ผมอยากกินเมี่ยงคำมาหลายเดือนแล้ว แต่ แถวบ้านหาซื้อไม่มีที่ไหนขายเลย
สงสัย แถวๆ ที่ผมอยู่ เมี่ยงคำ อาจจะไม่ใช่อาหารที่กินกันทั่วไป
อีกอย่าง เมื่อก่อน สมัยผมเป็นเด็กนักเรียน ผมก็เห็นในกรุงเทพมีขายทั่วไปนะ
แล้วพออายุมากขึ้นๆ เหมือน มันค่อยๆ หายไปจากตลาดซะงั้น
เลยลองหาข้อมูลเล่นๆ เกี่ยวกับเมี่ยงคำมา เครดิท ของอากู๋กับพรรคพวกของเขานี่แหล่ะครับ เฮียแกบอกว่า
เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างไทยโบราณที่สืบทอดมานานกว่าร้อยปี สันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากทางภาคเหนือ (ล้านนา)
โดยพัฒนาจากการเคี้ยวหมากและการกินใบชาดอง มาเป็นใบชะพลูห่อเครื่องเคียง
ปรากฏหลักฐานชัดเจนใน "กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง" พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งเมี่ยงคำได้รับความนิยมในฐานะอาหารว่างสำหรับชาววัง
จุดกำเนิด: เชื่อว่าพัฒนามาจากภาคเหนือของไทยจากการกิน "เมี่ยง" (ใบชาหมัก) ต่อมาแพร่หลายสู่ภาคกลางและปรับเปลี่ยนวัตถุดิบ
วัฒนธรรมการกิน: เดิมเป็นของว่างสังสรรค์ สื่อถึงความประณีตในการเตรียมเครื่องเคียง (หั่น, ซอย) และเป็นอาหารว่างที่นิยมกินกันในรั้วในวัง
ส่วนประกอบและรสชาติ (7 รสชาติในคำเดียว)
เมี่ยงคำ ประกอบด้วยเครื่องเคียงที่หั่นเต๋าหรือหั่นซอยอย่างพิถีพิถัน ได้แก่
ใบห่อ: ใบชะพลู (นิยมมาก) หรือใบทองหลาง
เครื่องเคียง: มะพร้าวคั่ว, ถั่วลิสงคั่ว, กุ้งแห้ง, ขิง, มะนาว, หอมแดง, พริกขี้หนูสวน
น้ำเมี่ยง: น้ำตาลเคี่ยวกับกะปิ น้ำปลา น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำอ้อย ให้รสหวานนำเค็มและหอมสมุนไพร
สรรพคุณทางยา
คนโบราณมองว่าเมี่ยงคำเป็นอาหารที่ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4:
ธาตุดิน (มะพร้าว, ถั่ว, กุ้งแห้ง, น้ำตาล): บำรุงร่างกาย
ธาตุน้ำ (มะนาว, ใบชะพลู): แก้ไอ ขับเสมหะ
ธาตุลม (หอมแดง, พริก): ขับลม แก้ท้องอืด
ธาตุไฟ (ขิง, เปลือกมะนาว): ช่วยการไหลเวียนโลหิต
สงสัย ต้องหาอย่างอื่นกินแทนให้หายคิดถึงไปก่อน ซึ่ง ตอนนี้ของที่คล้ายๆ กันที่พอแทนกันได้คือ
น้ำปลาหวาน สั่งออนไลน์เจ้าดังจากนครปฐมมาละ เย็นนี้ ต้องกินให้หายอยากซะหน่อย
แถบบ้านยังหาซื้อเมี่ยงคำกินกันได้ไหมครับ?
สงสัย แถวๆ ที่ผมอยู่ เมี่ยงคำ อาจจะไม่ใช่อาหารที่กินกันทั่วไป
อีกอย่าง เมื่อก่อน สมัยผมเป็นเด็กนักเรียน ผมก็เห็นในกรุงเทพมีขายทั่วไปนะ
แล้วพออายุมากขึ้นๆ เหมือน มันค่อยๆ หายไปจากตลาดซะงั้น
เลยลองหาข้อมูลเล่นๆ เกี่ยวกับเมี่ยงคำมา เครดิท ของอากู๋กับพรรคพวกของเขานี่แหล่ะครับ เฮียแกบอกว่า
เมี่ยงคำ เป็นอาหารว่างไทยโบราณที่สืบทอดมานานกว่าร้อยปี สันนิษฐานว่ามีต้นกำเนิดจากทางภาคเหนือ (ล้านนา)
โดยพัฒนาจากการเคี้ยวหมากและการกินใบชาดอง มาเป็นใบชะพลูห่อเครื่องเคียง
ปรากฏหลักฐานชัดเจนใน "กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง" พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งเมี่ยงคำได้รับความนิยมในฐานะอาหารว่างสำหรับชาววัง
เมี่ยงคำ ประกอบด้วยเครื่องเคียงที่หั่นเต๋าหรือหั่นซอยอย่างพิถีพิถัน ได้แก่
คนโบราณมองว่าเมี่ยงคำเป็นอาหารที่ช่วยปรับสมดุลธาตุทั้ง 4: