ขออธิบายก่อนนะคะ ตามใบเกิดแล้วหนูเป็นหลานของแม่ค่ะ เพราะแม่อยากให้หนูมีบัตรปชชตามเกิดเลยขอให้พี่ชายกับภรรยาเขามาเป็นพ่อแม่ให้ แล้วแม่หนูก็มาอยู่กินจดทะเบียนสมรสกับพ่อเลี้ยงคนปัจจุบันค่ะ ดังนั้นเหมือนตามหลักแล้วหนูน่าจะเป็นแค่ญาติห่าง ๆกับเขาประมาณนั้นค่ะ
ต้นเหตุของเรื่องคือพ่อเลี้ยงเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลค่ะ แล้วก็เวลาเมายิ่งทวีความไม่มีเหตุผลเพิ่มขึ้น ไม่สามารถคุยด้วยจิตสำนึกของคนได้เลยค่ะ หนูก็เลยเลือกที่จะไม่สุงสิง ไม่พูดคุย แล้วหนีไปอยู่ข้างนอกเช้าห้องอยู่คนเดียวบ้าง แต่พอออกไป 2-3 ปี ก็เหมือนจะเอาตัวไม่รอดค่ะ หนูออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่ 20 ตอนนี้หนูอายุ 24 ปีค่ะ แต่พอมันขัดสนสุดท้ายหนูก็กลับมาอยู่บ้านเดียวกับเขาค่ะ สาเหตุที่ตอนนี้หนูออกไปไหนไม่ได้ก็เพราะไม่มีงบ ก็เลยอยากทำอะไรที่พอทำได้ให้ตัวเองปลอดภัย แล้วอุ่นใจขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี ในเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้ค่ะ
หนูก็ตั้งใจจะเก็บเงินแล้วย้ายออกในเร็ววัน แต่มันก็ต้องใช้เวลาแล้วในระหว่างนั้นหนูต้องอยู่โดยที่มีคนที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวอยู่ด้วย หนูเลยกลัวมากๆค่ะ จะอธิบายบริเวณบ้านให้เห็นภาพรวมชัด ๆ นะคะ บ้านเป็นเหมือนบ้านสวนค่ะ ที่ห่างไกลจากหมูบ้านมาก ๆ รอบด้านซ้านขวาหน้าหลังจะเป็นไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตาค่ะ ไม่มีไฟด้วยค่ะ ไฟกิ่งแม้แต่ดวงเดียวก็ไม่มีค่ะ ไฟกิ่งด้วยที่ใกล้ที่สุดคือน่าจะต้องขี่รถมอไซไปสัก 3 นาที ดังนั้นมันเปลี่ยวมาก ๆ ค่ะ หนูสูง 148 น้ำหนัก 45 ค่ะ รองเท้าไซส์ 37 เอง แต่พ่อเลี้ยง 170 กว่าเกือบ 180 เลยค่ะ เป็นทหารมาด้วย แล้วยังเป็นน้องของผู้ใหญ่บ้าน มีคนคอบเข้าข้างเขา ให้ท้ายเขาอยู่เสมอค่ะ เขาเลยมีความกล้าและไม่กลัวอะไรเลย
หนูจะอธิบายส่วน 0.5% ของวีรกรรมพ่อเลี้ยงให้นะคะ
