JJNY : เครือข่ายนิรโทษกรรม ร้องโรม│สื่อภูเก็ตร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ│หุ้นไทยเปิดลบ│แคนนาดาขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย

เครือข่ายนิรโทษกรรม ร้องโรม คืนสิทธิประกันตัวเอกชัยหลังพบป่วยหนักเป็นสโตรก หวั่นซ้ำรอยคดีอากง-บุ้ง https://www.matichon.co.th/politics/news_5765102
.

.
เครือข่ายนิรโทษกรรมฯ ร้อง โรม คืนสิทธิประกันตัว เอกชัย หลังพบป่วยหนักเป็นสโตรก ต่อมลูกหมาก-ตับ-ม้ามโต หวั่นซ้ำรอยคดีอากง-บุ้ง จี้ราชทัณฑ์แจงมาตรฐาน
.
เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือเรื่องสิทธิการประกันตัว รับหนังสือจากเครือข่ายนิรโทษกรรมประชาชนเรียกร้องคืนสิทธิ์การประกันตัว ให้นายเอกชัย หงส์กังวาน ผู้ต้องขังในคดีการเมือง ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ
.
โดย น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา กลุ่มเรียกร้องสิทธิ์ให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยในเรือนจำ กล่าวว่า เราเข้าไปเยี่ยมนายเอกชัยทุกสัปดาห์ นายเอกชัยถูกขังอยู่ในเรือนจำตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2568 และขอประกันตัว ซึ่งศาลไม่ได้อนุญาต นอกจากนี้นายเอกชัยยังได้ขออนุญาตไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2568 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ออกไปรักษาในช่วงปลายเดือน มีนาคม 2569 พบว่าป่วยเป็นต่อมลูกหมากโต ตับโต ม้ามโต และมีภาวะสโตรกหลายครั้งในเดือน เมษายน ที่ผ่านมา จึงอยากถามว่าในเมื่อเจอสาเหตุแล้วเหตุใดถึงไม่รักษาต่อ จึงขอให้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เนื่องจากโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีเครื่องมือทางการแพทย์ไม่เพียงพอ
.
น.ส.ณัฏฐธิดา กล่าวต่อว่า กังวลว่า กรณีของนายเอกชัย อาจจะซ้ำรอยใน คดีอากง หรือนายอำพล ตั้งนพกุล ที่ถูกสั่งฟ้องในข้อหาประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)คอมพิวเตอร์ฯ ที่ป่วยเป็นมะเร็งและไม่ได้รับการรักษาจนเสียชีวิต และการเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้เฉพาะบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนในเรือนจำ
.
ขณะที่นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ที่ปรึกษาประธานกมธ.ฯกล่าวว่า สิทธิในการรักษาตัวของผู้ต้องขังในเรือนจำ เป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ มาตรา 55 กรณีที่ผู้ต้องขังป่วยจำเป็นจะต้องรักษาเฉพาะด้าน หรือหากรักษาในเรือนจำแล้วอาการจะไม่ทุเลาดีขึ้น กรมราชทัณฑ์มีอำนาจส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลภายนอก เพื่อให้ได้รับการรักษาพยาบาลตามสิทธิอันพึงมีตามกฎหมาย เรื่องดังกล่าวไม่ได้เฉพาะเจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคนในเรือนจำ
.
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ขอให้กำลังใจเครือข่ายที่มายื่นหนังสือ ประเด็นสิทธิเกี่ยวกับนักโทษควรจะมีบทสรุปไปตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล ผู้ต้องขังทุกคนควรจะได้รับการดูแลรักษาที่ดีเพียงพอ เรื่องนี้ควรจะเป็นบรรทัดฐานและทำให้นักโทษหลายคนสามารถเข้าถึงสิทธิได้ ก่อนหน้านี้กมธ.ฯ เดินทางไปที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และกระทรวงยุติธรรม เพื่อพูดคุยในหลายประเด็น หนึ่งในประเด็นที่เป็นห่วงมากๆ คือสิทธิของผู้ต้องขังในมิติต่าง ๆ ซึ่งกมธ.ฯได้มีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการพัฒนาสิทธิของผู้ต้องขังโดยเฉพาะด้านคุณภาพชีวิตในเรือนจำ
.
