[CR] รีวิวหนัง Interceptor (2022) เมื่อผู้ก่อการร้ายมาเจอกับคุณนายแขนเดียว

รีวิวหนัง Interceptor สงครามขีปนาวุธ   Interceptor (2022) เป็นหนังแอ็กชันทริลเลอร์ทุนไม่ใหญ่แต่ใจใหญ่เกินเบอร์ หนังเรื่องนี้ไม่ได้พยายามจะเป็น Mission Impossible ที่มีฉากผาดโผนระดับโลก แต่เลือกที่จะบีบคั้นอารมณ์คนดูในพื้นที่จำกัดแทน
 
เหตุการณ์ทั้งหมดดันไปเกิดบนฐานสกัดกั้นขีปนาวุธกลางทะเลที่ชื่อ SBX1 ซึ่งดูเผิน ๆ ก็แค่แท่นยักษ์ลอยน้ำมีเรดาร์กลม ๆ เหมือนลูกกอล์ฟตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิกอันอ้างว้าง แต่ในความจริงแล้วเจ้าลูกกอล์ฟยักษ์นี้คือหัวใจสำคัญของความมั่นคงระดับชาติ เพราะถ้าวันไหนอเมริกาถูกยิงนิวเคลียร์ใส่จริง ๆ เจ้าแท่นนี้คือด่านแรกและด่านสุดท้ายที่จะทำหน้าที่ “ยิงตัด” ขีปนาวุธให้ตกกลางอากาศก่อนถึงแผ่นดิน เรียกว่าถ้าพังเมื่อไหร่ โลกาวินาศเมื่อนั้น ความกดดันของหนังจึงเริ่มตั้งแต่วินาทีแรกที่เรารู้ว่าชะตากรรมของคนนับล้านฝากไว้กับเหล็กกล้ากลางน้ำเพียงไม่กี่แผ่น

ฮีโรหญิงของเรา

กัปตัน เจเจ คอลลินส์ (เอลซา พาทากี้) คือทหารหญิงที่ชีวิตไม่มีคำว่าเรียบง่าย หน้าหนังบอกเราตรง ๆ เลยว่าเธอเก่งระดับเครื่องจักรสังหาร ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วงจนก้าวขึ้นมาเป็นระดับแถวหน้า แต่เธอกลับพ่วงมาด้วยบาดแผลทางกายจากการบาดเจ็บที่แขนซ้าย และที่หนักกว่าคือบาดแผลทางใจ
เธอเคยเป็นเหยื่อของการล่วงละเมิดและโดนลูกพี่ในกองทัพพยายามทำลายอาชีพผ่านเรื่องราวอื้อฉาวจนเกือบหมดอนาคต ข้อดีที่เราคนดูจะได้เห็นคือซีน “ใช้แขนเดียวทุ่มคนร้าย” โชว์สกิลการต่อสู้ที่สมจริงและดุดันให้คนดูเฮกันทั้งโรง เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความอึดที่ไม่ได้มาจากพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่มาจากจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้
ส่วนข้อเสียของเธอน่ะเหรอ? เธอโดนสั่งย้ายมาประจำ SBX1 แบบกึ่ง ๆ เป็นการลงโทษและลดบทบาท แถมเพิ่งเดินทางมาถึงวันแรกก็ต้องเจอวิกฤตระดับวันสิ้นโลกเลยจ้า เรียกว่ายังไม่ทันได้จิบกาแฟทำความคุ้นเคยกับเพื่อนร่วมงานใหม่ ชีวิตก็เหวี่ยงเธอเข้าสู่สงครามส่วนตัวที่เดิมพันด้วยชีวิตคนทั้งประเทศเสียแล้ว

