาตลอดชีวิต บั้นปลายชีวิตแล้ว รัฐบาลควรจะดูแลพวกเขาเหล่านี้อย่างมีศักดิ์และสิทธิให้มากพอและเท่าเทียมกัน
.
“เราคิดว่าคุณชาดาเอง หรือคนที่อยู่ในการเมือง หรือผู้มีอำนาจเอง ทราบดีว่าปัญหาของผู้สูงอายุคืออะไร และเงินผู้สูงอายุที่พูดกันมาโดยตลอดอะ เวลาที่เราเฉลี่ยแล้ว 600 บาท 30 วัน วันละ 20 บาท เรารู้ดีว่ามันไม่มีทางพอ” น.ส.ภคมนกล่าว
.
น.ส.ภคมนกล่าวว่า ดังนั้น วันนี้แทนที่จะให้กันเป็นครั้งคราว หากหวังดีกับผู้สูงอายุจริงๆ เขาควรจะได้รับแบบที่มั่นคงในทุกๆ เดือน เราคิดว่าในเมื่อเรามองเห็นปัญหาร่วมกันแล้ว อยากจะผลักดันให้มันเป็นระดับนโยบาย ให้ประชาชนทุกคนมีสวัสดิการที่เขาควรจะได้รับอย่างมีศักดิ์ศรีจริงๆ
.
“ดิฉันไม่ได้มีปัญหานะคะ ว่าเงินส่วนนั้นเป็นเงินคุณชาดา ดิฉันไม่ได้มีปัญหาว่าใครจะให้ใครเท่าไหร่ แต่หากเราเห็นปัญหาร่วมกัน ในฐานะที่เราเป็นตัวแทนประชาชนวันนี้ อยากจะให้หวังดีกับประชาชนแบบที่เขาสามารถพึ่งพิงหลักประกันของรัฐได้จริงๆ เพราะว่าปีหน้าเราไม่รู้ วันผู้สูงอายุคุณชาดาจะให้เท่าไหร่ อาจจะลดลงเหลือ 80 บาท มันไม่มั่นคงแล้ว นึกออกไหมคะ แต่ถ้ารัฐจ่ายเขาในทุกๆ ปี ใน ในทุกๆ เดือนแบบที่เขาหวังผลได้ ดิฉันว่านี่คือความหวังดีที่เราในฐานะผู้แทน ในฐานะผู้มีอำนาจในฝั่งรัฐบาลเอง ที่จะหยิบยื่นให้ประชาชน เราอยากจะให้ทำให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ให้มันเกิดขึ้นจริงๆ เปลี่ยนน้ำใจเหล่านั้นเป็นความหวังดีระยะยาวให้กับประชาชนจะดีกว่าค่ะ” น.ส.ภคมนกล่าว
.
.
ณัฐชา โอดเบี้ยผู้สูงอายุไม่ขึ้น 16 ปี ท้าพม.กล้าชนครม. ของบดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมหนุนหากจับงบปี’70
https://www.matichon.co.th/politics/news_5677555
.
‘ณัฐชา’ จี้รัฐเลิก ‘ตัดเสื้อโหลแจกเงิน’ แนะสร้างสวัสดิการที่กินได้จริง เร่งดูแลผู้สูงอายุ รองรับสังคม ‘Super Aged Society’ หลังเบี้ยไม่เพิ่มมา 16 ปี ท้า พม.กล้าชน ครม. ของบประมาณดูแลกลุ่มเปราะบาง พร้อมเกาะติด จับงบปี’70
.
เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล กรุงเทพ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการเชิงประเด็นการจัดสวัสดิการสังคมเพื่อความมั่นคงของประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ได้ลงพื้นที่ช่วงเทศกาลสงกรานต์ รับฟังเสียงสะท้อนปัญหาจากกลุ่มผู้สูงอายุและประชาชนทั่วไป ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ารัฐไทยไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ โดยเฉพาะเบี้ยผู้สูงอายุที่ไม่ได้ขึ้นมา 16 ปีแล้ว ที่ผ่านมาประเทศเผชิญวิกฤตมากมาย กลุ่มที่ถูกซ้ำเติมที่สุดก็คือผู้สูงอายุ ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว คาดว่าอีก 1-2 ปีข้างหน้าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุขั้นสุด หรือซุปเปอร์เอจ โซไซตี้ ซึ่งหมายถึง 1 ใน 4 ของประชากรไทยเป็นผู้สูงอายุ
.
