เราควรตอบโต้คำพูดติดปากของเด็กนักเรียนสมัยก่อนอย่างไรดี ที่ว่า “ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสาเหตุ แล้วใครเป็นผู้สร้างพระเจ้า?”
ประการแรก นักปรัชญาและนักเทววิทยาไม่ได้ยืนยันว่า สิ่งที่มีอยู่ทุกอย่างจำเป็นต้องมีสาเหตุ แต่พวกเขาเสนอว่า สิ่งบางอย่างจำเป็นต้องมีสาเหตุ เช่น สิ่งที่มีจุดเริ่มต้น หรือสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีอยู่
ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่งในเวลา นั่นคือ ถ้ามันมีจุดเริ่มต้น ก็ย่อมต้องมีสาเหตุ มีคำอธิบายว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้น แต่ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งดำรงอยู่เหนือเวลา เช่น พระเจ้า แล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายถึงจุดเริ่มต้นของมัน เพราะมันไม่มีจุดเริ่มต้น
ในทำนองเดียวกัน หากสิ่งใดไม่จำเป็นต้องมีอยู่ เราก็จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่า ทำไมมันจึงมีอยู่ แต่หากสิ่งใดจำเป็นต้องมีอยู่ หากมันเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยจำเป็น เช่น พระเจ้า แล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม
สิ่งต่างๆที่เรามองเห็นในจักรวาล รวมทั้งห้วงอวกาศและเวลา ล้วนดูเหมือนจะมีจุดเริ่มต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสาเหตุ เหตุผลว่า ทำไมมันถึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แรก
ในทำนองเดียวกัน อนุภาคแต่ละอนุภาคในจักรวาลดูเหมือนจะไม่จำเป็น อนุภาคแต่ละอนุภาคไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องการคำอธิบายว่า ทำไมอนุภาคแต่ละอนุภาคจึงมีอยู่
นักปรัชญาและนักเผู้ทววิทยาที่เป็นผู้เชื่อจึงเสนอว่า พระเจ้า คือ คำอธิบายขั้นสุดท้ายสำหรับสิ่งเหล่านี้ แต่เนื่องจากพระองค์เป็นสิ่งมีอยู่จำเป็นที่ดำรงอยู่เหนือเวลา จึงไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมใดๆอีก
อันที่จริง คำถามที่ว่า “ใครสร้างพระเจ้า?” นั้นไร้สาระ เพราะมันเท่ากับถามว่า “ใครสร้างสิ่งที่ไม่ได้ถูกสร้างมาก่อน?”
คุณอาจจะประหลาดใจเหมือนกับผม ที่ริชาร์ด ดอว์กินส์ (Richard Dawkins) นักคิดผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าชื่อดัง ได้นำเอาข้อโต้แย้งนี้มากล่าวซ้ำในหนังสือ “ความหลงผิดของพระเจ้า (The God Delusion)” โดยเรียกมันว่า "ข้อโต้แย้งหลักของหนังสือของข้าพเจ้า" ริชาร์ด ดอว์กินส์เขียนว่า “หากยอมรับข้อโต้แย้งในบทนี้ ข้อสมมติฐานเชิงข้อเท็จจริงของศาสนา สมมติฐานเรื่องพระเจ้า ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ พระเจ้าแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน” (หน้า 188-189)
ริชาร์ด ดอว์กินส์ (Richard Dawkins) นักคิดผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าชื่อดัง
หนังสือ “ความหลงผิดของพระเจ้า (The God Delusion)”
นี่คือบทสรุปของข้อโต้แย้งของเขา :
1. หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสติปัญญามนุษย์คือการอธิบายการปรากฏตัวที่ซับซ้อนและไม่น่าจะเป็นไปได้ของการออกแบบในจักรวาล
2. โดยธรรมชาติแล้วเรามักจะคิดว่า การปรากฏของการออกแบบนั้นเกิดจากการออกแบบเอง
3. แต่ความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะสมมติฐานเรื่องผู้ออกแบบนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าทันที นั่นคือใครเป็นผู้ออกแบบผู้ออกแบบอีกที
4. คำอธิบายที่ชาญฉลาดและทรงพลังที่สุด คือ วิวัฒนาการแบบดาร์วินโดยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
5. เราไม่มีคำอธิบายที่เทียบเท่ากันสำหรับฟิสิกส์
6. เราไม่ควรละทิ้งความหวังที่จะมีคำอธิบายที่ดีกว่าเกิดขึ้นในฟิสิกส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังเทียบเท่ากับทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินในชีววิทยา
ดังนั้น พระเจ้าจึงแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน
คุณไม่จำเป็นต้องมีปริญญาเอกด้านปรัชญาถึงจะเห็นว่า ข้อสรุปของเขาที่ว่า “ดังนั้น พระเจ้าแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน” นั้น ไม่ได้สอดคล้องกับข้อสมมติฐานของเขาเลย (แม้ว่าข้อสมมติฐานของเขาจะเป็นจริงก็ตาม)
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักปรัชญา วิลเลียม เลน เครก (William Lane Craig) เขียนถึงข้อโต้แย้งของริชาร์ด ดอว์กินส์ :
เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนร่วมงานผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าของผมอย่างเควนติน สมิธ (Quentin Smith) ได้ยกย่องข้อโต้แย้งของสตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) เกี่ยวกับพระเจ้าในหนังสือประวัติย่อของ ‘กาลเวลา’ (A Brief History of Time) อย่างไม่เป็นทางการว่า เป็น ‘ข้อโต้แย้งของผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ความคิดของชาวตะวันตก’ ข้าพเจ้าคิดว่า ด้วยการมาถึงของหนังสือความหลงผิดของพระเจ้า ถึงเวลาแล้วที่จะปลดสตีเฟน ฮอว์คิงจากมงกุฎอันหนักอึ้งนี้ และยอมรับการขึ้นครองบัลลังก์ของริชาร์ด ดอว์กินส์
วิลเลียม เลน เครก (William Lane Craig) นักปรัชญา
สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking)
หนังสือประวัติย่อของ ‘กาลเวลา’ (A Brief History of Time)
#คริสต์ #คาทอลิก #คริสต์ศรัทธา #ใครสร้างพระเจ้า #พระเจ้า #ปรัชญา #เทววิทยา #ศาสนศาสตร์ #catholic
CR. : คริสต์ศรัทธา
https://www.facebook.com/share/p/1AL1RbMdAD/
ใครสร้างพระเจ้า? & แต่ใครสร้างพระเจ้า?
เราควรตอบโต้คำพูดติดปากของเด็กนักเรียนสมัยก่อนอย่างไรดี ที่ว่า “ถ้าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสาเหตุ แล้วใครเป็นผู้สร้างพระเจ้า?”
ประการแรก นักปรัชญาและนักเทววิทยาไม่ได้ยืนยันว่า สิ่งที่มีอยู่ทุกอย่างจำเป็นต้องมีสาเหตุ แต่พวกเขาเสนอว่า สิ่งบางอย่างจำเป็นต้องมีสาเหตุ เช่น สิ่งที่มีจุดเริ่มต้น หรือสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องมีอยู่
ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่งในเวลา นั่นคือ ถ้ามันมีจุดเริ่มต้น ก็ย่อมต้องมีสาเหตุ มีคำอธิบายว่าทำไมมันจึงเกิดขึ้น แต่ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งดำรงอยู่เหนือเวลา เช่น พระเจ้า แล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายถึงจุดเริ่มต้นของมัน เพราะมันไม่มีจุดเริ่มต้น
ในทำนองเดียวกัน หากสิ่งใดไม่จำเป็นต้องมีอยู่ เราก็จำเป็นต้องมีคำอธิบายว่า ทำไมมันจึงมีอยู่ แต่หากสิ่งใดจำเป็นต้องมีอยู่ หากมันเป็นสิ่งที่มีอยู่โดยจำเป็น เช่น พระเจ้า แล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติม
สิ่งต่างๆที่เรามองเห็นในจักรวาล รวมทั้งห้วงอวกาศและเวลา ล้วนดูเหมือนจะมีจุดเริ่มต้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีสาเหตุ เหตุผลว่า ทำไมมันถึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แรก
ในทำนองเดียวกัน อนุภาคแต่ละอนุภาคในจักรวาลดูเหมือนจะไม่จำเป็น อนุภาคแต่ละอนุภาคไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องการคำอธิบายว่า ทำไมอนุภาคแต่ละอนุภาคจึงมีอยู่
นักปรัชญาและนักเผู้ทววิทยาที่เป็นผู้เชื่อจึงเสนอว่า พระเจ้า คือ คำอธิบายขั้นสุดท้ายสำหรับสิ่งเหล่านี้ แต่เนื่องจากพระองค์เป็นสิ่งมีอยู่จำเป็นที่ดำรงอยู่เหนือเวลา จึงไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายเพิ่มเติมใดๆอีก
อันที่จริง คำถามที่ว่า “ใครสร้างพระเจ้า?” นั้นไร้สาระ เพราะมันเท่ากับถามว่า “ใครสร้างสิ่งที่ไม่ได้ถูกสร้างมาก่อน?”
