ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง : ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต :: ศุภชัย โพธิ์สุ

กรณีนี้ถือเป็นคดีมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงของนักการเมืองที่ได้รับความสนใจมากในปี 2569 เพราะศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ "ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต" ซึ่งเป็นบทลงโทษสูงสุดทางการเมืองรูปแบบหนึ่งของไทยในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของคดี
คดีมีที่มาจากการถือครองที่ดินประเภทใบจอง (น.ส.2) ในพื้นที่ป่าดงพะทาย ตำบลพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม จำนวน 40 แปลง รวมประมาณ 220 ไร่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นการเข้าครอบครองโดยมิชอบ และเป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐเพื่อประโยชน์ส่วนตน

ต่อมาเรื่องถูกนำเข้าสู่การไต่สวนในกระบวนการของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ก่อนส่งฟ้องต่อศาลฎีกาในประเด็นว่าเข้าข่าย "ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง" หรือไม่

ศาลวินิจฉัยอย่างไร
ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์ส่วนตนจากทรัพย์สินของรัฐ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงมีคำพิพากษาให้

เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ อีก
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
คำพิพากษาดังกล่าวมีผลให้เส้นทางการเมืองของนายศุภชัยสิ้นสุดลงทันที
---------------------------
"ตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต" หมายถึงอะไร
หลายคนเข้าใจว่าเป็นการ "ห้ามเลือกตั้ง" ตลอดชีวิต แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดดังนี้

ถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
ไม่สามารถเป็น ส.ส., ส.ว., รัฐมนตรี หรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นได้อีก

สิทธิเลือกตั้งของตนเองถูกเพิกถอน 10 ปี ไม่ใช่ตลอดชีวิต

หลังครบ 10 ปี สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ แต่ยังไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งหรือดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อยู่ดี
--------------
ประวัติทางการเมืองโดยย่อ
ศุภชัย โพธิ์สุ หรือ "ครูแก้ว" เป็นนักการเมืองชื่อดังของจังหวัดนครพนม เคยเป็น ส.ส.นครพนมหลายสมัย
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2

บุคคลสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในภาคอีสาน
จนได้รับฉายาว่า "สหายแสง" จากประวัติการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต

**********
ทำไมคดีนี้จึงสำคัญ
คดีนี้ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งบรรทัดฐานสำคัญของศาลฎีกาในการบังคับใช้มาตรฐานจริยธรรมกับนักการเมือง โดยแม้จะไม่ใช่คดีทุจริตเชิงนโยบายหรือคดีอาญาทั่วไป แต่ศาลเห็นว่าการถือครองที่ดินของรัฐโดยมิชอบเป็นเรื่องร้ายแรงพอที่จะนำไปสู่การตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิตได้

*******-------*******

จุดกำเนิดของที่ดินป่าดงพะทาย
พื้นที่ป่าดงพะทาย อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม เป็นที่ดินของรัฐที่นำมาจัดสรรให้ประชาชนผู้ยากไร้ทำกิน ภายใต้โครงการจัดที่ดินผืนใหญ่ของรัฐ

ผู้ที่จะได้รับสิทธิต้องมีคุณสมบัติตามระเบียบ เช่น

เป็นเกษตรกร
ไม่มีที่ดินทำกินเพียงพอ
ได้รับการจัดสรรเป็นรายบุคคล
ห้ามซื้อขายเปลี่ยนมือโดยเสรี
เอกสารที่ได้รับเป็น "ใบจอง (น.ส.2)" ซึ่งยังไม่ใช่โฉนดสมบูรณ์ และมีเงื่อนไขการถือครองอยู่มาก

ปัญหาที่เกิดขึ้น
ต่อมาปรากฏว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ ได้เข้าครอบครองที่ดินในพื้นที่ดังกล่าว
รวมประมาณ
40 แปลง
เนื้อที่ประมาณ 220 ไร่
มูลค่าประมาณ 6.6 ล้านบาท
แต่ไม่ได้เป็นผู้ได้รับการจัดสรรที่ดินเดิม และไม่ได้มีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิได้รับจัดสรรตามโครงการดังกล่าว

ประเด็นสำคัญคือ
ศาลและ ป.ป.ช. ไม่ได้มองเฉพาะเรื่องการซื้อขายเท่านั้น แต่พิจารณาว่า
การเข้าไปถือครองที่ดินที่รัฐจัดไว้ให้คนยากจน ทั้งที่ตนไม่มีคุณสมบัติ เป็นการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรของรัฐเพื่อตนเอง

ซึ่งเป็นประเด็นด้านจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง

จุดที่ทำให้เรื่องลุกลาม
ช่วงปี 2565-2566 มีการตรวจสอบอย่างจริงจัง
ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิในที่ดินหลายแปลง เนื่องจากพบว่าการได้มามีปัญหาทางกฎหมาย
จากนั้นเรื่องถูกส่งเข้าสู่กระบวนการของ ป.ป.ช.

ป.ป.ช. ชี้มูล
ปลายปี 2566 ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ชี้มูลว่า
นายศุภชัยกระทำผิดมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เหตุผลหลักคือ
ครอบครองที่ดินของรัฐโดยไม่มีสิทธิ
รู้หรือควรรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติ
เป็นนักการเมืองระดับสูงที่ควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ก่อให้เกิดความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน

หลังจากนั้น ป.ป.ช. จึงยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาพิจารณาอะไร
ศาลไม่ได้วินิจฉัยในลักษณะคดีอาญาว่า "บุกรุกป่า" หรือไม่

แต่พิจารณาว่า

ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย
"ไม่ถือประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน"
และเป็น
"การฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง"
ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ใช้กับนักการเมืองโดยเฉพาะ

คำพิพากษา 11 มิถุนายน 2569
ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้
เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป
ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ
เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ถือเป็นการสิ้นสุดเส้นทางทางการเมืองของนายศุภชัยโดยปริยาย

ทำไมคดีนี้ถูกจับตามองมาก
เพราะนายศุภชัย หรือ "ครูแก้ว" เป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ของนครพนม
ศุภชัย โพธิ์สุ เคยเป็น ส.ส. หลายสมัย
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2
แกนนำสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในภาคอีสาน
จึงนับเป็นหนึ่งในคดีจริยธรรมที่มีผลกระทบทางการเมืองสูงที่สุดในปี 2569






ขอบคุณภาพจาก TheStandard ด้วยครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่