
รวบวิวัฒนาการลุค “Jennie Kim” ที่โชว์ CHANEL ในปารีสแฟชั่นวีค!
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกแฟชั่นกับวัฒนธรรมป๊อปในทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนฟรอนต์โรว์ของรันเวย์ที่ปารีสแฟชั่นวีคคือการปรากฏตัวของ “Jennie Kim” ศิลปินจากวง BLACKPINK ที่ค่อยๆ เติบโตจากการเป็นแขกรับเชิญของแบรนด์ สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ CHANEL และตลอดหลายปีที่ผ่านมา Jennie ไม่ได้เพียงเข้าร่วมชมโชว์เท่านั้น แต่ลุคของเธอในแต่ละซีซั่นยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของทั้งตัวศิลปินและทิศทางแฟชั่นของ CHANEL เอง จากความคลาสสิกแบบทวีดสไตล์ปารีเซียง ไปสู่การตีความที่ร่วมสมัยและกล้าลองมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับ CHANEL
การปรากฏตัวของ Jennie ในฐานะแขกฟรอนต์โรว์ของ CHANEL ในปารีสแฟชั่นวีคเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2010 เมื่อเธอเริ่มเข้าร่วมชมโชว์ของแบรนด์ในฐานะแอมบาสเดอร์จากเกาหลีใต้ หนึ่งในลุคแรกๆ ที่ถูกพูดถึงคือช่วงคอลเลกชั่น Fall/Winter 2019–2020 ที่เธอสวมเดรสแขนยาวสีขาวพร้อมเข็มขัดโลโก้แบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ “Chanel Girl” แบบดั้งเดิม นั่นคือความเรียบหรู กระโปรงความสั้นพอดีตัว และมีโครงสร้างที่คมชัด ช่วงเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Jennie ถูกเรียกว่า “Human Chanel” โดยแฟนๆ และสื่อแฟชั่นต่างชาติหลายหัว เพราะสไตล์ของเธอดูเข้ากับดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ
ยุคของแคชชวลและพลังป๊อป
หนึ่งในลุคที่กลายเป็นภาพจำของ Jennie เกิดขึ้นในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring/Summer 2020 เมื่อเธอปรากฏตัวในท็อปสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนดีเทลโบว์ด้านหน้าพร้อมประดับดอกคามิลเลียตรงกลางอก แมตช์กับเสื้อแจ็กเก็ตสีม่วงและกระเป๋าสีเดียวกัน คอมพลีตลุคด้วยกางเกงเดนิมขายาวที่บ่งบอกถึงสไตล์แคชชวลและมินิมอล ทั้งยังบอกเล่าองค์ประกอบคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้ครบถ้วน
เมื่อสไตล์เริ่มเฉียบคมขึ้น
ย้อนกลับมายังคอลเลกชั่น Spring/Summer 2022 โดยเจนนี่ปรากฏตัวในชุดเซ็ตทวีดสีคอรัลแบบครอปท็อปและกระโปรงสั้นพร้อมกระเป๋าควิลต์สีเดียวกัน ลุคนี้เป็นตัวอย่างของการตีความวัสดุซิกเนเจอร์ของ CHANEL อย่างทวีดให้ดูสดใหม่และมีพลังแบบป๊อปสตาร์ที่แท้จริง การเลือกสัดส่วนที่สั้นและโทนสีสดทำให้ลุคนี้ดูมีความ Y2K และเข้ากับภาพลักษณ์ของ Jennie ในฐานะศิลปินยุคใหม่ที่ผสานความเป็น CHANEL ไว้อย่างลงตัว