แผนร้ายของเจ้าวายร้าย

ฝ่ายตัวร้ายมีหัวหอกคือ อเล็กซานเดอร์ เคสเซล อดีตทหารข่าวกรองที่ผันตัวไปเป็น…นักค้าขีปนาวุธ (ซึ่งก็ดูคูลและทะเยอทะยานดีนะสำหรับบทตัวร้าย) เขามาพร้อมทีมปฏิบัติการพิเศษสุดโหดที่ถูกฝึกมาอย่างดี แผนของพวกเขาแยบยลและน่ากลัวมาก พวกเขายึดฐาน Interceptor แห่งแรกที่ฟอร์ตกรีลีย์ได้สำเร็จแล้ว เท่ากับว่าตอนนี้เหลือแต่ SBX1 ที่คอลลินส์ประจำอยู่เพียงแห่งเดียวเท่านั้นที่เป็นอุปสรรค เพราะถ้าเคสเซลคุมสองจุดนี้ได้ก็เท่ากับว่าอเมริกาจะไม่มีอะไรยิงสกัดนิวเคลียร์ได้อีกเลย เขาวางแผนที่จะรอรับหัวรบนับ 10 ลูกที่ขโมยมาเพื่อเทกระหน่ำใส่ 16 เมืองใหญ่ในอเมริกาให้ราบเป็นหน้ากลอง ท็อปฟอร์มไหมล่ะความชั่วร้ายระดับนี้ มันไม่ใช่แค่การจี้นำทางธรรมดา แต่มันคือการจงใจลบกระดานมหาอำนาจให้หายไปจากแผนที่โลก

ฉากบุกยึดสถานีแบบ “ขอแค่ 2 นาที”
หนังไม่รีรอให้เราได้พักหายใจ ทีมผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวมาและบางส่วนที่บุกมาด้วยเฮลิคอปเตอร์พุ่งตรงมาจอดบนดาดฟ้าทันที พวกเขาเปิดฉากด้วยการยิงปืนกลปรับโหมดยิงรัวใส่ทุกอย่างที่ขวางหน้า สกอร์แรกที่คนดูเห็นคือทหารเฝ้ายามผู้โชคร้ายลงไปกองกับพื้น ส่วนเจเจเกือบจะโดนล่อออกมานอกห้องควบคุมเพื่อจัดการทีละคน แต่ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ร้ายที่ยังทำงานได้ดี เธอไหวตัวทันและรีบถอยกลับเข้าไปปิดประตูกันกระสุนล็อคดาวน์ศูนย์บัญชาการไว้ได้หวุดหวิดเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น หลังจากนั้นเราเลยได้ดูฉาก “สู้คนเดียวในห้องกระจก” สไตล์ Die Hard เวอร์ชันทะเลที่เข้มข้นมาก เพราะตัวร้ายอยู่ข้างนอกแต่นางเอกอยู่ข้างใน ความตึงเครียดผ่านกระจกหนากลายเป็นเสน่ห์ของฉากนี้ไปเลย



ศึกปะทะเชาวน์ + แขนเดียว = วายร้ายปวดหัว
โจทย์ของหนังเรื่องนี้คือคนร้ายต้องการเข้าถึงคอนโซลสั่งปิดระบบยิงสกัดเพื่อเปิดทางให้นิวเคลียร์พุ่งชนเป้าหมาย ส่วนเจเจกับลูกทีมอีก 2 คนที่เหลือซึ่งดูจะพึ่งพาไม่ค่อยได้ในช่วงแรก ต้องพยายามถ่วงเวลาให้ครบ 90 นาทีให้สำเร็จ ก่อนที่ขีปนาวุธรัสเซียจะพุ่งเข้าเขตยิงตัด ถ้าเธอยื้ออยู่ในห้องควบคุมได้ เกมก็จบสวย แต่ถ้าประตูแตก ทุกอย่างก็จบเห่
คอลลินส์เลยงัดทุกกลยุทธ์มาใช้รับมือ ตั้งแต่การไลฟ์สดออกสื่อโดยต่อสายไปยังเพนตากอนเพื่อให้คนทั้งประเทศเห็นหน้าไอ้คนขายชาติและแผนการอันชั่วร้าย หรือการปิดช่องระบายอากาศแล้วปล่อยสารเคมีเบา ๆ ให้พวกคนร้ายที่พยายามจะมุดเข้ามาต้องไอจามวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น แถมยังมีช็อตที่เธอตัดสินใจทุบท่อประปาให้น้ำทะลักขึ้นมาหวังจะจมน้ำเครื่องคอนโซลเพื่อไม่ให้คนร้ายใช้งานได้ แม้ว่าในตอนนั้นเธอจะเกือบจมน้ำตายไปพร้อมกับอุปกรณ์ตัวเองด้วยก็ตาม เป็นความฉลาดแกมโกงที่ทำให้วายร้ายอย่างเคสเซลถึงกับไปไม่เป็น




พลิกเกมท้ายเรื่อง
เมื่อคนดูนึกว่าไม่มีทางรอดแน่ ๆ เพราะระบบต้านขีปนาวุธโหมดสุดท้ายกำลังจะถูกปิดลงในไม่กี่นาที แถมสถานการณ์ยังเลวร้ายสุด ๆ เมื่อคนร้ายยิงเจเจเข้าที่ไหล่จนเธอล้มฟุบ กระจกห้องควบคุมแตกกระจาย น้ำทะเลพุ่งทะลักเข้ามาจนห้องพังยับเยิน เธอจมอยู่ใต้น้ำในวินาทีที่นิวเคลียร์กำลังทะลุชั้นบรรยากาศเข้ามา
ทุกอย่างดูเหมือนจะจบสิ้นลงแล้ว แต่นางเอกของเรานึกขึ้นได้ว่ายังมีการควบคุมแบบ “Manual Override” อีกจุดหนึ่งที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้า เธอรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายปีนท่อขึ้นไปตามบันไดที่สูงถึง 3 ชั้น ทั้งที่เลือดไหลอาบตัว แขนชาจนแทบไร้ความรู้สึก และมือก็แทบจะหมดแรงเกาะเกี่ยว เธอใช้แรงใจทั้งหมดกระหน่ำกดปุ่มยิงตัดด้วยรหัสที่จำมาจากสมองล้วน ๆ เนื่องจากคีย์การ์ดหายไปกับกระแสน้ำแล้ว วินาทีสุดท้ายนั้นหัวรบทั้ง 16 ลูกถูกระบบสแกนพบและยิงเป่าตกกลางอากาศทีละลูกเหมือนดอกไม้ไฟ คนดูที่ลุ้นจนตัวเกร็งก็ได้เฮกันอีกรอบในจังหวะนี้เอง
บทสรุปและของแถมหลังเครดิต
หลังจากความพยายามทั้งหมด อเล็กซานเดอร์ เคสเซล ก็โดนทหารเสริมกำลังที่เดินทางมาถึงรวบตัวในสภาพที่เละเทะไม่เหลือมาดวายร้ายผู้คุมเกม แผนการทำลายโลกของเขาพังไม่เป็นท่าเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขาดูถูกมาตลอด ส่วนเจเจรอดมาได้แต่ก็อยู่ในสภาพสะบักสะบอมเจียนตาย
 เธอถูกประคองขึ้นเปลหามส่งเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปรับการรักษา ขณะที่ข่าวในโทรทัศน์ทั่วประเทศต่างพากันสดุดีถึง “กัปตันหญิงแขนบาดเจ็บผู้หยุดนิวเคลียร์” กลายเป็นวีรสตรีของชาติอย่างเต็มตัว และที่พลาดไม่ได้คือหลังเครดิตจะมีซีนเล็ก ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงแหวนเพชรวงหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นจุดเชื่อมไปสู่ภาคต่อในอนาคตหรือไม่? ใครจะรู้ แต่อย่างน้อยมันก็ทิ้งปริศนาให้เราได้คิดต่อหลังจากหนังจบ

ประเด็นน่าสนใจที่หนังพยายามเล่า
การล่วงละเมิดในที่ทำงาน: แม้จะเป็นหนังแอ็กชันจ๋า ๆ แต่หนังก็แฝงประเด็นสังคมไว้ได้อย่างน่าสนใจ หนังไม่ได้ลงรายละเอียดลึกมาก แต่ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าผู้หญิงที่เก่งระดับแนวหน้าในสายงานที่ผู้ชายเป็นใหญ่ มักจะถูกกด ถูกเหยียด และต้องพิสูจน์ตัวเองแบบดับเบิลกว่าคนอื่นหลายเท่าตัวเพื่อให้ได้รับการยอมรับ
Patriotism vs. เงิน: ตัวร้ายอย่างเคสเซลสะท้อนมุมมองตลกร้ายที่น่าเศร้า เขาสามารถขายขีปนาวุธได้เงินเป็นพัน ๆ ล้าน แต่เขาก็ยังบ่นพร่ำเพ้อว่า “ชีวิตในประเทศนี้ไม่เคยเห็นค่าคนแบบฉัน” มันเป็นการเปรียบเทียบระหว่างความรักชาติที่บริสุทธิ์ของเจเจ กับความเห็นแก่ตัวที่ฉาบไว้ด้วยคำพูดสวยหรูของตัวร้าย
โลกอนาคตขีปนาวุธเร็วเหนือเสียง: หนังพยายามปูพื้นฐานความรู้ให้คนดูว่าระบบสกัดนิวเคลียร์ในปัจจุบันอาจจะไม่ทันสมัยพอที่จะรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ถ้าหากมีใครสักคนสามารถเจาะระบบจุดยุทธศาสตร์สำคัญได้เพียง 2 จุด โลกก็อาจจะถึงกาลอวสานได้ง่าย ๆ ซึ่งในความเป็นจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเราค่อยว่ากันอีกที แต่ในหนังมันสร้างความระทึกได้ดีเยี่ยม


