เพิ่งฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดใหญ่’ เมื่อปีที่แล้ว ทำไมปีนี้ต้องฉีดอีก ?
เคยสงสัยกันมั้ยว่า…ทำไมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปี? วันนี้ผมจะมาสรุปเหตุผลมาให้หายข้องใจกันครับ
1. ไวรัสไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์ตลอดเวลา
เชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงต้องอัปเดตส่วนผสมในวัคซีนให้ตรงกับเชื้อที่ระบาดจริงในแต่ละปี เพื่อให้สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
2. ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง
หลังจากที่เราฉีดวัคซีนไปประมาณ 6-12 เดือน ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ การฉีดกระตุ้นทุกปี คือการดึงให้ภูมิคุ้มกันกลับมาอยู่ในระดับสูง ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้วภูมิคุ้มกันจะเริ่มขึ้นภายในเวลา 7-14 วัน
3. ลดความรุนแรง
ไม่มีวัคซีนชนิดไหนสามารถป้องกันได้ 100% แต่การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
กลุ่มคนที่ต้องฉีด
• เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี
• หญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่อยู่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด
• ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความผิดปกติของตับไต
เราอาจมองว่าการฉีดวัคซีนซ้ำดูเป็นเรื่องซ้ำซ้อน แต่ในมุมมองทางการแพทย์ นี่คือการ เสริมเกราะป้องกัน ให้ร่างกายอยู่ในระดับที่ดีอยู่เสมอ เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมตัวให้พร้อมจึงช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้อย่างดีที่สุดครับ
ใครฉีดของปีนี้ไปแล้วบ้าง? หรือใครกำลังลังเลอยู่ มาคอมเมนต์คุยกันได้นะ
เพิ่งฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดใหญ่’ เมื่อปีที่แล้ว ทำไมปีนี้ต้องฉีดอีก ?
เพิ่งฉีด ‘วัคซีนไข้หวัดใหญ่’ เมื่อปีที่แล้ว ทำไมปีนี้ต้องฉีดอีก ?
เคยสงสัยกันมั้ยว่า…ทำไมวัคซีนไข้หวัดใหญ่ต้องฉีดทุกปี? วันนี้ผมจะมาสรุปเหตุผลมาให้หายข้องใจกันครับ
1. ไวรัสไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์ตลอดเวลา
เชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ องค์การอนามัยโลก (WHO) จึงต้องอัปเดตส่วนผสมในวัคซีนให้ตรงกับเชื้อที่ระบาดจริงในแต่ละปี เพื่อให้สามารถป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
2. ภูมิคุ้มกันในร่างกายลดลง
หลังจากที่เราฉีดวัคซีนไปประมาณ 6-12 เดือน ระดับภูมิคุ้มกันในร่างกายจะเริ่มลดลงเรื่อยๆ การฉีดกระตุ้นทุกปี คือการดึงให้ภูมิคุ้มกันกลับมาอยู่ในระดับสูง ซึ่งหลังจากฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไปแล้วภูมิคุ้มกันจะเริ่มขึ้นภายในเวลา 7-14 วัน
3. ลดความรุนแรง
ไม่มีวัคซีนชนิดไหนสามารถป้องกันได้ 100% แต่การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
กลุ่มคนที่ต้องฉีด
• เด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี
• หญิงตั้งครรภ์ และผู้หญิงที่อยู่ในระยะ 2 สัปดาห์หลังคลอด
• ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หัวใจ ความผิดปกติของตับไต
เราอาจมองว่าการฉีดวัคซีนซ้ำดูเป็นเรื่องซ้ำซ้อน แต่ในมุมมองทางการแพทย์ นี่คือการ เสริมเกราะป้องกัน ให้ร่างกายอยู่ในระดับที่ดีอยู่เสมอ เพราะเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ที่คาดเดาได้ยาก การเตรียมตัวให้พร้อมจึงช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของโรคได้อย่างดีที่สุดครับ
ใครฉีดของปีนี้ไปแล้วบ้าง? หรือใครกำลังลังเลอยู่ มาคอมเมนต์คุยกันได้นะ