ในช่วงคอลเลกชั่น Fall/Winter 2022 นั้น Jennie เริ่มเปลี่ยนโทนการแต่งตัวไปสู่ความดาร์กและเฉียบคมมากขึ้น เธอปรากฏตัวในลุคออลแบล็กที่ประกอบด้วยครอปท็อปสีดำ ไมโครสเกิร์ต และเครื่องประดับเลเยอร์หลายชิ้น พร้อมทรงผมถักแบบ braided crown ซึ่งลุคนี้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบปารีเซียงกับความ edgy ที่เข้ากับบุคลิกของ Jennie มากขึ้น และเป็นช่วงที่เธอเริ่มหลุดออกจากภาพสาวหวานของ CHANEL ไปสู่ลุคที่มีความแฟชั่นและคาแรกเตอร์ชัดขึ้น
Minimal CHANEL และความเป็นผู้ใหญ่
ในโชว์คอลเลกชั่น Fall/Winter 2023 Jennie เลือกจัมป์สูททวีดสีขาวที่มีเส้นสายเรียบง่าย คอเว้ากว้าง และเข็มขัดคาดเอวที่ตกแต่งด้วยดอกคามิลเลียซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์ ลุคนี้มีความมินิมอลและสงบนิ่งกว่าซีซั่นก่อนๆ อย่างชัดเจน และสะท้อนการเติบโตของ Jennie ในฐานะแฟชั่นไอคอนที่ไม่จำเป็นต้องใช้สีสันจัดจ้านหรือดีเทลมากมายเพื่อสร้างความโดดเด่น
การเล่นกับเทรนด์ร่วมสมัย
ในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring/Summer 2024 Jennie ยังนำเทรนด์ “pantless look” มาตีความผ่านชุดโทนสีครีมที่ประกอบด้วยเสื้อกั๊กและชิ้นล่างสั้น ใส่คู่กับถุงน่องและรองเท้าส้นสูง โดยลุคนี้มีความสนุกสนานและทันสมัยมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถนำเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัยมาผสมกับสไตล์ของ CHANEL ได้อย่างกลมกลืน
โมเมนต์ผมบลอนด์ที่ปารีสแฟชั่นวีค
หนึ่งในลุคที่สร้างกระแสอย่างมากเกิดขึ้นในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring 2025 เมื่อ Jennie ปรากฏตัวด้วยลุคผมบลอนด์แพลทินัม พร้อมชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่นยุค 1960 ซึ่งประกอบด้วยท็อปแขนยาวสีเทอร์ควอยซ์ ฮอตแพนต์สีมิ้นต์ สร้อยมุก และกระเป๋าควิลต์ทรง top-handle การเปลี่ยนสีผมครั้งนี้ทำให้ลุคของเธอดูมีความแฟชั่นเอดิทอเรียลมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฟรอนต์โรว์ในซีซั่นนั้น
แฟนตาซีของโอตกูตูร์
ในช่วงคอลเลกชั่นโอตกูตูร์ Spring/Summer 2025 Jennie ปรากฏตัวในลุคที่มีความแฟนตาซีมากขึ้น ด้วยบราเชียร์สีฟ้าอ่อนที่จับคู่กับเคปขนนก พร้อมเครื่องประดับเลเยอร์และรังสรรค์สีเล็บสีเดียวกัน ลุคนี้สะท้อนการขยับของเธอเข้าสู่พื้นที่ของโอตกูตูร์แฟนตาซีที่กล้าลองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็น CHANEL ผ่านรายละเอียดอย่างมุกและโครงสร้างของเสื้อผ้า
ความเซ็กซี่ที่ Classy สมศักดิ์ศรี
โชว์คอลเลกชั่นของ Spring/Summer 2026 Jennie สร้างไวรัลอีกครั้งด้วยลุคมินิมอลที่ผสานความเซ็กซี่และความคลาสสิกไว้ด้วยกันในชุดเซ็ตสีฟ้าอ่อนเผยกลิ่นอายซัมเมอร์ แมตช์กับกระเป๋าสีเหลืองที่คอนทราสต์กันที่นำเสนอความสมัยใหม่ของสไตล์สาวปารีเซียงไว้อีกเช่นเคย
ลุคล่าสุดกับความจัดจ้านที่ผสานความวินเทจและสมัยใหม่
