เกาหลีเหนือ เตรียมขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นล่าสุด"ฮวาซอง-20" (Hwasong-20) และ "ฮวาซอง-19" (Hwasong-19) พร้อมใช้งาน

เกาหลีเหนือ เตรียมขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) รุ่นล่าสุด"ฮวาซอง-20" (Hwasong-20) และ "ฮวาซอง-19" (Hwasong-19) พร้อมใช้งานแล้ว

ซึ่งทำงานด้วยระบบ เชื้อเพลิงแข็งทั้งสองรุ่น โดยเป็นอาวุธยุทธศาสตร์ระดับสูงสุดที่พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการโจมตีแผ่นดินใหญ่สหรัฐอเมริกาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และตรวจจับได้ยากกว่ารุ่นก่อน ๆ โดยถือเป็นอาวุธยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ระดับสูงสุดที่ทรงพลังที่สุดของประเทศในปัจจุบัน

ความพร้อมรบสูงมาก สามารถเติมเชื้อเพลิงและบรรจุใส่ท่อทนทานไว้ได้ล่วงหน้าเป็นเวลานาน โดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงเหลวก่อนยิง ทำให้ดาวเทียมจารกรรมของฝ่ายตรงข้ามมีเวลาตรวจพบน้อยลงมาก สามารถเคลื่อนที่ด้วยรถปล่อยไปยังจุดยิงและสั่งยิงได้ทันทีภายในไม่กี่นาที

อานุภาพทำลายล้างของขีปนาวุธ ICBM รุ่นล่าสุด อย่าง ฮวาซอง-20 และ ฮวาซอง-19 ของเกาหลีเหนือ ถูกจัดให้อยู่ในระดับ "วันสิ้นโลก" เนื่องจากมีความสามารถในการบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงกว่าระเบิดที่ฮิโรชิมาหลายร้อยเท่า และขับเคลื่อนด้วยระบบเชิงยุทธศาสตร์ที่ยากต่อการสกัดกั้น

ตัวจรวดขนาดใหญ่ของทั้งสองรุ่นถูกประเมินว่ามีขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่า 2 ตัน (2,000 กิโลกรัม) น้ำหนักบรรทุกขนาดนี้สามารถรองรับระเบิดไฮโดรเจนขนาดใหญ่ 1 ลูกที่มีกำลังระเบิดสูงถึง หลายร้อยกิโลตัน ไปจนถึงระดับเมกะตัน (1 เมกะตัน = ระเบิด TNT 1 ล้านตัน) ซึ่งสามารถลบเมืองหลวงขนาดใหญ่ให้หายไปได้ในการยิงเพียงครั้งเดียว

ความน่ากลัวที่สุดของอานุภาพในรุ่นใหม่นี้คือ หัวส่วนหน้าที่มีขนาดกว้างและทู่ขึ้น

สามารถบรรจุหัวรบนิวเคลียร์แยกอิสระได้ประมาณ 4 ถึง 8 ลูกภายในขีปนาวุธลูกเดียว เมื่อขีปนาวุธเดินทางเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเหนือทวีปอเมริกา หัวรบแต่ละลูกจะแยกตัวออกไปโจมตีเมืองต่าง ๆ (เช่น นิวยอร์ก วอชิงตัน ดี.ซี. และลอสแอนเจลิส) ได้พร้อมกันในการยิงเพียงครั้งเดียว

สามารถบรรทุกอุปกรณ์ล่อหลอก เพื่อสับขาหลอกเรดาร์และระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ทำให้การสกัดกั้นทำได้ยากอย่างยิ่ง

ระยะยิงเกิน 15,000 กิโลเมตร: ขีดความสามารถจากแรงขับเคลื่อนเครื่องยนต์คาร์บอนคอมโพสิตรุ่นใหม่ ทำให้ขีปนาวุธนี้สามารถเดินทางครอบคลุมแผ่นดินใหญ่ทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา รวมถึงทวีปยุโรป และแทบทุกจุดบนโลก

ด้วยความเร็วระดับ มัค 22 ประกอบกับการใช้เชื้อเพลิงแข็งที่ไม่ต้องใช้เวลาจอดเติมน้ำมันก่อนยิง ทำให้เกาหลีเหนือสามารถเคลื่อนที่รถยิง ออกจากอุโมงค์ บรรจุพิกัด และสั่งยิงได้ทันทีภายในไม่กี่นาที สหรัฐฯ และพันธมิตรจะเหลือเวลาในการเตรียมตัวหรือทำลายขีปนาวุธตั้งแต่บนแท่นยิงน้อยมาก

รัฐบาลเกาหลีเหนือเปิดเผยผลการทดสอบภาคพื้นดินของเครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็งที่ทำจากวัสดุคอมโพสิตคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งให้แรงขับดันสูงถึง 1,971 กิโลนิวตัน และล่าสุดในมีนาคม ค.ศ. 2026 สื่อเกาหลีเหนือได้รายงานว่า คิม จองอึน ได้เข้าควบคุมการทดสอบเครื่องยนต์เวอร์ชันอัปเกรดที่ให้แรงขับดันสูงขึ้นไปอีก

https://www.aljazeera.com/news/2025/10/11/north-korea-unveils-most-powerful-missile-at-80th-anniversary-parade

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่