นายณัฐชากล่าวว่า แต่การเตรียมความพร้อมรองรับยังไม่ดีเท่าที่ควร โดยมีผู้สูงอายุ 14 ล้านคน แต่ในกลุ่มนี้ขาดรายได้ถึง 8 ล้าน 7 แสนคน อีก 2 ล้าน 9 แสนคน มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี สะท้อนว่าประชาชนกลุ่มนี้ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง และเป็นภาระวัยแรงงานซึ่งขณะนี้ถือว่าขาดแคลน
.
นายณัฐชากล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติการทำงานปีนี้จะเดินหน้าผลักดันสวัสดิการของรัฐเพื่อจัดสรรให้ประชาชน ไม่ใช่เพียงลดแลกแจกแถม หรือให้เงินเป็นครั้งคราว แต่จะต้องมีมาตรการรับมือสังคมผู้สูงอายุเป็นรูปธรรม เช่น ศูนย์ดูแลเดย์แคร์ กรณีที่กลุ่มแรงงานไม่สามารถอยู่ดูแลผู้สูงอายุได้ และผู้สูงอายุจะไปอยู่ที่ไหน อาจเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบรายเดือน หรือเดย์แคร์ แต่ปัจจุบันมีเพียง 12 แห่งทั่วประเทศ แต่ละแห่งรองรับผู้สูงอายุได้ไม่เกิน 2,000 คน แต่ถ้าเทียบกับจำนวนผู้สูงอายุ 14 ล้านคนในตอนนี้ รัฐไม่สามารถดูแลได้ แต่ขณะเดียวกันมีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเอกชน ประมาณ 1,000 แห่ง แต่ละแห่งมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ไม่สอดคล้องกับรายได้ของผู้สูงอายุ และรายได้ของวัยแรงงานที่ดูแลผู้สูงอายุ
.
“วันนี้เราต้องปักหลักให้มั่นว่าปัจจุบันควรจัดสรรงบประมาณเพื่อประชากร 1 ใน 4 ของประเทศคือกลุ่มผู้สูงอายุ แต่งบประมาณได้รับเพียงเศษเสี้ยวไม่ถึงแสนล้านบาท นี่คือสิ่งที่ควรเร่งรัดพิจารณาโดยด่วน ซึ่งในสภาไม่ว่าพรรคการเมืองไหน ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล หากปิดสีเสื้อ ปิดชื่อพรรค ฟังจากการประชุมสภาสมาชิกทุกพรรคต่างเรียกร้องเงินผู้สูงอายุ สิทธิผู้สูงอายุ ว่าประเทศไทยดูแลดีเท่าที่ควรหรือไม่” นายณัฐชากล่าว
.
นายณัฐชายังกล่าวถึงการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดูเป็นหลัก ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้เกาะติด สถานการณ์ที่จะต้องดูแลกลุ่มเปราะบางท่ามกลางวิกฤต ซึ่งจะต้องดูแลช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ถูกซ้ำเติมว่าจะมีมาตรการอย่างไร
.
“ไม่ใช่การตัดเสื้อโหลแจก 100 บาทเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วบอกว่าทำแล้ว ไม่ได้ เพราะกลุ่มคนเหล่านี้ต้องการการดูแล ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ควรได้รับการดูแลอย่างเป็นเกียรติ เต็มศักดิ์ศรีมากกว่านี้” นายณัฐชากล่าว
.
นายณัฐชากล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวง พม.กล้าชน หยิบยกเรื่องนี้มาพูดบนโต๊ะ ครม.เพื่อนำเสนองบประมาณ เพราะปัจจุบันงบประมาณกระทรวง พม.ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ไม่มีงบบริหารจัดการ ไม่มีงบลงทุน และไม่มีงบจัดสวัสดิการให้กับผู้สูงอายุ พรรคฝ่ายค้านพร้อมสนับสนุนหากโครงการเหล่านี้เกิดขึ้นในปี 2570
.
.
.