ลุคล่าสุดของ Jennie ในคอลเลกชั่น Fall/Winter 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ปารีสเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026 (หรือ 10 มีนาคมตามเวลาประเทศไทย) เป็นอีกหนึ่งก้าวของวิวัฒนาการสไตล์ของเธอ ซึ่งในโชว์นี้ Jennie สวมเซ็ตสองชิ้นที่ตกแต่งด้วยลูกปัดและผ้าตาข่ายแบบโปร่งอันประกอบด้วยกระโปรงสูททรงคลาสสิกของ CHANEL แต่ตีความใหม่ด้วยความโปร่งใสและรายละเอียดลูกปัดสีเขียวทะเล ลุคนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่าง “Old CHANEL” ที่มีโครงสร้างแบบสูทกับ “New CHANEL” ที่มีความร่วมสมัยและกล้าเล่นกับวัสดุและความโปร่งใสมากขึ้น
หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงแรกที่ Jennie ปรากฏตัวเป็นแขกฟรอนต์โรว์ เติบโตมาถึงการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วยลุคอันโดดเด่นต่างๆ เรื่อยมาจนถึงลุคล่าสุดในปี 2026 จะเห็นได้ชัดว่าการเดินทางของเธอกับ CHANEL ไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงแบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้น และในวันที่โลกแฟชั่นกำลังมองหามิวส์รุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมระหว่างรันเวย์กับวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างเป็นธรรมชาติ Jennie ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงแขกฟรอนต์โรว์ แต่เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ช่วยกำหนดภาพจำของ CHANEL ในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
ที่มา :
Lifestyle Asia Thailand
‘เจนนี่’ ไม่ใช่เพียงแขกฟรอนต์โรว์ แต่เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ช่วยกำหนดภาพจำของ CHANEL ในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
รวบวิวัฒนาการลุค “Jennie Kim” ที่โชว์ CHANEL ในปารีสแฟชั่นวีค!
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างโลกแฟชั่นกับวัฒนธรรมป๊อปในทศวรรษที่ผ่านมา หนึ่งในภาพที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าบนฟรอนต์โรว์ของรันเวย์ที่ปารีสแฟชั่นวีคคือการปรากฏตัวของ “Jennie Kim” ศิลปินจากวง BLACKPINK ที่ค่อยๆ เติบโตจากการเป็นแขกรับเชิญของแบรนด์ สู่การเป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของ CHANEL และตลอดหลายปีที่ผ่านมา Jennie ไม่ได้เพียงเข้าร่วมชมโชว์เท่านั้น แต่ลุคของเธอในแต่ละซีซั่นยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของทั้งตัวศิลปินและทิศทางแฟชั่นของ CHANEL เอง จากความคลาสสิกแบบทวีดสไตล์ปารีเซียง ไปสู่การตีความที่ร่วมสมัยและกล้าลองมากขึ้นเรื่อยๆ
จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับ CHANEL
