ชาวสวนผักโอดดีเซลแตะ 50 บาท ถามรัฐบาลบริหารแบบใดประชาชนจนไม่ไหวแล้ว
https://www.matichon.co.th/region/news_5667492
.

.
ชาวสวนผักโอดดีเซลแตะ 50 บาท ถามรัฐบาลบริหารแบบใดประชาชนจนไม่ไหวแล้ว
.
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการออกมาเติมน้ำมันของประชาชนที่ปั๊มน้ำมันภายในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นปั๊มน้ำมันหลายแห่งยังคงมีประชาชนเข้ามาเติมน้ำมันอย่างบางตา มีเพียงรถบรรทุกที่มาจอดนอนพักผ่อน นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ยังพบว่าน้ำมันทุกชนิดนั้นมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มของน้ำมันดีเซลที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 50.81 บาท
.
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนาง
วัญเพ็ญ อายุ 55 ปี ชาวสวนผักอำเภอปากช่องที่กำลังจะเดินทางไปส่งมะเขือเทศที่ตลาดภายในตัวเมืองโคราช โดยนาง
วัญเพ็ญบอกว่า ตอนนี้ราคามะเขือเทศถูกมาก เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 12-40 บาท แต่ปัจจุบันขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาท และที่จะเอาไปส่งวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะถึงกิโลกรัมละ 12 บาทหรือเปล่า รู้แค่เพียงว่าตอนนี้ต้นทุนมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย แค่แรงงาน ก็ไม่กล้าที่จะจ้างแรงงานต้องใช้คนในครอบครัวดูสวนมะเขือเทศกันเอง และยังมาเจอกับปัญหาน้ำมันแพงแบบนี้อีก เกิดมา 55 ปี ยังไม่เคยเห็นน้ำมันแพงขนาดนี้มาก่อน จากที่เคยเติมมันดีเซลไป-กลับโคราชปากช่อง 1,500 บาท เดี๋ยวนี้ต้องเติม 2,500-3,000 บาท
.
จากปัญหาดังกล่าวนั้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน อยากถามรัฐบาลบริหารประเทศอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อน แทนที่จะบริหารให้ประชาชนในประเทศ “
รวยไม่ไหวแล้ว” เหมือนที่เคยพูดไว้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า “
จนไม่ไหวแล้ว จนสุดๆ แล้ว”
.
.
เท้ง ไม่หวั่น ปปช.ยื่นศาลฎีกา ตรงวันอภิปรายนโยบาย จับตาใครกดปุ่ม ชี้คดี 44 สส.นิติสงครามชัดเจน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667596
.
‘เท้ง’ ไม่หวั่น ป.ป.ช. จ่อยื่นศาลฎีกาฟัน 44 ส.ส. ลั่นพร้อมชนทุกสถานการณ์ ชี้ ยิ่งโดนกลั่นแกล้งยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ประชาชน เตือนรัฐบาลอย่าหาทำกดปุ่มสั่งคดีช่วงวันแถลงนโยบาย
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นคดี 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกา ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ซึ่งตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาล มองว่ามีนัยอะไรหรือไม่
.
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า เท่าที่ตนรับทราบมากระบวนการปกติ โดยเฉพาะหากติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลควรจะรับคำร้องหรือมีคำสั่งว่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ควรจะพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะหยุดสงกรานต์จริง ตนคิดว่าพื้นฐานข้อเท็จจริงรวมถึงกระบวนการเร่งรัดหากเกิดขึ้นจริง คนที่มีอำนาจในการกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ ตนคิดว่าไม่ควรทำ เพราะไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะมาบล็อกการอภิปรายในส่วนของพรรคประชาชน ในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา ให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด
.
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ เรื่องคดี 44 ส.ส. โดยภาพรวม ตนสื่อสารมาโดยตลอดอยู่แล้วว่า ผิดต่อหลักการที่ ส.ส.มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามอย่างชัดเจน ขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมาย ในการสกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งคุณทำแบบนี้เท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชน ที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม
.