ในฐานะประธานกมธ.ฯ พร้อมที่จะรับเรื่องนี้และไปดำเนินการต่อ ส่วนตัวรู้สึกเป็นห่วงเพราะได้ติดตามเรื่องสุขภาพของนายเอกชัยมาตั้งแต่สภาฯชุดที่แล้ว เป็นห่วงว่าหากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ดีเพียงพอ ไม่น่าจะมีผลลัพธ์ที่ดี ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ด้วยกันและผู้แทนราษฎรของพี่น้องประชาชน เราพร้อมจะดำเนินการอย่างเต็มที่ตามกรอบอำนาจหน้าที่ของกมธ.ฯ เชื่อว่าสิทธิของนายเอกชัยเป็นไปตามกฎหมายอยู่แล้ว เราไม่ได้ขอให้ใครปฏิบัตินอกเหนือกฎหมาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่ากังวลจะซ้ำรอยกับกรณีของบุ้ง เนติพร เสน่ห์สังคม หรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่ายังไม่ดูรายละเอียดทั้งหมด แต่ไม่อยากจะสรุปว่าเหมือนหรือไม่เหมือน แต่เราไม่อยากให้มีกรณีเช่นบุ้งอีกแล้ว ดังนั้นหลักคิดง่ายนิดเดียว ถ้าผู้ต้องขังเจ็บป่วยไม่สบายเค้ามีสิทธิควรจะได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ สิทธิเหล่านี้เป็นสิทธิที่ผู้ต้องขังทุกคนควรจะได้รับ ไม่ว่าจะนามสกุลอะไร ชื่ออะไร เราพยายามยืนยันในหลักการนี้ และนายเอกชัยไม่ได้เพิ่งมาเจ็บป่วย  เพราะผ่านการทำ CT-Scan มาโดยตลอด พบว่าอาการป่วยน่าเป็นห่วงจริงๆ สิ่งที่ควรได้รับคือการดูแลรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ แพทย์จะต้องทำหน้าที่อย่างมีจรรยาบรรณอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนายเอกชัยไม่ได้แกล้งป่วยเพื่อให้ได้ออกไปข้างนอก หากเราอยู่ในหลักการที่ผู้ต้องขังทุกคนควรจะได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน เพื่อไม่ให้มีการซ้ำรอยในกรณีของบุ้งอีกแล้ว
.
มาตรฐานของกรมราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ต้องขังโดยเฉพาะด้านการรักษาพยาบาลอยู่ตรงไหน เป็นคำถามที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้ หากบอกว่าทุกคนต้องถูกปฏิบัติด้วยคุณภาพที่ดี เพื่อรักษาชีวิตจริงๆ อยากเห็นคุณเอกชัยเข้ารับการรักษาพยาบาลได้จริงๆ ซึ่งกรมราชทัณฑ์จะต้องตอบคำถามนี้” นายรังสิมันต์ กล่าว
.

.
สื่อภูเก็ตร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถูกผู้มีอิทธิพล ฟ้องปิดปาก ภคมน มอง โยกย้ายแค่ละคร ซัด เขียนบทไม่เนียน https://www.matichon.co.th/politics/news_5765138
.
สื่อภูเก็ตร้อง กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ถูกผู้มีอิทธิพลฟ้องปิดปาก-ภคมน มอง โยกย้ายแค่ละคร คนถูกย้ายดีใจที่สุดในโลก ซัด เขียนบทไม่เนียน หวังวางอำนาจระบอบสีน้ำเงิน หลังปักธงภูเก็ตไม่ได้ แต่จะยึดทั้งอันดามัน
.
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน รับยื่นหนังสือจาก นายวรพงศ์ ยูระหมาน ผู้ก่อตั้งเพจข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต กรณีถูกผู้มีอิทธิพลรายหนึ่งฟ้องร้องดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
.
นายวรพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ที่ตนเองต้องลำบากมาถึงกรุงเทพฯ และมายื่นเรื่องต่อกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองฯ ที่คิดว่าจะได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด วันนี้ตนเองเดือดร้อนการนำเสนอปัญหาหาดบางเทา ที่ผู้มีอิทธิพล ญาติของข้าราชการระดับใหญ่ในจังหวัดภูเก็ต มาฟ้องปิดปาก จึงอยากให้สื่อมวลชนได้เห็นว่าสื่อท้องถิ่นที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่ เผชิญกับผู้มีอิทธิพลเจ้าของที่บุกรุกที่สาธารณะจังหวัดภูเก็ต ให้ประชาชนคนประเทศไทยได้เห็น ที่ตนได้เขียนในเพจข่าวว่า
.
โดนหมดปลัดจังหวัดภูเก็ต ป้องกันจังหวัดภูเก็ต นายอำเภอทั้งสามอำเภอ ช่วยราชการกรณีล้างบางอิทธิพลหาดบางเทา เส้นใหญ่เร่งยกชุด นายกรัฐมนตรีปล่อยให้เกิดได้ไง” ข้อความนี้ตนโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายหมด 5 ล้านบาท ซึ่งไม่ได้ฟ้องที่จังหวัดภูเก็ต แต่ไปฟ้องถึงศาลอาญาที่กรุงเทพฯ รู้สึกว่าการกระทำแบบนี้ ที่มีการนำเสนอข้อความ มันรุนแรงไปหรือไม่กับการฟ้องร้อง แต่ทุกคนมีสิทธิฟ้องร้อง
.
ทั้งนี้ ยังโดนฟ้องข้อความที่วิเคราะห์ไว้ล่วงหน้าว่า “กรณีที่นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยและรัฐมนตรีต่างๆ ลงไปที่จังหวัดภูเก็ต ปราบล้างมาเฟียปราบล้างผู้บุกรุก ผู้มีอิทธิพล ข้าราชการจังหวัดภูเก็ตถ้าดำเนินการปราบปรามผู้มีอิทธิพลแบบนี้ ไม่เกิน 2 อาทิตย์โดนเด้งแน่” ที่ได้เขียนไว้ก่อนที่จะมีคำสั่งเด้งประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วก็เป็นจริง จึงเอาข้อความนี้มาฟ้องอีก สิ่งที่คนในจังหวัดภูเก็ตถ้าทุกคนได้ลงมาในพื้นที่จริง ทุกคนรู้หมดว่า ใครบุกรุก ใครอยู่เบื้องหลัง ไม่สามารถนำเสนอความจริงได้เลย แต่วันนี้ตนยังมีคดีความติดตัวอยู่และต้องขึ้นมาดำเนินการที่กรุงเทพฯเพื่อที่จะรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินการสู้คดีต่อไป และอยากจะนำเรื่องนี้ให้สื่อมวลชนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ช่วยกันติดตามความเป็นจริงว่าสื่อในจังหวัดภูเก็ตทุกวันนี้ถูกเบียดเบียนถูกกดขี่ ถ้านำเสนออะไรที่ไม่ได้เป็นผลบวกหรือผลประโยชน์ ก็จะโดนแบบนี้แบบ
.
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ผู้มีอิทธิพลดังกล่าวไม่ใช่คนใหม่ แต่เป็นผู้มีอิทธิพลที่มีข่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับข่าวการย้ายรองผู้ว่าซีฟู้ด ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดในที่ประชุมกระทรวงมหาดไทยว่า รองผู้ว่าฯคนดังกล่าว มีคนสนิทเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ และบุกรุกที่สาธารณะ และคนที่ฟ้องสื่อมวลชนท้องถิ่นวันนี้ ก็เป็นคนใกล้ชิดของคนนั้น
.
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า การย้ายรองผู้ว่าฯ เป็นเพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้น คนที่ยังมีอำนาจและมีมือทำงานอยู่ในพื้นที่ ก็ยังดำเนินการอยู่ ยังคงเรียกรับผลประโยชน์ ฟ้องสื่อมวลชน และทำทุกอย่างเหมือนเดิม ดังนั้น รัฐบาลและนายกรัฐมนตรี ในฐานะเจ้ากระทรวง ต้องจริงใจกับประชาชน และต้องยอมรับให้ได้ หากประชาชนตั้งคำถามว่า การย้ายผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯภูเก็ต เป็นแค่ละครฉากหนึ่ง ที่จะนำไปสู่การวางอำนาจใหม่ในจังหวัดเท่านั้น โดยการย้ายรองผู้ว่าฯที่มีข้อกล่าวหาที่รุนแรง ทำไมจึงไม่มีการสอบทางวินัยและทางอาญาให้สาธารณชนรับรู้
.