การปรากฏตัวของ Jennie ในฐานะแขกฟรอนต์โรว์ของ CHANEL ในปารีสแฟชั่นวีคเริ่มได้รับความสนใจตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2010 เมื่อเธอเริ่มเข้าร่วมชมโชว์ของแบรนด์ในฐานะแอมบาสเดอร์จากเกาหลีใต้ หนึ่งในลุคแรกๆ ที่ถูกพูดถึงคือช่วงคอลเลกชั่น Fall/Winter 2019–2020 ที่เธอสวมเดรสแขนยาวสีขาวพร้อมเข็มขัดโลโก้แบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนภาพลักษณ์ “Chanel Girl” แบบดั้งเดิม นั่นคือความเรียบหรู กระโปรงความสั้นพอดีตัว และมีโครงสร้างที่คมชัด ช่วงเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Jennie ถูกเรียกว่า “Human Chanel” โดยแฟนๆ และสื่อแฟชั่นต่างชาติหลายหัว เพราะสไตล์ของเธอดูเข้ากับดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างเป็นธรรมชาติ
ยุคของแคชชวลและพลังป๊อป
หนึ่งในลุคที่กลายเป็นภาพจำของ Jennie เกิดขึ้นในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring/Summer 2020 เมื่อเธอปรากฏตัวในท็อปสายเดี่ยวสีฟ้าอ่อนดีเทลโบว์ด้านหน้าพร้อมประดับดอกคามิลเลียตรงกลางอก แมตช์กับเสื้อแจ็กเก็ตสีม่วงและกระเป๋าสีเดียวกัน คอมพลีตลุคด้วยกางเกงเดนิมขายาวที่บ่งบอกถึงสไตล์แคชชวลและมินิมอล ทั้งยังบอกเล่าองค์ประกอบคลาสสิกของแบรนด์เอาไว้ครบถ้วน
เมื่อสไตล์เริ่มเฉียบคมขึ้น
ย้อนกลับมายังคอลเลกชั่น Spring/Summer 2022 โดยเจนนี่ปรากฏตัวในชุดเซ็ตทวีดสีคอรัลแบบครอปท็อปและกระโปรงสั้นพร้อมกระเป๋าควิลต์สีเดียวกัน ลุคนี้เป็นตัวอย่างของการตีความวัสดุซิกเนเจอร์ของ CHANEL อย่างทวีดให้ดูสดใหม่และมีพลังแบบป๊อปสตาร์ที่แท้จริง การเลือกสัดส่วนที่สั้นและโทนสีสดทำให้ลุคนี้ดูมีความ Y2K และเข้ากับภาพลักษณ์ของ Jennie ในฐานะศิลปินยุคใหม่ที่ผสานความเป็น CHANEL ไว้อย่างลงตัว
ในช่วงคอลเลกชั่น Fall/Winter 2022 นั้น Jennie เริ่มเปลี่ยนโทนการแต่งตัวไปสู่ความดาร์กและเฉียบคมมากขึ้น เธอปรากฏตัวในลุคออลแบล็กที่ประกอบด้วยครอปท็อปสีดำ ไมโครสเกิร์ต และเครื่องประดับเลเยอร์หลายชิ้น พร้อมทรงผมถักแบบ braided crown ซึ่งลุคนี้แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างความหรูหราแบบปารีเซียงกับความ edgy ที่เข้ากับบุคลิกของ Jennie มากขึ้น และเป็นช่วงที่เธอเริ่มหลุดออกจากภาพสาวหวานของ CHANEL ไปสู่ลุคที่มีความแฟชั่นและคาแรกเตอร์ชัดขึ้น
Minimal CHANEL และความเป็นผู้ใหญ่
ในโชว์คอลเลกชั่น Fall/Winter 2023 Jennie เลือกจัมป์สูททวีดสีขาวที่มีเส้นสายเรียบง่าย คอเว้ากว้าง และเข็มขัดคาดเอวที่ตกแต่งด้วยดอกคามิลเลียซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์ ลุคนี้มีความมินิมอลและสงบนิ่งกว่าซีซั่นก่อนๆ อย่างชัดเจน และสะท้อนการเติบโตของ Jennie ในฐานะแฟชั่นไอคอนที่ไม่จำเป็นต้องใช้สีสันจัดจ้านหรือดีเทลมากมายเพื่อสร้างความโดดเด่น
การเล่นกับเทรนด์ร่วมสมัย
ในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring/Summer 2024 Jennie ยังนำเทรนด์ “pantless look” มาตีความผ่านชุดโทนสีครีมที่ประกอบด้วยเสื้อกั๊กและชิ้นล่างสั้น ใส่คู่กับถุงน่องและรองเท้าส้นสูง โดยลุคนี้มีความสนุกสนานและทันสมัยมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าเธอสามารถนำเทรนด์แฟชั่นร่วมสมัยมาผสมกับสไตล์ของ CHANEL ได้อย่างกลมกลืน