เวลาเขาเมามาหรือไม่พอใจอะไร เขาจะโวยวายตั้งแต่ปากซอยว่า คว*!!! สุดเสียงแบบไม่สนใจใคร จนมาถึงบ้านแล้วก็เปิดประตูเสียงดังตึง แล้วก็จะใช้แม่หนูที่ก็ทำงานหนัก ตื่นตี 4 ไปทำงานเลิกงานบ่ายสองครึ่ง ให้มาบริการเขาเอาน้ำ เอาขนมเอาข้าวให้ ถ้าแม่คุยไม่เข้าหูก็จะปาจานข้าวนั่นลงพื้นแต่ไปเลย แล้วก็ด่าด่า อย่างเดียวโดยไม่สนว่าพรุ่งนี้แม่หนูจะต้องไปทำงานตีสี่ เลยต้องนอนสองทุ่มแต่เขาก็เสียงดังยันเที่ยวคืนตีหนึ่ง หากแม่ไม่ลุงไปบริการ ไปนั่งฟังเขาบ่นเขาด่า เขาก็จะเข้าไปก่อกวน ปิดสวิตไฟ ดึงมุ้ง เตะพัดลมไม่ให้แม่ได้นอนค่ะ หนูเคยถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงถามอยู่ครั้งนึงค่ะ
แต่เขาให้คำตอบมาว่า กูทำงานมาเหนื่อย แบบนั้นค่ะ แต่ทั้งหนูทั้งแม่ต่างก็ทำงานเหมือนกันค่ะ ค่าใช้จ่ายในบ้าน หนูออกค่ากับข้าวคนละครึ่งกับแม่ ค่าไฟก็ออกขนละครึ่งค่ะ ของใช้ส่วนตัวหนูรับผิดชอบของตัวเองหมดทุกอย่าง ส่วนเงินที่เขาหามาได้ จะไปลงที่ค่าเหล้าเบีย บุรี่ของเขาค่ะ ( เขาเป็นคนดื่มเบียร์ทุกวัน สูบบุรี่ทุกวัน แม่หนูต้องเป็นคนไปซื้อมาไว้ให้ในตู้เย็นอย่าสม่ำเสมอไม่ให้ขาดค่ะ ) ดังนั้นเขาไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นเลยค่ะ ไม่ใช้เสาหลักของบ้านเลย
ในกรณีใดก็ตามไม่ว่าจะเลวร้ายกว่านี้หรือดีกว่านี้หน่อย ก็ไม่สามารถคุยในเชิงเหตุผลกับเขาได้ค่ะ
ดังนั้นหนูเลยอยากสอบถามว่าสถานการณ์แบบนี้ หนูจะสามารถห้ามไม่ให้เขามารุกล้ำที่ส่วนตัวของหนูเช่นห้องนอน หรือไม่ต้องพูดคุยกันอยู่ใครอยู่มันไปเลยได้ไหมคะ ทำยังไงได้บ้าง หนูคิดไม่ออกเลยค่ะ 🙇🏻♀️
ขอศาลสั่งฟ้องห้ามพ่อเลี้ยงเข้าใกล้ได้ไหม
ต้นเหตุของเรื่องคือพ่อเลี้ยงเป็นคนที่ไม่มีเหตุผลค่ะ แล้วก็เวลาเมายิ่งทวีความไม่มีเหตุผลเพิ่มขึ้น ไม่สามารถคุยด้วยจิตสำนึกของคนได้เลยค่ะ หนูก็เลยเลือกที่จะไม่สุงสิง ไม่พูดคุย แล้วหนีไปอยู่ข้างนอกเช้าห้องอยู่คนเดียวบ้าง แต่พอออกไป 2-3 ปี ก็เหมือนจะเอาตัวไม่รอดค่ะ หนูออกมาอยู่คนเดียวตั้งแต่ 20 ตอนนี้หนูอายุ 24 ปีค่ะ แต่พอมันขัดสนสุดท้ายหนูก็กลับมาอยู่บ้านเดียวกับเขาค่ะ สาเหตุที่ตอนนี้หนูออกไปไหนไม่ได้ก็เพราะไม่มีงบ ก็เลยอยากทำอะไรที่พอทำได้ให้ตัวเองปลอดภัย แล้วอุ่นใจขึ้นสักเล็กน้อยก็ยังดี ในเวลาที่อยู่บ้านหลังนี้ค่ะ