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนคิดว่าความชอบธรรมของรัฐบาล ที่รัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งต้องพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างมีความชอบธรรม และตนเข้าใจดีว่า เรื่องคดี 44 ส.ส. เป็นกระบวนการ ในส่วนขององค์กรอิสระ และอยู่ในส่วนของศาลฎีกา
.
“
แต่ในอีกมุมหนึ่ง สังคมก็กำลังตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล มีอิทธิพลที่สามารถกำกับองค์กรอิสระ เพราะมีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ รวมถึงสภาบนและสภาล่าง ฉะนั้น ในส่วนนี้เราไม่อยากให้มีกระบวนการที่เร่งรัด เพราะสังคมอาจตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่” นาย
ณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า หากมีคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งออกมา ในวันอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคงตอบแทนศาลไม่ได้ ว่าอยากเห็นคำสั่งออกมาหน้าตาแบบไหน แต่เชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และอยากให้ศาลให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าคดีนี้เป็นคดีทางการเมือง ทั้งนี้ เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ และในพรรคเราได้คิดไว้ในกรณีเหตุเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในวันไหน เราก็เตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเต็มที่
.
.
เท้ง จี้ เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่น ชี้ต้องสมเหตุสมผล หากพบกำไรสูงเกินจริงต้องดึงเงินคืน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667516
.
‘เท้ง’ จี้ ‘เอกนัฏ’ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ชี้ ค่าการกลั่นต้องสมเหตุสมผล หากพบกำไรสูงเกินจริงต้องดึงเงินคืน ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดโปงไอโม่งกักตุนน้ำมันหรือผู้ที่กระทำผิด ว่า อยู่ที่ทางรัฐบาลเองเพราะมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ในเมื่อนายกรัฐมนตรีก็ออกมาแถลงแล้วว่าพบความผิดปกติ ฉะนั้น ควรที่จะนำไปสู่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ และมีการดำเนินการลงโทษอย่างจริงจัง
.
เมื่อถามว่า วันนี้นาย
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาคุยด้วย มีข้อเสนอแนะและคาดหวังอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังคือตัวเลข จากการที่ประเทศไทยทีมโรงกลั่นอาจจะใช้อ้างอิงน้ำมันสำเร็จจากสิงคโปร์ และทำให้เห็นชัดว่าค่าการกลั่น เพิ่มขึ้นสูงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ปกติก่อนหน้านี้ ต้นทุน และค่าการกลั่นอาจจะไม่ได้สูงขนาดนี้ เมื่อจะเรียกโรงกลั่น ทุกโรงมาชี้แจงแล้ว หากได้ข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ขอให้กางออกมาให้ประชาชนได้เห็น และสิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ คือการได้กำไรที่เป็นธรรม และสมเหตุสมผล หากมีตัวเลขที่สูงเกินไป ก็จะต้องมีการเรียกคืนผลประโยชน์ที่โรงกลั่นอาจจะเคยได้ในส่วนนั้นไปก่อนหน้านี้กลับคืนมาบางส่วน รวมถึงมาตรการหรือโครงสร้าง การปรับปรุงที่จะทำอย่างไรให้ค่าการกลั่นต่อจากนี้ ในอนาคตเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องจำนวนตัวเลขของค่าเกินไปแล้วจะมีการเรียกคืนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถเปิดเผยออกมาได้ว่าตัวเลขไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม แต่สิ่งที่จะทำให้เราได้คำตอบ คือการเอาเรื่องของตัวเลข ต้นทุน กำไร ของโรงกลั่น ทั้งหมดของโรงกลั่น ตลอดจนซัพพลายเชนมากางให้เห็น ฉะนั้น การที่นาย
เอกนัฏ เรียกโรงกลั่นมาชี้แจง ผลประชุมในวันนี้ก็ควรที่จะเปิดเผยตัวเลขให้สาธารณชนได้รับทราบ
.
.
ปชน. เตรียม 20 ขุนพล ถลกนโยบายรัฐบาล ไม่หวั่นถูกมองเป็นเวทีไม่ไว้วางใจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667616
.
ปชน. เตรียม 20 ขุนพล ถลกนโยบายรัฐบาล ไม่หวั่นถูกมองเป็นเวทีไม่ไว้วางใจ
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม “
พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรค ปชน.พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกันมีการเกิดขึ้นทุกปี
.
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและการให้สวัสดิการที่ดีและเพียงพอ ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆ รัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย
.
เมื่อถามว่า จะชู 2 ประเด็นดังกล่าวนี้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน
.
โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนาย
วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน
.
เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบายตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร
.
นาย
ณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน
JJNY : บริหารแบบใด│เท้งไม่หวั่น ปปช.ยื่นศาล│เท้งจี้เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่น│ปชน.เตรียม 20 ขุนพล│บราซิลเข้าตรึง ‘ดีเซล’
https://www.matichon.co.th/region/news_5667492
.
.
ชาวสวนผักโอดดีเซลแตะ 50 บาท ถามรัฐบาลบริหารแบบใดประชาชนจนไม่ไหวแล้ว
.
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการออกมาเติมน้ำมันของประชาชนที่ปั๊มน้ำมันภายในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา พบว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมานั้นปั๊มน้ำมันหลายแห่งยังคงมีประชาชนเข้ามาเติมน้ำมันอย่างบางตา มีเพียงรถบรรทุกที่มาจอดนอนพักผ่อน นอกจากนี้จากการลงพื้นที่ยังพบว่าน้ำมันทุกชนิดนั้นมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มของน้ำมันดีเซลที่มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจนทำให้ปัจจุบันราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 50.81 บาท
.
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางวัญเพ็ญ อายุ 55 ปี ชาวสวนผักอำเภอปากช่องที่กำลังจะเดินทางไปส่งมะเขือเทศที่ตลาดภายในตัวเมืองโคราช โดยนางวัญเพ็ญบอกว่า ตอนนี้ราคามะเขือเทศถูกมาก เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 12-40 บาท แต่ปัจจุบันขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8-9 บาท และที่จะเอาไปส่งวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะถึงกิโลกรัมละ 12 บาทหรือเปล่า รู้แค่เพียงว่าตอนนี้ต้นทุนมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่ายา ค่าปุ๋ย แค่แรงงาน ก็ไม่กล้าที่จะจ้างแรงงานต้องใช้คนในครอบครัวดูสวนมะเขือเทศกันเอง และยังมาเจอกับปัญหาน้ำมันแพงแบบนี้อีก เกิดมา 55 ปี ยังไม่เคยเห็นน้ำมันแพงขนาดนี้มาก่อน จากที่เคยเติมมันดีเซลไป-กลับโคราชปากช่อง 1,500 บาท เดี๋ยวนี้ต้องเติม 2,500-3,000 บาท
.
จากปัญหาดังกล่าวนั้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน อยากถามรัฐบาลบริหารประเทศอย่างไรให้ประชาชนเดือดร้อน แทนที่จะบริหารให้ประชาชนในประเทศ “รวยไม่ไหวแล้ว” เหมือนที่เคยพูดไว้ แต่ตอนนี้ต้องบอกว่า “จนไม่ไหวแล้ว จนสุดๆ แล้ว”
.
.
เท้ง ไม่หวั่น ปปช.ยื่นศาลฎีกา ตรงวันอภิปรายนโยบาย จับตาใครกดปุ่ม ชี้คดี 44 สส.นิติสงครามชัดเจน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667596
.
‘เท้ง’ ไม่หวั่น ป.ป.ช. จ่อยื่นศาลฎีกาฟัน 44 ส.ส. ลั่นพร้อมชนทุกสถานการณ์ ชี้ ยิ่งโดนกลั่นแกล้งยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ประชาชน เตือนรัฐบาลอย่าหาทำกดปุ่มสั่งคดีช่วงวันแถลงนโยบาย
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะยื่นคดี 44 ส.ส. อดีตพรรคก้าวไกล ให้ศาลฎีกา ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ซึ่งตรงกับวันแถลงนโยบายรัฐบาล มองว่ามีนัยอะไรหรือไม่
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เท่าที่ตนรับทราบมากระบวนการปกติ โดยเฉพาะหากติดช่วงเทศกาลสงกรานต์ ศาลควรจะรับคำร้องหรือมีคำสั่งว่าจะหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ควรจะพ้นช่วงสงกรานต์ไปแล้ว แต่หากศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ก่อนที่จะหยุดสงกรานต์จริง ตนคิดว่าพื้นฐานข้อเท็จจริงรวมถึงกระบวนการเร่งรัดหากเกิดขึ้นจริง คนที่มีอำนาจในการกดปุ่มสั่งเรื่องนี้ ตนคิดว่าไม่ควรทำ เพราะไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะมาบล็อกการอภิปรายในส่วนของพรรคประชาชน ในวันแถลงนโยบาย ควรปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของรัฐสภา ให้พวกเราได้ทำหน้าที่ของพวกเราให้ดีที่สุด
.
เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ามองว่ามีนัยทางการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ เรื่องคดี 44 ส.ส. โดยภาพรวม ตนสื่อสารมาโดยตลอดอยู่แล้วว่า ผิดต่อหลักการที่ ส.ส.มีอำนาจในการแก้ไขกฎหมาย สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นนิติสงครามอย่างชัดเจน ขั้วตรงข้ามทางการเมืองพยายามใช้อาวุธทางกฎหมาย ในการสกัดกั้นทำลายพวกเรา ยิ่งคุณทำแบบนี้เท่าไหร่ ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจต่อประชาชน ที่เขาแสวงหาความเป็นธรรม
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ตนคิดว่าความชอบธรรมของรัฐบาล ที่รัฐบาลจะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งต้องพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างมีความชอบธรรม และตนเข้าใจดีว่า เรื่องคดี 44 ส.ส. เป็นกระบวนการ ในส่วนขององค์กรอิสระ และอยู่ในส่วนของศาลฎีกา
.
“แต่ในอีกมุมหนึ่ง สังคมก็กำลังตั้งคำถามว่า พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล มีอิทธิพลที่สามารถกำกับองค์กรอิสระ เพราะมีที่มาที่ไปขององค์กรอิสระ รวมถึงสภาบนและสภาล่าง ฉะนั้น ในส่วนนี้เราไม่อยากให้มีกระบวนการที่เร่งรัด เพราะสังคมอาจตั้งคำถามว่ารัฐบาลมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่า หากมีคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งออกมา ในวันอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาล พรรคได้มีการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนคงตอบแทนศาลไม่ได้ ว่าอยากเห็นคำสั่งออกมาหน้าตาแบบไหน แต่เชื่อมั่นว่าศาลฎีกาจะทำหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และอยากให้ศาลให้ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย เพราะเห็นได้ชัดว่าคดีนี้เป็นคดีทางการเมือง ทั้งนี้ เราเตรียมรับมือไว้แล้วทุกสถานการณ์ และในพรรคเราได้คิดไว้ในกรณีเหตุเลวร้ายที่สุดไว้อยู่แล้ว ฉะนั้น ไม่ว่าคำสั่งจะออกมาในวันไหน เราก็เตรียมความพร้อมที่จะเดินหน้าต่อเต็มที่
.
.
เท้ง จี้ เอกนัฏ กางตัวเลขโรงกลั่น ชี้ต้องสมเหตุสมผล หากพบกำไรสูงเกินจริงต้องดึงเงินคืน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667516
.