โมเมนต์ผมบลอนด์ที่ปารีสแฟชั่นวีค
หนึ่งในลุคที่สร้างกระแสอย่างมากเกิดขึ้นในโชว์ CHANEL คอลเลกชั่น Spring 2025 เมื่อ Jennie ปรากฏตัวด้วยลุคผมบลอนด์แพลทินัม พร้อมชุดที่ได้แรงบันดาลใจจากแฟชั่นยุค 1960 ซึ่งประกอบด้วยท็อปแขนยาวสีเทอร์ควอยซ์ ฮอตแพนต์สีมิ้นต์ สร้อยมุก และกระเป๋าควิลต์ทรง top-handle การเปลี่ยนสีผมครั้งนี้ทำให้ลุคของเธอดูมีความแฟชั่นเอดิทอเรียลมากขึ้น และกลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฟรอนต์โรว์ในซีซั่นนั้น
แฟนตาซีของโอตกูตูร์
ในช่วงคอลเลกชั่นโอตกูตูร์ Spring/Summer 2025 Jennie ปรากฏตัวในลุคที่มีความแฟนตาซีมากขึ้น ด้วยบราเชียร์สีฟ้าอ่อนที่จับคู่กับเคปขนนก พร้อมเครื่องประดับเลเยอร์และรังสรรค์สีเล็บสีเดียวกัน ลุคนี้สะท้อนการขยับของเธอเข้าสู่พื้นที่ของโอตกูตูร์แฟนตาซีที่กล้าลองมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังคงความเป็น CHANEL ผ่านรายละเอียดอย่างมุกและโครงสร้างของเสื้อผ้า
ความเซ็กซี่ที่ Classy สมศักดิ์ศรี
โชว์คอลเลกชั่นของ Spring/Summer 2026 Jennie สร้างไวรัลอีกครั้งด้วยลุคมินิมอลที่ผสานความเซ็กซี่และความคลาสสิกไว้ด้วยกันในชุดเซ็ตสีฟ้าอ่อนเผยกลิ่นอายซัมเมอร์ แมตช์กับกระเป๋าสีเหลืองที่คอนทราสต์กันที่นำเสนอความสมัยใหม่ของสไตล์สาวปารีเซียงไว้อีกเช่นเคย
ลุคล่าสุดกับความจัดจ้านที่ผสานความวินเทจและสมัยใหม่
ลุคล่าสุดของ Jennie ในคอลเลกชั่น Fall/Winter 2026 ซึ่งจัดขึ้นที่ปารีสเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2026 (หรือ 10 มีนาคมตามเวลาประเทศไทย) เป็นอีกหนึ่งก้าวของวิวัฒนาการสไตล์ของเธอ ซึ่งในโชว์นี้ Jennie สวมเซ็ตสองชิ้นที่ตกแต่งด้วยลูกปัดและผ้าตาข่ายแบบโปร่งอันประกอบด้วยกระโปรงสูททรงคลาสสิกของ CHANEL แต่ตีความใหม่ด้วยความโปร่งใสและรายละเอียดลูกปัดสีเขียวทะเล ลุคนี้ถือเป็นการผสมผสานระหว่าง “Old CHANEL” ที่มีโครงสร้างแบบสูทกับ “New CHANEL” ที่มีความร่วมสมัยและกล้าเล่นกับวัสดุและความโปร่งใสมากขึ้น
หากมองย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงแรกที่ Jennie ปรากฏตัวเป็นแขกฟรอนต์โรว์ เติบโตมาถึงการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ด้วยลุคอันโดดเด่นต่างๆ เรื่อยมาจนถึงลุคล่าสุดในปี 2026 จะเห็นได้ชัดว่าการเดินทางของเธอกับ CHANEL ไม่ได้เป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงแบรนด์แอมบาสเดอร์เท่านั้น และในวันที่โลกแฟชั่นกำลังมองหามิวส์รุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมระหว่างรันเวย์กับวัฒนธรรมป๊อปได้อย่างเป็นธรรมชาติ Jennie ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงแขกฟรอนต์โรว์ แต่เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์ที่ช่วยกำหนดภาพจำของ CHANEL ในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง
ที่มา : Lifestyle Asia Thailand