คุณอาจจะประหลาดใจเหมือนกับผม ที่ริชาร์ด ดอว์กินส์ (Richard Dawkins) นักคิดผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าชื่อดัง ได้นำเอาข้อโต้แย้งนี้มากล่าวซ้ำในหนังสือ “ความหลงผิดของพระเจ้า (The God Delusion)” โดยเรียกมันว่า "ข้อโต้แย้งหลักของหนังสือของข้าพเจ้า" ริชาร์ด ดอว์กินส์เขียนว่า “หากยอมรับข้อโต้แย้งในบทนี้ ข้อสมมติฐานเชิงข้อเท็จจริงของศาสนา สมมติฐานเรื่องพระเจ้า ก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้ พระเจ้าแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน” (หน้า 188-189)
ริชาร์ด ดอว์กินส์ (Richard Dawkins) นักคิดผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าชื่อดัง
หนังสือ “ความหลงผิดของพระเจ้า (The God Delusion)”
นี่คือบทสรุปของข้อโต้แย้งของเขา :
1. หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสติปัญญามนุษย์คือการอธิบายการปรากฏตัวที่ซับซ้อนและไม่น่าจะเป็นไปได้ของการออกแบบในจักรวาล
2. โดยธรรมชาติแล้วเรามักจะคิดว่า การปรากฏของการออกแบบนั้นเกิดจากการออกแบบเอง
3. แต่ความคิดนี้เป็นความคิดที่ผิด เพราะสมมติฐานเรื่องผู้ออกแบบนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าทันที นั่นคือใครเป็นผู้ออกแบบผู้ออกแบบอีกที
4. คำอธิบายที่ชาญฉลาดและทรงพลังที่สุด คือ วิวัฒนาการแบบดาร์วินโดยการคัดเลือกโดยธรรมชาติ
5. เราไม่มีคำอธิบายที่เทียบเท่ากันสำหรับฟิสิกส์
6. เราไม่ควรละทิ้งความหวังที่จะมีคำอธิบายที่ดีกว่าเกิดขึ้นในฟิสิกส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังเทียบเท่ากับทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินในชีววิทยา
ดังนั้น พระเจ้าจึงแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน
คุณไม่จำเป็นต้องมีปริญญาเอกด้านปรัชญาถึงจะเห็นว่า ข้อสรุปของเขาที่ว่า “ดังนั้น พระเจ้าแทบจะไม่มีอยู่จริงอย่างแน่นอน” นั้น ไม่ได้สอดคล้องกับข้อสมมติฐานของเขาเลย (แม้ว่าข้อสมมติฐานของเขาจะเป็นจริงก็ตาม)
นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นักปรัชญา วิลเลียม เลน เครก (William Lane Craig) เขียนถึงข้อโต้แย้งของริชาร์ด ดอว์กินส์ :
เมื่อหลายปีก่อน เพื่อนร่วมงานผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าของผมอย่างเควนติน สมิธ (Quentin Smith) ได้ยกย่องข้อโต้แย้งของสตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking) เกี่ยวกับพระเจ้าในหนังสือประวัติย่อของ ‘กาลเวลา’ (A Brief History of Time) อย่างไม่เป็นทางการว่า เป็น ‘ข้อโต้แย้งของผู้ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้าที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ความคิดของชาวตะวันตก’ ข้าพเจ้าคิดว่า ด้วยการมาถึงของหนังสือความหลงผิดของพระเจ้า ถึงเวลาแล้วที่จะปลดสตีเฟน ฮอว์คิงจากมงกุฎอันหนักอึ้งนี้ และยอมรับการขึ้นครองบัลลังก์ของริชาร์ด ดอว์กินส์
วิลเลียม เลน เครก (William Lane Craig) นักปรัชญา
สตีเฟน ฮอว์คิง (Stephen Hawking)
หนังสือประวัติย่อของ ‘กาลเวลา’ (A Brief History of Time)
#คริสต์ #คาทอลิก #คริสต์ศรัทธา #ใครสร้างพระเจ้า #พระเจ้า #ปรัชญา #เทววิทยา #ศาสนศาสตร์ #catholic
CR. : คริสต์ศรัทธา
https://www.facebook.com/share/p/1AL1RbMdAD/