รีวิวความรู้สึกแบบเพื่อนคุย
บอกเลยว่าแอ็กชันมันสะใจใช้ได้เลยครับ แม้หนังจะใช้โลเกชันหลักเพียงที่เดียวเกือบทั้งเรื่อง แต่มันกลับไม่น่าเบื่อเลยสักนิด เพราะคนเขียนบทฉลาดมากในการวางอุปสรรคใหม่ ๆ เข้ามาทุก 10 นาที ทำให้คนดูต้องคอยลุ้นว่าเจเจจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อ ส่วนทางด้านนักแสดงอย่าง เอลซา พาทากี้ ผมต้องยอมรับว่าเธอแบกหนังทั้งเรื่องได้สบาย ๆ คาแรกเตอร์ “สายลุยแต่มีแผลใจ” ของเธอถูกถ่ายทอดออกมาได้ดูสมจริงกว่าแค่การปั้นตัวละครให้ดูเท่ไปวัน ๆ งานตัดต่อและซาวด์ประกอบทำออกมาได้ดีจนเรานั่งไม่ติดเก้าอี้
โดยเฉพาะตอนที่นิวเคลียร์กำลังพุ่งตรงมา ตัวหนังสั่นสะเทือนอารมณ์แรงมาก (ถ้าได้ดูในโรงใหญ่ ๆ หรือใช้เครื่องเสียงดี ๆ จะฟินมาก) ถึงแม้ CG ในบางช็อตอาจจะดูเหมือนงานเกรดซีรีส์ไปบ้าง แต่ด้วยพล็อตที่รวบจบภายใน 90 นาที ทำให้หนังมีความกระชับและไม่ยืดยาดเลยครับ
สุดท้ายนี้
ถ้าคุณยังลังเลอยู่ว่าจะยอมเสียเวลา 1 ชั่วโมง 39 นาทีเพื่อดูเรื่องนี้ไหม? ผมบอกเลยว่าคุณจะได้ฟีลลิ่งของหนังแอ็กชันบล็อกบัสเตอร์ย่อม ๆ ที่ผสมผสานกับแรงบันดาลใจประเภท “ฉันก็เก่งพอแม้จะมีแค่แขนเดียว” แบบเต็มสูบ แถมดูจบแล้วยังมีประเด็นชวนให้คุยต่อได้ยาว ๆ ทั้งเรื่องมหาอำนาจนิวเคลียร์ สิทธิสตรีในกองทัพ และความเหลื่อมล้ำในสังคม ใครที่เป็นสายหนังบู๊แนว Solo Hero ที่นางเอกโคตรสตรองและไม่ง้อใคร กดสตรีมด่วน ๆ เลยจ้า ไม่ผิดหวังแน่นอน

รายละเอียดของหนัง
ชื่อเรื่อง: Interceptor (2022) สงครามขีปนาวุธ
ความยาว: 1 ชั่วโมง 39 นาที
เรตติ้ง: TV-MA / R (มีความรุนแรงและภาษาที่รุนแรง)
ตัวละครหลักในเรื่อง
เจเจ คอลลินส์ (รับบทโดย เอลซา พาทากี้): กัปตันหญิงผู้มีความเก่งกาจในการต่อสู้ระดับสูง และต้องทำหน้าที่ปกป้องโลกด้วยแขนเพียงข้างเดียว
อเล็กซานเดอร์ เคสเซล (รับบทโดย ลุค บรซีย์): อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองผู้ชาญฉลาดและทะเยอทะยานที่วางแผนใช้ขีปนาวุธทำลายล้างอเมริกา
คุณพ่อของเจเจ: อดีตทหารและครูฝึกผู้เป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการต่อสู้เพื่อชาติของนางเอก
ชาห์ (รับบทโดย มายาเน่ ลูริก): เจ้าหน้าที่ร่วมฐานสกัดกั้นที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยนางเอกรับมือกับสถานการณ์คับขัน
ลองไปหาชมกันดูนะ แล้วจะรู้ว่าความแกร่งที่แท้จริงมันไม่ได้วัดกันที่จำนวนแขน แต่วัดกันที่หัวใจต่างหาก

ชื่อสินค้า:   Interceptor
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่