‘เท้ง’ จี้ ‘เอกนัฏ’ กางตัวเลขโรงกลั่นให้โลกเห็น ชี้ ค่าการกลั่นต้องสมเหตุสมผล หากพบกำไรสูงเกินจริงต้องดึงเงินคืน ย้ำต้องมีคนรับผิดชอบ-คืนกำไรส่วนเกินคืนสังคม
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเปิดโปงไอโม่งกักตุนน้ำมันหรือผู้ที่กระทำผิด ว่า อยู่ที่ทางรัฐบาลเองเพราะมีอำนาจเต็มอยู่แล้ว ในเมื่อนายกรัฐมนตรีก็ออกมาแถลงแล้วว่าพบความผิดปกติ ฉะนั้น ควรที่จะนำไปสู่บุคคลที่อยู่เบื้องหลังและได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ และมีการดำเนินการลงโทษอย่างจริงจัง
.
เมื่อถามว่า วันนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จะมีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน โดยจะมีการเรียกโรงกลั่นเข้ามาคุยด้วย มีข้อเสนอแนะและคาดหวังอะไรหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่ตนคาดหวังคือตัวเลข จากการที่ประเทศไทยทีมโรงกลั่นอาจจะใช้อ้างอิงน้ำมันสำเร็จจากสิงคโปร์ และทำให้เห็นชัดว่าค่าการกลั่น เพิ่มขึ้นสูงในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เมื่อเทียบกับสถานการณ์ที่ปกติก่อนหน้านี้ ต้นทุน และค่าการกลั่นอาจจะไม่ได้สูงขนาดนี้ เมื่อจะเรียกโรงกลั่น ทุกโรงมาชี้แจงแล้ว หากได้ข้อมูล ข้อเท็จจริง อย่างไรก็ขอให้กางออกมาให้ประชาชนได้เห็น และสิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ คือการได้กำไรที่เป็นธรรม และสมเหตุสมผล หากมีตัวเลขที่สูงเกินไป ก็จะต้องมีการเรียกคืนผลประโยชน์ที่โรงกลั่นอาจจะเคยได้ในส่วนนั้นไปก่อนหน้านี้กลับคืนมาบางส่วน รวมถึงมาตรการหรือโครงสร้าง การปรับปรุงที่จะทำอย่างไรให้ค่าการกลั่นต่อจากนี้ ในอนาคตเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องจำนวนตัวเลขของค่าเกินไปแล้วจะมีการเรียกคืนนั้น ขณะนี้ยังไม่มีใครสามารถเปิดเผยออกมาได้ว่าตัวเลขไหนเหมาะหรือไม่เหมาะ เป็นธรรมหรือไม่เป็นธรรม แต่สิ่งที่จะทำให้เราได้คำตอบ คือการเอาเรื่องของตัวเลข ต้นทุน กำไร ของโรงกลั่น ทั้งหมดของโรงกลั่น ตลอดจนซัพพลายเชนมากางให้เห็น ฉะนั้น การที่นายเอกนัฏ เรียกโรงกลั่นมาชี้แจง ผลประชุมในวันนี้ก็ควรที่จะเปิดเผยตัวเลขให้สาธารณชนได้รับทราบ
.
.
ปชน. เตรียม 20 ขุนพล ถลกนโยบายรัฐบาล ไม่หวั่นถูกมองเป็นเวทีไม่ไว้วางใจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5667616
.
ปชน. เตรียม 20 ขุนพล ถลกนโยบายรัฐบาล ไม่หวั่นถูกมองเป็นเวทีไม่ไว้วางใจ
.
