“นิด้าโพล”เปิดผลสำรวจ “จนจริงเปล่า?” เกณฑ์ตัดสิทธิบัตรคนจนข้อไหนที่ประชาชนรับไม่ได้ที่สุด!
https://www.dailynews.co.th/news/5943886/
.

.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 พบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิเรื่องที่อยู่อาศัยและเงินฝาก แต่เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสิทธิคนมีรถยนต์ รวมถึงผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.52 ยืนยันหนักแน่นว่าตนเองเป็นคนจนจริงๆ ที่ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ
.
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “จนจริงเปล่า ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน รวมถึงผู้ที่ไม่มีรายได้ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประชาชนจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปี 2569
.
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน เกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ในปี 2569 พบว่า
.
• เกณฑ์ข้อที่ 1: ต้องไม่เป็นเจ้าของห้องชุดรวมกันทุกแห่งเกิน 35 ตารางเมตร ตัวอย่างร้อยละ 44.81 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 25.57 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 18.17 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 10.69 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 2: ต้องไม่เป็นผู้มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันเกิน 100,000 บาท ตัวอย่างร้อยละ 43.66 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 26.49 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 18.02 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 3: ต้องไม่เป็นเจ้าของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมพื้นที่กันทุกแห่งเกิน 25 ตารางวา ตัวอย่างร้อยละ 41.99 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 28.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 16.41 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 13.05 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 4: ผู้เป็นเกษตรกรต้องไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันเกิน 10 ไร่ ตัวอย่างร้อยละ 41.83 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 30.15 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 11.99 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 5: ต้องไม่เป็นผู้มีรายได้หรือมีการจ่ายเกิน 100,000 บาทต่อปี ตัวอย่างร้อยละ 37.40 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 32.37 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 15.11 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 6: ต้องไม่เป็นผู้มีวงเงินสินเชื่อรวมเกิน 100,000 บาท ตัวอย่างร้อยละ 37.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 35.11 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 12.90 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 7: ผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร ต้องไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันเกิน 1 ไร่ ตัวอย่างร้อยละ 38.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 33.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 14.35 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 13.21 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 8: ต้องไม่เป็นนักเรียนและนักศึกษา ตัวอย่างร้อยละ 39.99 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 30.84 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 15.04 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 13.44 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 9: ต้องไม่เป็นเจ้าของรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น (ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน) ตัวอย่างร้อยละ 42.06 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 29.01 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 15.42 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 12.90 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 10: ต้องไม่เป็น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ตัวอย่างร้อยละ 50.69 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 19.30 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 16.34 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึง การประเมินตนเองของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 62.52 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ ที่ควรจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รองลงมาร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน และก็ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน แต่ก็อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 5.49 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ แต่ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึง การประเมินตนเองของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 62.52 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ ที่ควรจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รองลงมาร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน และก็ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน แต่ก็อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 5.49 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ แต่ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
.
เปิดโพลผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" นำโด่ง คนกรุง เน้นผลงาน-ตัวบุคคลมากกว่าพรรค
.
สวนดุสิตโพล เผย ผลโพลผู้ว่าฯ กทม. คนที่ 18 “ชัชชาติ” ครองแชมป์ ทิ้งห่าง “ดร.โจ” ชี้คนกรุงเน้นผลงานและตัวบุคคลมากกว่าพรรคการเมือง
.
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของคนกรุงเทพฯ เฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรื่อง “การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.คนที่ 18 (ครั้งที่ 3)” กลุ่มตัวอย่างจ านวน 2,029 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)ระหว่างวันที่ 9-12 มิถุนายน 2569 ผลการส ารวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างอยากให้ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์(อิสระ) เป็นผู้ว่าฯ กทม.คนต่อไป ร้อยละ 60.08 รองลงมาคือ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) ร้อยละ 13.17 สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) กลุ่มตัวอย่างระบุว่าจะเลือกผู้สมัครอิสระ ร้อยละ 35.39 รองลงมาคือ พรรคประชาชน ร้อยละ 28.88 เมื่อพิจารณาจากผู้ที่เคยเลือกผู้ว่าฯ กทม. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 พบว่า ในกลุ่มผู้ที่เคยเลือก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ระบุว่าจะยังคงเลือกชัชชาติสิทธิพันธุ์ร้อยละ 73.72 และจะเลือกชัยวัฒน์สถาวรวิจิตร ร้อยละ 10.32 ขณะที่ผู้ที่เคยเลือก วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ระบุว่าจะเลือกชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ร้อยละ 44.12 และ จะเลือกชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ร้อยละ 24.12 เมื่อพิจารณาจากผู้ที่เคยเลือก ส.ส. สังกัดพรรคการเมืองต่างๆ ในการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พบว่า ในกลุ่มผู้ที่เคยเลือกพรรคประชาชน ระบุว่าจะเลือก ส.ก. พรรคประชาชน ร้อยละ 52.88 และจะเลือกผู้สมัครอิสระ ร้อยละ33.90
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพล 3 ครั้งที่ผ่านมา สะท้อนว่า คนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับตัวบุคคล โดยฐานเสียงเดิมของก้าวไกลเดิมและพรรคประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่ได้เคลื่อนมาสนับสนุนโจ-ชัยวัฒน์ อย่างเบ็ดเสร็จ สะท้อนว่าคะแนนนิยมของพรรคไม่ได้แปรเปลี่ยนเป็นคะแนนนิยมของผู้สมัครโดยอัตโนมัติและการยอมรับในตัวผู้สมัครยังเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกตั้งของคนกรุงเทพฯ
.
ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลสำรวจสะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับ “ผลงานและตัวบุคคล” มากกว่าการเมืองแบบพรรคอย่างชัดเจน โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้รับการสนับสนุนสูงถึงร้อยละ 60.08 ทิ้งห่างผู้สมัครอันดับสองอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นต่อการบริหารเมืองยังคงอยู่ในระดับสูง ประเด็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าตัวเลข คือการเคลื่อนตัวของฐานเสียงทางการเมืองที่สะท้อนแนวโน้มของ “การเมืองเชิงประสิทธิภาพ” (Performance-based Politics) มากกว่าการยึดโยงกับอุดมการณ์หรือพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว โดยผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากหลากหลายกลุ่มการเมืองยังคงพร้อมสนับสนุนผู้สมัครที่พิสูจน์ผลงานได้จริง
.
ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนยังรักษาความแข็งแกร่งในฐานะพลังทางเลือกของคนเมือง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม การที่ผู้สมัครอิสระยังได้รับความนิยมสูงทั้งในระดับผู้ว่าฯและ ส.ก. สะท้อนว่าคนกรุงเทพฯ กำลังส่งสัญญาณว่าคุณภาพผู้น าและความสามารถในการแก้ปัญหามีน้ำหนักเหนือแบรนด์พรรคการเมือง ในมิติทางรัฐศาสตร์ ผลโพลครั้งนี้จึงชี้ให้เห็นว่าการเมืองกรุงเทพฯ กำลังก้าวสู่ยุคที่ประชาชนตัดสินนักการเมืองจากผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากกว่าความนิยมเชิงอารมณ์ ซึ่งอาจเป็นทิศทางสสำคัญของพฤติกรรมผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทยในอนาคต
.
.
พิชาย ชี้ปชน.แฉคลิปเก็บโพย ทำคดีฮั้วสว.มีน้ำหนัก เย้ยกกต. ผู้คุมกม. ทำได้แค่อ้อนวอน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5760519
.
พิชาย ชี้ปชน.แฉคลิปเก็บโพย ทำคดีฮั้วสว.มีน้ำหนัก เย้ยกกต. ผู้คุมกม. ทำได้แค่อ้อนวอน
.
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมือง และยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่พรรคประชาชนเปิดคลิปกกต.เดินเกมโพยในวันเลือกตั้งส.ว.ระดับประเทศ ว่า
.
คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยคลิปวิดีโอที่ กกต. เดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัครและพูดว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น ส.ว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
.
“นี่คือภาพสะท้อนของกติกาที่ล้มเหลว เมื่อผู้คุมกฎทำได้แค่อ้อนวอน และผู้สมัครขัดขวางความสุจริตอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายครับ แทนที่จะเป็นผู้คุมกฎที่น่าเกรงขาม กกต. กลับดูเหมือน “อาจารย์ฝ่ายปกครอง” ที่กำลังขอร้องให้นักเรียนหยุดลอกข้อสอบในการสอบไล่ระดับประเทศ คลิปนี้เป็นหลักฐานในการเพิ่มน้ำหนักว่า ส.ว. จำนวนมากได้มา เพราะ “โพยฮั้ว” ครับ ช่วยกันติดตามนะครับว่า กกต.จะส่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว. หรือไม่” นายพิชาย ระบุ
.
https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/pfbid02xKwTepHK4LcCHGShmoWSV6yD7CSosa5DnMcxaYhngtVhoRjomxXEeipNhSosXMW5l
JJNY : เปิดผลสำรวจ“จนจริงเปล่า?”│โพลผู้ว่าฯกทม. "ชัชชาติ"นำโด่ง│พิชายชี้ปชน.แฉคลิป│เหนือ-อีสาน-ตอ.-ใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง
https://www.dailynews.co.th/news/5943886/
.
.
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” เผยผลสำรวจเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี 2569 พบกลุ่มผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการจำกัดสิทธิเรื่องที่อยู่อาศัยและเงินฝาก แต่เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสิทธิคนมีรถยนต์ รวมถึงผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.52 ยืนยันหนักแน่นว่าตนเองเป็นคนจนจริงๆ ที่ควรได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ
.
เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “จนจริงเปล่า ?” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 8-10 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน รวมถึงผู้ที่ไม่มีรายได้ กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ประชาชนจะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในปี 2569
.
การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน เกี่ยวกับเกณฑ์ใหม่ในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ในปี 2569 พบว่า
.
• เกณฑ์ข้อที่ 1: ต้องไม่เป็นเจ้าของห้องชุดรวมกันทุกแห่งเกิน 35 ตารางเมตร ตัวอย่างร้อยละ 44.81 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 25.57 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 18.17 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 10.69 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 2: ต้องไม่เป็นผู้มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันเกิน 100,000 บาท ตัวอย่างร้อยละ 43.66 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 26.49 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 18.02 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 11.53 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.30 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 3: ต้องไม่เป็นเจ้าของบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว และตึกแถว รวมพื้นที่กันทุกแห่งเกิน 25 ตารางวา ตัวอย่างร้อยละ 41.99 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 28.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 16.41 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 13.05 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 4: ผู้เป็นเกษตรกรต้องไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันเกิน 10 ไร่ ตัวอย่างร้อยละ 41.83 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 30.15 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 15.65 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 11.99 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 5: ต้องไม่เป็นผู้มีรายได้หรือมีการจ่ายเกิน 100,000 บาทต่อปี ตัวอย่างร้อยละ 37.40 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 32.37 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 15.11 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 14.89 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.23 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 6: ต้องไม่เป็นผู้มีวงเงินสินเชื่อรวมเกิน 100,000 บาท ตัวอย่างร้อยละ 37.02 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 35.11 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 14.50 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย, ร้อยละ 12.90 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย และร้อยละ 0.47 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 7: ผู้ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกร ต้องไม่มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันเกิน 1 ไร่ ตัวอย่างร้อยละ 38.85 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 33.21 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 14.35 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 13.21 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.38 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 8: ต้องไม่เป็นนักเรียนและนักศึกษา ตัวอย่างร้อยละ 39.99 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 30.84 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 15.04 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 13.44 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 9: ต้องไม่เป็นเจ้าของรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น (ยกเว้นรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน) ตัวอย่างร้อยละ 42.06 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 29.01 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 15.42 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 12.90 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
.
• เกณฑ์ข้อที่ 10: ต้องไม่เป็น บิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้ ตัวอย่างร้อยละ 50.69 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย, ร้อยละ 19.30 ระบุว่า เห็นด้วยมาก, ร้อยละ 16.34 ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย, ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย และร้อยละ 1.76 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่ทราบ
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึง การประเมินตนเองของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 62.52 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ ที่ควรจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รองลงมาร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน และก็ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน แต่ก็อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 5.49 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ แต่ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึง การประเมินตนเองของประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือนในการได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 62.52 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ ที่ควรจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, รองลงมาร้อยละ 19.39 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน และก็ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, ร้อยละ 12.60 ระบุว่า ไม่เป็นคนจน แต่ก็อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร้อยละ 5.49 ระบุว่า เป็นคนจนจริงๆ แต่ไม่อยากได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
.
.
.
พิชาย ชี้ปชน.แฉคลิปเก็บโพย ทำคดีฮั้วสว.มีน้ำหนัก เย้ยกกต. ผู้คุมกม. ทำได้แค่อ้อนวอน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5760519
.
พิชาย ชี้ปชน.แฉคลิปเก็บโพย ทำคดีฮั้วสว.มีน้ำหนัก เย้ยกกต. ผู้คุมกม. ทำได้แค่อ้อนวอน
.
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมือง และยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นกรณีที่พรรคประชาชนเปิดคลิปกกต.เดินเกมโพยในวันเลือกตั้งส.ว.ระดับประเทศ ว่า
.
คุณพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน เปิดเผยคลิปวิดีโอที่ กกต. เดินเก็บโพยจากกลุ่มผู้สมัครและพูดว่า “กรุณาเถอะครับ จะเป็น ส.ว. แล้ว เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะครับ”
.
“นี่คือภาพสะท้อนของกติกาที่ล้มเหลว เมื่อผู้คุมกฎทำได้แค่อ้อนวอน และผู้สมัครขัดขวางความสุจริตอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายครับ แทนที่จะเป็นผู้คุมกฎที่น่าเกรงขาม กกต. กลับดูเหมือน “อาจารย์ฝ่ายปกครอง” ที่กำลังขอร้องให้นักเรียนหยุดลอกข้อสอบในการสอบไล่ระดับประเทศ คลิปนี้เป็นหลักฐานในการเพิ่มน้ำหนักว่า ส.ว. จำนวนมากได้มา เพราะ “โพยฮั้ว” ครับ ช่วยกันติดตามนะครับว่า กกต.จะส่งฟ้องคดีฮั้ว ส.ว. หรือไม่” นายพิชาย ระบุ
.
https://www.facebook.com/PhichainaBhuket/posts/pfbid02xKwTepHK4LcCHGShmoWSV6yD7CSosa5DnMcxaYhngtVhoRjomxXEeipNhSosXMW5l