📌
การออกพระนาม และนามอย่างลำลอง ของพระบรมวงศานุวงศ์และราชนิกุล
🔴
1-ทูลกระหม่อมชายหรือหญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์อันประสูติแต่พระอัครมเหสี ชั้นพระบรมราชินี และพระบรมราชเทวี หรือที่ประสูติแต่พระมารดาที่เป็นพระราชธิดา(ลูกหลวง) ในรัชกาลก่อน เช่น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ชาววังออกพระนามว่า
ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ หรือ
สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชาววังออกพระนามว่า
ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงเล็ก หรือ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ชาววังออกพระนามว่า
ทูลกระหม่อมภา เป็นต้น
🔴
2-สมเด็จชายหรือสมเด็จหญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นเจ้าฟ้าชั้นโท ที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์ที่ประสูติเเต่พระมเหสีเทวี ชั้นพระราชเทวี พระอัครชายา พระวรราชชายา หรือที่ประสูติเเต่พระมารดาที่เป็นพระราชนัดดา(หลานหลวง)ในรัชกาลก่อน เช่น
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ชาววังออกพระนามว่า
สมเด็จชาย และ
สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ชาววังออกพระนามว่า
สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เป็นต้น และ
เจ้าฟ้าชั้นนี้ยังหมายถึงพี่น้องที่ร่วมพระบรมราชชนกชนนีกับพระมหากษัตริย์ (แต่มิได้เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์) เช่น
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชาววังออกพระนามว่า
สมเด็จพระพี่นางฯ เป็นต้น
🔴
3-เสด็จพระองค์ชายหรือเสด็จพระองค์หญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าชั้นหนึ่งหรือชั้นเอกที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์ อันประสูติแต่พระมารดาที่เป็นสามัญชนหรือเจ้าจอมมารดาต่างๆ และอนุโลมใช้กับพระองค์เจ้าชั้นโทหรือชั้นสองที่เป็นพระราชโอรสธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชโอรสธิดาในกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 1-3 และพระโอรสธิดาในกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ด้วย เช่น
เสด็จพระองค์วาปีบุษบากร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร) และ
เสด็จพระองค์เหมวดี (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี) เป็นต้น และเมื่อพระองค์นั้นๆได้ทรงกรม จะเรียกว่า
เสด็จในกรม เช่น
เสด็จในกรมสรรพสิทธิ์ (กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์) และ
เสด็จในกรมพระกำแพง (กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน) และถ้าพระองค์ใดได้ทรงกรมชั้นกรมพระยา จะเรียกว่า
สมเด็จ หรือสมเด็จกรมพระยา เช่น
สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นต้น
🔴
4-พระองค์ชาย/พระองค์หญิง
หรือท่านพระองค์ชาย/ท่านพระองค์หญิง
ใช้เรียกพระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าชั้นโทหรือชั้นสอง หรือพระองค์เจ้าชั้นสามหรือชั้นตรี ที่เป็นพระราชนัดดาหรือพระราชปนัดดาในพระมหากษัตริย์ หรือพระราชวงศ์พระองค์ใดๆ ที่มีคำนำหน้าพระนามเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระเจ้าหลานเธอ พระวรวงศ์เธอ และพระหลานเธอ เช่น
พระองค์โสม (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ) พระองค์ชายใหญ่ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล) พระองค์ภา (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) พระองค์ที (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ) พระองค์หริภา (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์) และพระองค์หญิงสุทธ (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา) เป็นต้น
🔴
5-ท่านชายหรือท่านหญิง