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการอภิปรายแถลงนโยบายรัฐบาลว่า การแถลงนโยบายในครั้งนี้ เรามาในธีม “พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว” ซึ่งพรรค ปชน.พร้อมที่จะเป็นตัวแทนส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลถึงความเดือดร้อนของประชาชน ตนคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลควรทำคือมองไปข้างหน้า หากเรามองวิกฤตที่ผ่านมา ในเรื่องของฝุ่น PM2.5 และน้ำมัน รัฐบาลมักตามแก้ปัญหาย้อนหลัง ตั้งแต่มีวิกฤตแรกๆ ก็มีประชาชนสะท้อนว่าอยากให้รัฐบาลเปิดเผยข้อมูลว่ามีใครกักตุนน้ำมันหรือไม่ ซึ่งตอนแรกรัฐบาลยืนยันว่าไม่มี แต่สุดท้ายก็ออกมาแถลงอีกแบบว่าสุดท้ายคนที่กักตุนน้ำมันแสวงหาผลประโยชน์บนความเดือดร้อนของประชาชนจริงๆ วิกฤตเรื่องฝุ่นก็เช่นเดียวกันมีการเกิดขึ้นทุกปี
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แม้เราเรียกร้องมาโดยตลอดว่าการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและการให้สวัสดิการที่ดีและเพียงพอ ประกันกลุ่ม ประกันชีวิต ประกันอุบัติเหตุ และประกันสุขภาพแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือเรามักเห็นการแก้ไขปัญหาย้อนหลัง คือเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องค่อยออกไปแสดงความเสียใจ เราทุกคนมีความเสียใจ แต่จริงๆ รัฐบาล ควรบริหารจัดการล่วงหน้าได้ดีกว่านี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสูญเสีย
.
เมื่อถามว่า จะชู 2 ประเด็นดังกล่าวนี้ใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า นี่เป็นวิกฤตเฉพาะหน้าที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนมากๆ อยู่ในขณะนี้ แต่จริงๆ ต้องบอกว่าประเทศเรามีวิกฤตเรื่องเศรษฐกิจที่โตรั้งท้าย เช่น ปัญหาด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อม หรือตลาดพลังงานที่เราเรียกร้องให้มีการเปิดเสรี การเกณฑ์ทหาร โดยพรรคประชาชนได้เตรียมผู้อภิปรายไว้ไม่ต่ำกว่า 20 คน คงจะอภิปรายทุกอย่างได้อย่างรอบด้าน
.
โดยตนจะเป็นผู้อภิปรายเปิด แล้วตามด้วยนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ชุดแรกอาจจะเป็นการเปิดอภิปรายด้วยประเด็นเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังอยู่ทั้งประเทศ และจะมีการอภิปรายต่อเนื่องจนครบทุกด้าน
.
เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นตัวร่างนโยบายของรัฐบาลแล้วประเมินว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จากที่เห็นความพยายามที่จะปรับให้มีอะไรใหม่ๆ เช่น การที่มีการตั้งคลัสเตอร์ ยุทธศาสตร์การบริหารแบบบูรณาการขึ้นมา 5 กลุ่ม ตนเชื่อว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยในฐานะพรรคแกนนำรัฐบาล พยายามทำ คือเขาพยายามที่จะเอานโยบายของพรรคอื่นๆ ที่อาจจะเห็นว่าดีไปมัดรวมกัน ซึ่งหากดูเฉพาะในเรื่องของนโยบายตนคิดว่าในหลักการไม่ได้ติดขัด หลายอย่างพรรคประชาชนก็เคยนำเสนอในส่วนนี้ เช่น เรื่องโครงสร้างของทีมบริหาร
.
นายณัฐพงษ์กล่าวต่อว่า แต่การออกแบบโครงสร้างผังบริหาร นโยบายที่เอาจากพรรคอื่นๆ มามัดรวมกันอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะสิ่งที่จำเป็นของประเทศไทยในขณะนี้ คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีพลัง นโยบายจะขับเคลื่อนอย่างมีพลังได้ต้องมีการร่วมมือจากทุกส่วน สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งคือการไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่เป็นปัญหาสูงสุดของรัฐบาลในขณะนี้คือประชาชนและภาคเอกชน ขาดความเชื่อมั่น เชื่อใจในรัฐบาล กับการที่ประชาชนตั้งคำถามว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ ที่มาที่ไปของฐานอำนาจของรัฐบาลชุดนี้ ตกลงมาจากไหน