หนูก็ตั้งใจจะเก็บเงินแล้วย้ายออกในเร็ววัน แต่มันก็ต้องใช้เวลาแล้วในระหว่างนั้นหนูต้องอยู่โดยที่มีคนที่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวอยู่ด้วย หนูเลยกลัวมากๆค่ะ จะอธิบายบริเวณบ้านให้เห็นภาพรวมชัด ๆ นะคะ บ้านเป็นเหมือนบ้านสวนค่ะ ที่ห่างไกลจากหมูบ้านมาก ๆ รอบด้านซ้านขวาหน้าหลังจะเป็นไร่อ้อยสุดลูกหูลูกตาค่ะ ไม่มีไฟด้วยค่ะ ไฟกิ่งแม้แต่ดวงเดียวก็ไม่มีค่ะ ไฟกิ่งด้วยที่ใกล้ที่สุดคือน่าจะต้องขี่รถมอไซไปสัก 3 นาที ดังนั้นมันเปลี่ยวมาก ๆ ค่ะ หนูสูง 148 น้ำหนัก 45 ค่ะ รองเท้าไซส์ 37 เอง แต่พ่อเลี้ยง 170 กว่าเกือบ 180 เลยค่ะ เป็นทหารมาด้วย แล้วยังเป็นน้องของผู้ใหญ่บ้าน มีคนคอบเข้าข้างเขา ให้ท้ายเขาอยู่เสมอค่ะ เขาเลยมีความกล้าและไม่กลัวอะไรเลย
หนูจะอธิบายส่วน 0.5% ของวีรกรรมพ่อเลี้ยงให้นะคะ
เวลาเขาเมามาหรือไม่พอใจอะไร เขาจะโวยวายตั้งแต่ปากซอยว่า คว*!!! สุดเสียงแบบไม่สนใจใคร จนมาถึงบ้านแล้วก็เปิดประตูเสียงดังตึง แล้วก็จะใช้แม่หนูที่ก็ทำงานหนัก ตื่นตี 4 ไปทำงานเลิกงานบ่ายสองครึ่ง ให้มาบริการเขาเอาน้ำ เอาขนมเอาข้าวให้ ถ้าแม่คุยไม่เข้าหูก็จะปาจานข้าวนั่นลงพื้นแต่ไปเลย แล้วก็ด่าด่า อย่างเดียวโดยไม่สนว่าพรุ่งนี้แม่หนูจะต้องไปทำงานตีสี่ เลยต้องนอนสองทุ่มแต่เขาก็เสียงดังยันเที่ยวคืนตีหนึ่ง หากแม่ไม่ลุงไปบริการ ไปนั่งฟังเขาบ่นเขาด่า เขาก็จะเข้าไปก่อกวน ปิดสวิตไฟ ดึงมุ้ง เตะพัดลมไม่ให้แม่ได้นอนค่ะ หนูเคยถามหาเหตุผลว่าทำไมถึงถามอยู่ครั้งนึงค่ะ
แต่เขาให้คำตอบมาว่า กูทำงานมาเหนื่อย แบบนั้นค่ะ แต่ทั้งหนูทั้งแม่ต่างก็ทำงานเหมือนกันค่ะ ค่าใช้จ่ายในบ้าน หนูออกค่ากับข้าวคนละครึ่งกับแม่ ค่าไฟก็ออกขนละครึ่งค่ะ ของใช้ส่วนตัวหนูรับผิดชอบของตัวเองหมดทุกอย่าง ส่วนเงินที่เขาหามาได้ จะไปลงที่ค่าเหล้าเบีย บุรี่ของเขาค่ะ ( เขาเป็นคนดื่มเบียร์ทุกวัน สูบบุรี่ทุกวัน แม่หนูต้องเป็นคนไปซื้อมาไว้ให้ในตู้เย็นอย่าสม่ำเสมอไม่ให้ขาดค่ะ ) ดังนั้นเขาไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้นเลยค่ะ ไม่ใช้เสาหลักของบ้านเลย
ในกรณีใดก็ตามไม่ว่าจะเลวร้ายกว่านี้หรือดีกว่านี้หน่อย ก็ไม่สามารถคุยในเชิงเหตุผลกับเขาได้ค่ะ
ดังนั้นหนูเลยอยากสอบถามว่าสถานการณ์แบบนี้ หนูจะสามารถห้ามไม่ให้เขามารุกล้ำที่ส่วนตัวของหนูเช่นห้องนอน หรือไม่ต้องพูดคุยกันอยู่ใครอยู่มันไปเลยได้ไหมคะ ทำยังไงได้บ้าง หนูคิดไม่ออกเลยค่ะ 🙇🏻♀️