ใช้เรียกพระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าทั้งที่เป็นพระราชนัดดา หรือพระราชปนัดดาในพระมหากษัตริย์หรือในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เช่น
ท่านชายปิยะ (หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต) ท่านภี (หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี) ท่านหญิงพูน (หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล) ท่านมุ้ย (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล) ท่านใหม่ (หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล) ท่านชายปีใหม่ (หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล) เป็นต้น
🔴
6-คุณชายหรือคุณหญิง
ใช้เรียกราชนิกูลที่เป็นหม่อมราชวงศ์ เช่น คุณหญิงใหญ่ ( หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร วรวรรณ (ราชสกุลเดิม ฉัตรชัย)) คุณหญิงหมัด (หม่อมราชวงศ์มาลินี จักรพันธุ์M R Malinee Chakrabandhu) คุณชายเอี่ยว (หม่อมราชวงศ์มงคลชาย ยุคล) คุณหญิงเเมงมุม (หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล) และ คุณชายอาดัม (หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล) เป็นต้น
🔴
7-คุณ
ใช้เรียกราชนิกูลที่เป็นหม่อมหลวง เช่น คุณวงศ์ (หม่อมหลวงวงศ์ทิวา สุรพลพิเชฏฐ์ เกษมศรี) คุณพุด (หม่อมหลวงลดาวัลย์ กมลาศน์ ML Ladawan Kamalasana) คุณภูดิษ (หม่อมหลวงภูดิษ สุขสวัสดิ์ Pudit Sukhasvasti) คุณน้ำผึ้ง (หม่อมหลวงสราลี กิติยากร) เป็นต้น
🔴
8-ณ อยุธยา
คือ บรรดาบุตรธิดาของหม่อมหลวงชาย หรือบรรดาบุคคลใดๆ ที่มีปู่ หรือปู่ทวดขึ้นไป เป็นหม่อมหลวงชาย ให้ใช้นามราชสกุล เป็นนามสกุล แล้วเติมสร้อย ณ อยุธยา ต่อท้ายนามราชสกุลนั้น เช่น สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา เป็นธิดาของหม่อมหลวงสุทธิรัตน์ เกษมสันต์ เป็นต้น และ
ณ อยุธยา ยังใช้กับบรรดาภรรยาที่เป็นสามัญชนของเจ้าฟ้าชาย พระองค์เจ้าชาย หม่อมเจ้าชาย หม่อมราชวงศ์ชาย หม่อมหลวงชาย และใช้กับภรรยาที่เป็นสามัญชนของผู้ที่ใช้ ณ อยุธยาด้วย เช่น หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล นาเดีย นิมิตรวาณิช สมรสกับหม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล จึงเป็น นาเดีย โสณกุล ณ อยุธยา เป็นต้น
ส่วนบรรดาเจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง และ หม่อมเจ้าหญิง นั้น หากสมรสกับเจ้าฟ้าชาย พระองค์เจ้าชาย หรือหม่อมเจ้าชาย ให้ใช้คำนำหน้าพระนามตามเดิม โดยหม่อมเจ้าหญิงต้องเปลี่ยนนามราชสกุลตามสวามี แต่ไม่ต้องมี ณ อยุธยา เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พ่ะองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล เสกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร ก็ยังคงใช้พระนามตามเดิมไม่ต้องเปลี่ยนใดๆ หรือ หม่อมเจ้าประสงค์สม ไชยันต์ เสกสมรสกับ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ ต้องเปลี่ยนนามราชสกุลเป็น หม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร
แต่ถ้าหากเจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หรือหม่อมเจ้าหญิงองค์ใด ไปเสกสมรสกับชายที่มิได้เป็นพระราชวงศ์ คือ ชายที่เป็นหม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง หรือนายใดๆ เจ้าหญิงนั้นต้องกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ และไปใช้นามสกุลของสามี เช่น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา สมรสกับนายสมหวัง สารสาส ต้องเปลี่ยนเป็น นางอินทุรัตนา สารสาส หรือ หม่อมเจ้าพันธ์ุสวลี ยุคล สมรสกับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ กิติยากร เปลี่ยนเป็น นางพันธุ์สวลี กิติยากร (ไม่ต้องมี ณ อยุธยา) เป็นต้น หากต่อมาได้รับพระราชทานเครื่ราชอิสสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายในแล้ว จึงให้ใช้คำนำพระนามว่า ท่านผู้หญิง หรือคุณหญิงตามที่ได้รับพระราชทาน เช่น ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร
อนึ่ง เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หม่อมเจ้าหญิง หม่อมราชวงศ์หญิง และหม่อมหลวงหญิง แม้จะสมรส กับหม่อมราชวงศ์ชาย หม่อมหลวงชาย หรือชายผู้ใช้ ณ อยุธยา ก็มิต้องใช้ ณ อยุธยาแต่อย่างใด เช่น หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับหม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ เปลี่ยนเป็น หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร วรวรรณ เป็นต้น
✅ ทั้งนี้ บุคคลลำดับที่ 1-5 ซึ่งได้เเก่ พระราชวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า เเละหม่อมเจ้า เท่านั้นที่ถือเป็นพระราชวงศ์และต้องใช้คำราชาศัพท์ในการเพ็ดทูล
ส่วนบุคคลลำดับที่ 6 -8 ถือว่าเป็นสามัญชนและเป็นผู้เนื่องในราชตระกูล จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ แต่ให้ใช้คำสุภาพ เว้นเเต่เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง และหม่อมเจ้าหญิง แม้จะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้วก็ตาม ก็ต้องใช้คำราชาศัพท์ในการเพ็ดทูลเช่นเดิม
📣 อนึ่ง คำว่า
หม่อม ปัจจุบันใช้สำหรับหญิงสามัญชนจริงๆ (ที่มิใช่เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หม่อมเจ้าหญิง หม่อมราชวงศ์หญิงหรือหม่อมหลวงหญิง)
ที่เป็นหม่อมห้าม (ภรรยา) ของพระราชวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า เเละหม่อมเจ้าเท่านั้น เช่น หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ หม่อมจารุศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย และหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นต้น
และเป็นการไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่จะใช้คำเรียกว่า หม่อม กับท่านที่เป็นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง เนื่องจากท่านเหล่านั้นทรงมีและมีคำเรียกอย่างถูกต้องเหมาะสมเเล้วตามข้อ 5 - 8 ดังกล่าวมาเเล้ว
Credit: ณัฏฐ์ ศิริ
📌 การออกพระนาม และนามอย่างลำลอง ของพระบรมวงศานุวงศ์และราชนิกุล
📌 การออกพระนาม และนามอย่างลำลอง ของพระบรมวงศานุวงศ์และราชนิกุล
🔴 1-ทูลกระหม่อมชายหรือหญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นเอก ที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์อันประสูติแต่พระอัครมเหสี ชั้นพระบรมราชินี และพระบรมราชเทวี หรือที่ประสูติแต่พระมารดาที่เป็นพระราชธิดา(ลูกหลวง) ในรัชกาลก่อน เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ชาววังออกพระนามว่า ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ หรือ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ชาววังออกพระนามว่า ทูลกระหม่อมฟ้าหญิงเล็ก หรือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ชาววังออกพระนามว่า ทูลกระหม่อมภา เป็นต้น
🔴 2-สมเด็จชายหรือสมเด็จหญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นเจ้าฟ้าชั้นโท ที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์ที่ประสูติเเต่พระมเหสีเทวี ชั้นพระราชเทวี พระอัครชายา พระวรราชชายา หรือที่ประสูติเเต่พระมารดาที่เป็นพระราชนัดดา(หลานหลวง)ในรัชกาลก่อน เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ชาววังออกพระนามว่า สมเด็จชาย และ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ชาววังออกพระนามว่า สมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ เป็นต้น และเจ้าฟ้าชั้นนี้ยังหมายถึงพี่น้องที่ร่วมพระบรมราชชนกชนนีกับพระมหากษัตริย์ (แต่มิได้เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์) เช่น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ชาววังออกพระนามว่า สมเด็จพระพี่นางฯ เป็นต้น
🔴 3-เสด็จพระองค์ชายหรือเสด็จพระองค์หญิง
ใช้เรียกพระบรมวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าชั้นหนึ่งหรือชั้นเอกที่เป็นพระราชโอรสธิดาในพระมหากษัตริย์ อันประสูติแต่พระมารดาที่เป็นสามัญชนหรือเจ้าจอมมารดาต่างๆ และอนุโลมใช้กับพระองค์เจ้าชั้นโทหรือชั้นสองที่เป็นพระราชโอรสธิดา ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมถึงพระราชโอรสธิดาในกรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 1-3 และพระโอรสธิดาในกรมพระราชวังบวรวิชัยชาญ ด้วย เช่น เสด็จพระองค์วาปีบุษบากร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวาปีบุษบากร) และเสด็จพระองค์เหมวดี (พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี) เป็นต้น และเมื่อพระองค์นั้นๆได้ทรงกรม จะเรียกว่า เสด็จในกรม เช่น เสด็จในกรมสรรพสิทธิ์ (กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์) และเสด็จในกรมพระกำแพง (กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน) และถ้าพระองค์ใดได้ทรงกรมชั้นกรมพระยา จะเรียกว่า สมเด็จ หรือสมเด็จกรมพระยา เช่น สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นต้น
🔴 4-พระองค์ชาย/พระองค์หญิง
หรือท่านพระองค์ชาย/ท่านพระองค์หญิง
ใช้เรียกพระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้าชั้นโทหรือชั้นสอง หรือพระองค์เจ้าชั้นสามหรือชั้นตรี ที่เป็นพระราชนัดดาหรือพระราชปนัดดาในพระมหากษัตริย์ หรือพระราชวงศ์พระองค์ใดๆ ที่มีคำนำหน้าพระนามเป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระเจ้าหลานเธอ พระวรวงศ์เธอ และพระหลานเธอ เช่น พระองค์โสม (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ) พระองค์ชายใหญ่ (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธ์ยุคล) พระองค์ภา (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา) พระองค์ที (พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ) พระองค์หริภา (พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์) และพระองค์หญิงสุทธ (พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา) เป็นต้น
🔴 5-ท่านชายหรือท่านหญิง
ใช้เรียกพระอนุวงศ์ชั้นหม่อมเจ้าทั้งที่เป็นพระราชนัดดา หรือพระราชปนัดดาในพระมหากษัตริย์หรือในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เช่น ท่านชายปิยะ (หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต) ท่านภี (หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี) ท่านหญิงพูน (หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล) ท่านมุ้ย (หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล) ท่านใหม่ (หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล) ท่านชายปีใหม่ (หม่อมเจ้านวพรรษ์ ยุคล) เป็นต้น
🔴 6-คุณชายหรือคุณหญิง
ใช้เรียกราชนิกูลที่เป็นหม่อมราชวงศ์ เช่น คุณหญิงใหญ่ ( หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร วรวรรณ (ราชสกุลเดิม ฉัตรชัย)) คุณหญิงหมัด (หม่อมราชวงศ์มาลินี จักรพันธุ์M R Malinee Chakrabandhu) คุณชายเอี่ยว (หม่อมราชวงศ์มงคลชาย ยุคล) คุณหญิงเเมงมุม (หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล) และ คุณชายอาดัม (หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล) เป็นต้น
🔴 7-คุณ
ใช้เรียกราชนิกูลที่เป็นหม่อมหลวง เช่น คุณวงศ์ (หม่อมหลวงวงศ์ทิวา สุรพลพิเชฏฐ์ เกษมศรี) คุณพุด (หม่อมหลวงลดาวัลย์ กมลาศน์ ML Ladawan Kamalasana) คุณภูดิษ (หม่อมหลวงภูดิษ สุขสวัสดิ์ Pudit Sukhasvasti) คุณน้ำผึ้ง (หม่อมหลวงสราลี กิติยากร) เป็นต้น
🔴 8-ณ อยุธยา
คือ บรรดาบุตรธิดาของหม่อมหลวงชาย หรือบรรดาบุคคลใดๆ ที่มีปู่ หรือปู่ทวดขึ้นไป เป็นหม่อมหลวงชาย ให้ใช้นามราชสกุล เป็นนามสกุล แล้วเติมสร้อย ณ อยุธยา ต่อท้ายนามราชสกุลนั้น เช่น สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา เป็นธิดาของหม่อมหลวงสุทธิรัตน์ เกษมสันต์ เป็นต้น และ ณ อยุธยา ยังใช้กับบรรดาภรรยาที่เป็นสามัญชนของเจ้าฟ้าชาย พระองค์เจ้าชาย หม่อมเจ้าชาย หม่อมราชวงศ์ชาย หม่อมหลวงชาย และใช้กับภรรยาที่เป็นสามัญชนของผู้ที่ใช้ ณ อยุธยาด้วย เช่น หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล นาเดีย นิมิตรวาณิช สมรสกับหม่อมหลวงอภิมงคล โสณกุล จึงเป็น นาเดีย โสณกุล ณ อยุธยา เป็นต้น
