ปีที่แล้วฉีดไปตอนไหน ปีนี้อย่าลืมกันนะครับ
เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธ์ุทุกปี แม้เคยเป็นไข้หวัดใหญ่แล้ว ก็ยังจำเป็นต้องฉีดวัคซีนเพื่อเสริมสร้างมิคุ้มกันในทุกปี
4 สายพันธุ์ที่ครอบคลุม ได้แก่
- A/Missouri/11/2025
- A/Singapore/GP20238/2024
- B/Austria/1359417/2021
- B/Phuket/3073/2013
ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- หญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป
- ผู้มีโรคเรื้อรัง ดังนี้ ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย มะเร็ง เบาหวาน
- เด็กอายุ 6 เดือน - 2 ปี (ติดต่อคลินิกกุมารเวชศาสตร์ชั้น 3)
- ผู้พิการทางสมอง
- ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ป่วยโรคอ้วน ( น้ำหนัก >100 กก. หรือ BMI > 35 กก.ต่อตร.ม. )
ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ตั้งอยู่ ถนนบรมราชชนนี ตำบลศาลายา
อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
#ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก
#ศิริราชกาญจนา
#sigj
#ได้โอกาสให้โอกาส
#ไข้หวัดใหญ่
รายละเอียดเพิ่มเติมครับ
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย โดยการฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีกี่ประเภท?
1. แบ่งตามสายพันธุ์ไวรัสที่ครอบคลุม
วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ (Trivalent): ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์ และ B 1 สายพันธุ์
วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent): ครอบคลุมไวรัสสายพันธุ์ A 2 สายพันธุ์ และ B 2 สายพันธุ์
2. แบ่งตามวิธีการบริหารวัคซีน
ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
ชนิดพ่นเข้าจมูก
สายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ผลิตวัคซีน
องค์การอนามัยโลก (WHO) จะเป็นผู้กำหนดสายพันธุ์ไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในการผลิตวัคซีนในแต่ละปี เพื่อให้ครอบคลุมสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มระบาดมากที่สุด
โดยมีการเปลี่ยนแปลง 2 สายพันธุ์ ในฤดูกาล 2026 สำหรับประเทศในซีกโลกใต้ ดังนี้:
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพบการระบาดของสายพันธุ์ B/Yamagata น้อยมาก WHO จึงแนะนำให้ใช้วัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์แทน วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ได้
ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
หลังได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ประมาณ 40–60% แม้ผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจยังติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้
ควรฉีดวัคซีนเมื่อใด ?
แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อนฤดูฝน (ช่วงเดือน พฤษภาคม) หรือ ก่อนฤดูหนาว (ช่วงเดือน ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่เริ่มระบาด หรืออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
ใครควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ?
ทุกคนสามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่:
*เด็กเล็ก
*หญิงตั้งครรภ์
*ผู้สูงอายุ
*ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หืด หัวใจ เบาหวาน ไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
เพื่อการป้องกันที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เลือกหลายรูปแบบ ดังนี้:
*วัคซีนสำหรับบุคคลทั่วไป
*ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
*ชนิดพ่นเข้าจมูก
*วัคซีนขนาดสูงสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-dose) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน
แหล่งอ้างอิง
World Health Organization (WHO). Influenza (seasonal). Retrieved from
https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal)) [www.who.int]
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Vaccines and Vaccinations for Influenza (Flu). Retrieved from
https://www.cdc.gov/flu/vaccines/vaccinations.html [www.cdc.gov]
Infectious Disease Association of Thailand. Adult and Elderly Vaccination Guideline for the Public, 2025 Edition.
เรียบเรียงโดย ศูนย์วัคซีน
Cr.
ร.พ. บำรุงราษฎร์
ชวนฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (ใหม่ล่าสุด 2026)
#ศิริราชกาญจนา
#sigj
#ได้โอกาสให้โอกาส
#ไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ เป็นหนึ่งในวิธีที่ดีในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สามารถแพร่ระบาดได้ง่าย โดยการฉีดวัคซีนจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน (แอนติบอดี) ต่อต้านเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ลดโอกาสในการติดเชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายได้
1. แบ่งตามสายพันธุ์ไวรัสที่ครอบคลุม
2. แบ่งตามวิธีการบริหารวัคซีน
โดยมีการเปลี่ยนแปลง 2 สายพันธุ์ ในฤดูกาล 2026 สำหรับประเทศในซีกโลกใต้ ดังนี้:
ประสิทธิภาพของวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
หลังได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ร่างกายจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค โดยสามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ประมาณ 40–60% แม้ผู้ที่ได้รับวัคซีนอาจยังติดเชื้อได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหรือเสียชีวิตได้
ควรฉีดวัคซีนเมื่อใด ?
แนะนำให้ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ก่อนฤดูฝน (ช่วงเดือน พฤษภาคม) หรือ ก่อนฤดูหนาว (ช่วงเดือน ตุลาคม) ซึ่งเป็นช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่เริ่มระบาด หรืออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทาง ไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด
ใครควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ?
ทุกคนสามารถรับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจมีอาการรุนแรงหากติดเชื้อ ได้แก่:
*เด็กเล็ก
*หญิงตั้งครรภ์
*ผู้สูงอายุ
*ผู้มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด หืด หัวใจ เบาหวาน ไตเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น
วัคซีนไข้หวัดใหญ่: ทางเลือกที่เหมาะกับแต่ละช่วงวัย
เพื่อการป้องกันที่ครอบคลุมและเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ให้เลือกหลายรูปแบบ ดังนี้:
*วัคซีนสำหรับบุคคลทั่วไป
*ชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ
*ชนิดพ่นเข้าจมูก
*วัคซีนขนาดสูงสำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
เป็นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-dose) ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในผู้สูงอายุ กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อน
แหล่งอ้างอิง
World Health Organization (WHO). Influenza (seasonal). Retrieved from https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/influenza-(seasonal)) [www.who.int]
Centers for Disease Control and Prevention (CDC). Vaccines and Vaccinations for Influenza (Flu). Retrieved from https://www.cdc.gov/flu/vaccines/vaccinations.html [www.cdc.gov]
Infectious Disease Association of Thailand. Adult and Elderly Vaccination Guideline for the Public, 2025 Edition.
เรียบเรียงโดย ศูนย์วัคซีน
Cr. ร.พ. บำรุงราษฎร์