ร้อยวันพันปี การประชุมมหาดไทยประชาชนไม่เคยรับรู้ แต่ 2-3 วันที่ผ่านมา ประชาชนได้เห็นการประชุม เพราะคุณมีธงที่ชัดเจน ว่าต้องการจะแสดงอะไรกับสาธารณะ และได้แสดงบทนั้นออกมา สุดท้ายแล้วความขัดแย้งส่วนตัว ประชาชนไม่ได้สนใจ แต่สิ่งที่สนใจคือผลประโยชน์ อิทธิพล และส่วย จะถูกจัดการอย่างไร” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า “วันนี้ทุกคนทราบว่า การย้ายแค่หัวแต่หางยังอยู่ คิดเหรอว่าเขาจะไม่เสิร์ฟเครื่องบรรณาการเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นหากจะจริงจังเล่นใหญ่แล้ว ก็เอาให้จริง ขุดถอดรากถอนโคน ที่กินผลประโยชน์ในจังหวัดว่าอยู่ตรงไหนบ้าง อย่าแค่มาเล่นใหญ่ฮึ่มๆ และการย้ายครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ตลกมาก ซึ่งกรณีของรองซีฟู้ด มีความผิดและข้อกล่าวหาชัดเจน แต่ย้ายจากจังหวัดภูเก็ตไปนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่กว่า แถมเป็นจังหวัดบ้านเกิดด้วย จึงคิดว่านี่คือฐานความผิดของการย้ายข้าราชการ ที่มีความผิด แต่คนถูกย้ายน่าจะดีใจที่สุดในโลกแล้ว ย้ายกันยังไงให้คนถูกย้ายดีใจ
.
น.ส.ภคมน กล่าวอีกว่า ฉากละครสำคัญวันนี้เล่นไม่เนียน ผู้เขียนบททำมาไม่ละเอียด แต่ฉากละครที่ประชาชนต้องติดตามต่อไป คือการวางอำนาจใหม่ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งที่ตนกล้าพูดแบบนี้ เปิดแผนที่ประเทศไทยดูได้เลย ว่าภาคใต้ฝั่งอันดามัน ยกเว้นจังหวัดภูเก็ตเท่านั้น ที่พรรคภูมิใจไทยยังไม่สามารถยึดครองได้ ดังนั้นการย้ายผู้ว่าฯวันนี้ คือการวางอำนาจใหม่ของระบอบสีน้ำเงิน ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และคาดหวังว่า จะยึดอันดามันให้ได้ทั้งหมด
.
ดังนั้น วันนี้อย่ามองแค่ความขัดแย้งของบุคคล หรือการกระทำที่เกิดขึ้นของบุคคล สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ใหญ่กว่านั้นมาก และกำลังทำให้ประชาชนหมดศรัทธา ทำให้ระบอบสีน้ำเงินขยายใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งวันนี้คนที่ต้องรับผิดชอบ คือผู้มีอำนาจทุกคน อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย และอย่าให้หมดศรัทธากับการเมืองไทย อย่างน้อยต้องแสดงความจริงใจ และสืบเรื่องนี้อย่างจริงจัง
.
น.ส.ภคมน เชื่อว่า หลังจากข่าวนี้ออกไป จะมีคนออกมาบอกว่า เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบ ขอพูดตรงๆว่าตนไม่เชื่อ เพราะที่ผ่านมา เรื่องของอธิบดีกรมการปกครอง นายกฯบอกว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบ แต่รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้บอกใน กมธ.พัฒนาการเมืองฯ ว่ายังไม่มีการตั้งคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นอย่าพ่น อย่าพูดไปเรื่อยๆ ทำให้จริง ประชาชนจับอยู่
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่