ส่วนบรรดาเจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง และ หม่อมเจ้าหญิง นั้น หากสมรสกับเจ้าฟ้าชาย พระองค์เจ้าชาย หรือหม่อมเจ้าชาย ให้ใช้คำนำหน้าพระนามตามเดิม โดยหม่อมเจ้าหญิงต้องเปลี่ยนนามราชสกุลตามสวามี แต่ไม่ต้องมี ณ อยุธยา เช่น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พ่ะองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล เสกสมรสกับสมเด็จเจ้าฟ้ายุคลฑิฆัมพร ก็ยังคงใช้พระนามตามเดิมไม่ต้องเปลี่ยนใดๆ หรือ หม่อมเจ้าประสงค์สม ไชยันต์ เสกสมรสกับ สมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ ต้องเปลี่ยนนามราชสกุลเป็น หม่อมเจ้าหญิงประสงค์สม บริพัตร
แต่ถ้าหากเจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หรือหม่อมเจ้าหญิงองค์ใด ไปเสกสมรสกับชายที่มิได้เป็นพระราชวงศ์ คือ ชายที่เป็นหม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง หรือนายใดๆ เจ้าหญิงนั้นต้องกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ และไปใช้นามสกุลของสามี เช่น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทุรัตนา สมรสกับนายสมหวัง สารสาส ต้องเปลี่ยนเป็น นางอินทุรัตนา สารสาส หรือ หม่อมเจ้าพันธ์ุสวลี ยุคล สมรสกับหม่อมราชวงศ์อดุลยกิติ์ กิติยากร เปลี่ยนเป็น นางพันธุ์สวลี กิติยากร (ไม่ต้องมี ณ อยุธยา) เป็นต้น หากต่อมาได้รับพระราชทานเครื่ราชอิสสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าฝ่ายในแล้ว จึงให้ใช้คำนำพระนามว่า ท่านผู้หญิง หรือคุณหญิงตามที่ได้รับพระราชทาน เช่น ท่านผู้หญิงพันธุ์สวลี กิติยากร
อนึ่ง เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หม่อมเจ้าหญิง หม่อมราชวงศ์หญิง และหม่อมหลวงหญิง แม้จะสมรส กับหม่อมราชวงศ์ชาย หม่อมหลวงชาย หรือชายผู้ใช้ ณ อยุธยา ก็มิต้องใช้ ณ อยุธยาแต่อย่างใด เช่น หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร ฉัตรชัย สมรสกับหม่อมหลวงปริญญากร วรวรรณ เปลี่ยนเป็น หม่อมราชวงศ์ลักษมีฉัตร วรวรรณ เป็นต้น
✅ ทั้งนี้ บุคคลลำดับที่ 1-5 ซึ่งได้เเก่ พระราชวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า เเละหม่อมเจ้า เท่านั้นที่ถือเป็นพระราชวงศ์และต้องใช้คำราชาศัพท์ในการเพ็ดทูล
ส่วนบุคคลลำดับที่ 6 -8 ถือว่าเป็นสามัญชนและเป็นผู้เนื่องในราชตระกูล จึงไม่ต้องใช้คำราชาศัพท์ แต่ให้ใช้คำสุภาพ เว้นเเต่เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง และหม่อมเจ้าหญิง แม้จะทรงลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้วก็ตาม ก็ต้องใช้คำราชาศัพท์ในการเพ็ดทูลเช่นเดิม
📣 อนึ่ง คำว่า หม่อม ปัจจุบันใช้สำหรับหญิงสามัญชนจริงๆ (ที่มิใช่เจ้าฟ้าหญิง พระองค์เจ้าหญิง หม่อมเจ้าหญิง หม่อมราชวงศ์หญิงหรือหม่อมหลวงหญิง) ที่เป็นหม่อมห้าม (ภรรยา) ของพระราชวงศ์ชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้า เเละหม่อมเจ้าเท่านั้น เช่น หม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา ในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ หม่อมดุษฎี บริพัตร ณ อยุธยา ในพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาภินันท์ หม่อมจารุศรี ฉัตรชัย ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าทิพยฉัตร ฉัตรชัย และหม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา ในหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นต้น
และเป็นการไม่เหมาะสมและไม่ถูกต้องอย่างยิ่งที่จะใช้คำเรียกว่า หม่อม กับท่านที่เป็นหม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวง เนื่องจากท่านเหล่านั้นทรงมีและมีคำเรียกอย่างถูกต้องเหมาะสมเเล้วตามข้อ 5 - 8 ดังกล่าวมาเเล้ว
Credit: ณัฏฐ์ ศิริ