โรคภูมิแพ้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา "อ่อนไหว" ต่อสิ่งกระตุ้นบางอย่างมากเกินไปค่ะ พอกระตุ้นปุ๊บ ร่างกายก็ส่งสัญญาณเตือนออกมาเป็นอาการต่างๆ ซึ่งแต่ละคนก็จะแพ้สิ่งของหรือสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไป บางคนแพ้อากาศ บางคนแพ้ฝุ่น หรือบางคนอาจจะแพ้อาหารค่ะ
เช็กด่วน! อาการแบบไหนคือทางเดินของภูมิแพ้
ลองสังเกตอาการตัวเองดูนะคะว่าเข้าข่ายอาการเหล่านี้บ่อยแค่ไหน:
ระบบทางเดินหายใจ : จามบ่อย น้ำมูกใสๆ ไหลตลอดเวลา คัดจมูก หรือไอเรื้อรัง (มักเป็นหนักช่วงเช้าหรือก่อนนอน)
ทางผิวหนัง : มีผื่นแดง คันตามตัว ผิวแห้งลอก หรือมีลมพิษขึ้นบ่อยๆ
ทางตา : คันตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือหนังตาบวม
ระบบทางเดินอาหาร : ปวดท้อง ท้องเสีย หรือปากบวมหลังจากทานอาหารบางชนิด
ตัวการร้ายที่ทำให้ภูมิแพ้กำเริบ
สิ่งกระตุ้นรอบตัวเราที่มักจะเป็นต้นเหตุ ได้แก่
ฝุ่นและไรฝุ่น : พบมากในที่นอน หมอน ม่าน และตุ๊กตาขนฟู
ละอองเกสรดอกไม้ : สำหรับสาวๆ ที่ชอบปลูกต้นไม้ ต้องระวังช่วงดอกไม้บานเป็นพิเศษค่ะ
ขนสัตว์ : สุนัขหรือแมวที่เรารักอาจมีรังแคหรือขนที่ทำให้เราจามได้
สภาพอากาศ : การเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน เช่น เดินออกจากห้องแอร์มาเจอแดดร้อนๆ
เชื้อรา : มักมากับความอับชื้นในบ้านหรือตามมุมห้องน้ำ
เคล็ดลับดูแลตัวเองฉบับสาวสตรอง ห่างไกลภูมิแพ้
เราสามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
ดูแลความสะอาดห้องนอน : ซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์เพื่อกำจัดไรฝุ่น
ใช้เครื่องฟอกอากาศ : ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กและเกสรดอกไม้ภายในบ้านได้ดีมากค่ะ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การมีร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานสมดุลขึ้น
ทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ
พักผ่อนให้เพียงพอ : ความเครียดและการอดนอนคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ภูมิแพ้แย่ลงนะคะ
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ?
ถ้าดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรบกวนการทำงานและการนอนหลับ แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ ปัจจุบันมีการทดสอบภูมิแพ้หลายวิธีที่จะช่วยให้เรารู้ว่าควรเลี่ยงอะไร และคุณหมออาจจะให้ยาช่วยบรรเทาอาการเพื่อให้เรากลับมาสดใสได้เหมือนเดิมค่ะ
ทิ้งท้าย : โรคภูมิแพ้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ แค่เราหมั่นสังเกตตัวเองและดูแลสภาพแวดล้อมรอบข้างให้สะอาดอยู่เสมอ เพียงเท่านี้เราก็น่ารักสดใสสู้แดดสู้ฝุ่นได้ทุกวันแล้วค่ะ!
ทำความรู้จักกับโรคภูมิแพ้
เช็กด่วน! อาการแบบไหนคือทางเดินของภูมิแพ้
ลองสังเกตอาการตัวเองดูนะคะว่าเข้าข่ายอาการเหล่านี้บ่อยแค่ไหน:
ระบบทางเดินหายใจ : จามบ่อย น้ำมูกใสๆ ไหลตลอดเวลา คัดจมูก หรือไอเรื้อรัง (มักเป็นหนักช่วงเช้าหรือก่อนนอน)
ทางผิวหนัง : มีผื่นแดง คันตามตัว ผิวแห้งลอก หรือมีลมพิษขึ้นบ่อยๆ
ทางตา : คันตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือหนังตาบวม
ระบบทางเดินอาหาร : ปวดท้อง ท้องเสีย หรือปากบวมหลังจากทานอาหารบางชนิด
ตัวการร้ายที่ทำให้ภูมิแพ้กำเริบ
สิ่งกระตุ้นรอบตัวเราที่มักจะเป็นต้นเหตุ ได้แก่
ฝุ่นและไรฝุ่น : พบมากในที่นอน หมอน ม่าน และตุ๊กตาขนฟู
ละอองเกสรดอกไม้ : สำหรับสาวๆ ที่ชอบปลูกต้นไม้ ต้องระวังช่วงดอกไม้บานเป็นพิเศษค่ะ
ขนสัตว์ : สุนัขหรือแมวที่เรารักอาจมีรังแคหรือขนที่ทำให้เราจามได้
สภาพอากาศ : การเปลี่ยนอุณหภูมิฉับพลัน เช่น เดินออกจากห้องแอร์มาเจอแดดร้อนๆ
เชื้อรา : มักมากับความอับชื้นในบ้านหรือตามมุมห้องน้ำ
เคล็ดลับดูแลตัวเองฉบับสาวสตรอง ห่างไกลภูมิแพ้
เราสามารถควบคุมอาการและใช้ชีวิตให้มีความสุขได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ค่ะ
ดูแลความสะอาดห้องนอน : ซักปลอกหมอนและผ้าปูที่นอนด้วยน้ำร้อนทุกสัปดาห์เพื่อกำจัดไรฝุ่น
ใช้เครื่องฟอกอากาศ : ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็กและเกสรดอกไม้ภายในบ้านได้ดีมากค่ะ
ออกกำลังกายสม่ำเสมอ : การมีร่างกายที่แข็งแรงจะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานสมดุลขึ้น
ทานอาหารที่มีประโยชน์ : เน้นผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ
พักผ่อนให้เพียงพอ : ความเครียดและการอดนอนคือศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้ภูมิแพ้แย่ลงนะคะ
เมื่อไหร่ที่ควรไปพบคุณหมอ?
ถ้าดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือรบกวนการทำงานและการนอนหลับ แนะนำให้ไปปรึกษาคุณหมอเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แน่ชัดนะคะ ปัจจุบันมีการทดสอบภูมิแพ้หลายวิธีที่จะช่วยให้เรารู้ว่าควรเลี่ยงอะไร และคุณหมออาจจะให้ยาช่วยบรรเทาอาการเพื่อให้เรากลับมาสดใสได้เหมือนเดิมค่ะ
ทิ้งท้าย : โรคภูมิแพ้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดค่ะ แค่เราหมั่นสังเกตตัวเองและดูแลสภาพแวดล้อมรอบข้างให้สะอาดอยู่เสมอ เพียงเท่านี้เราก็น่ารักสดใสสู้แดดสู้ฝุ่นได้ทุกวันแล้วค่ะ!