JJNY : 5in1 ผลจำลองเลือกตั้งชี้ชัด│พอใจ ตัดสิทธิหมอเกศ│ไทยโตช้าสุดในอาเซียน│เสียชีวิตในอิหร่านทะลุ1,000│โจมตีเรืออิหร่าน

ผลจำลองเลือกตั้งชี้ชัด บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดบนบัตร เช็กย้อนหลังได้หมด นักสืบเปิดวิธีคำนวณ ส.ว.ย้ำแค่ศึกษา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5620200
.

.
ถอดรหัสบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด พบทีมตัวแทนนักสืบเช็กย้อนหลังได้ ใครกาเบอร์อะไร ครบทั้ง 10 คน ด้าน ‘นรเศรษฐ์’ ย้ำเจตนารมณ์แค่ศึกษา ไม่เกี่ยวตีความข้อกฎหมาย
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา นำโดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการ พร้อมด้วยภาคประชาชน อาทิ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง, นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ หรือ ดร.เรือบิน ผอ.ดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม, นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้อำนวยการมูลนิธิกระจกเงา และนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud พร้อมทีมนักสืบที่จะมาร่วมถอดรหัสบัตรเลือกตั้งจำลอง, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว., น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว., นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว., นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ, นายธนพร ศรียากูล นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง, นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ น.ส.นารากร ติยายน อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จัดจำลองการเลือกตั้งเพื่อศึกษาว่าการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งจะสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ลงคะแนนได้หรือไม่
.
นายเจษฎ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า ใครบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้โมฆะหรือไม่โมฆะแสดงว่ามีธง ซึ่งตนไม่เคยพูดว่าโมฆะหรือไม่โมฆะ แต่พูดอยู่เสมอว่าระดับความลับของการเลือกตั้งมีอยู่ 3 ระดับ 1. เดินผ่านด้านหลังคูหาแล้วมีโอกาสเห็น 2. ระดับเจ้าหน้าที่ ที่ถูกตั้งคำถามว่าหัวกับหางมาเจอกันหรือไม่ และ 3. ความลับในระบบที่มีถึง 3 ชั้น ที่เป็นข้อถกเถียงกันว่าสแกนบาร์โค้ดแล้วไปเจอหัวในระบบไปตามเจอได้หรือไม่ แล้วจะไปตามเจอได้อย่างไร
.
ขณะที่นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า ได้ประสานนายสมชัยในแง่ข้อมูลความเสี่ยงในการมีบาร์โค้ดบำบัดเลือกตั้ง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นข้อกังวลของหลายคนในตอนนี้ และคิดว่าเป็นการดี หากจะทำให้ข้อมูลนี้ความชัดเจน น่าจะมีพื้นที่ทำการศึกษาในเชิงวิชาการ โดย กมธ.สามารถเปิดพื้นที่ตรงนี้ได้ และให้เวทีในวันนี้เป็นการพิสูจน์ความเสี่ยงว่าการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบกลับไปจนรู้ว่าผู้มาออกเสียงเลือกใครได้หรือไม่
.
นายนรเศรษฐ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เจตนารมณ์ในครั้งนี้ของ กมธ.เพื่อเป็นการศึกษาในเชิงวิชาการ เพราะขณะนี้ กมธ.ทำรายงานการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม คือการศึกษาการเลือกตั้ง ทั้งก่อนเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง การพิสูจน์ในวันนี้ก็จะนำไปศึกษาและเป็นข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต
.
นายนรเศรษฐ์กล่าวด้วยว่า ย้ำว่าข้อสรุปในวันนี้จะไม่ใช่ประเด็น หรือการตีความในเรื่องข้อกฎหมายว่าลับหรือไม่ลับ หรือผิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ กมธ.ได้ศึกษาในวันนี้ แต่เราต้องพิสูจน์ความเสี่ยงของการมีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเท่านั้น
.
ด้านนายสมชัยกล่าวชี้แจงกติกาว่า ขอตัวแทนประชาชน 10 คนที่จะแสดงตนเพื่อรับบัตรเข้าไปกาในคูหา และหย่อนบัตร คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
.
ทั้งนี้ ระหว่างที่อาสาสมัครรับบัตรนั้นเกิดไฟดับภายในห้องที่ใช้จำลองสถานการณ์ ทำให้นายสมชัยถึงกับเอ่ยปากแซวว่า “เป็นการจำลองที่เสมือนจริง
.
นายสมชัยกล่าวชี้แจงขั้นตอนต่อไปว่า การเลือกในวันนี้จะเป็นการลงคะแนนก๋วยเตี๋ยวที่ชอบแบบบัญชีรายชื่อซึ่งประกอบไปด้วย ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น, ก๋วยเตี๋ยวไก่มะระ และก๋วยเตี๋ยวเป็ด หลังจากลงคะแนนแล้ว ขอให้อาสาสมัครถ่ายบัตรที่ลงคะแนนไว้และเก็บไว้กับตัวเองเป็นความลับ พร้อมย้ำว่า ตามขั้นตอนของ กกต.แล้ว ไม่มีขั้นตอนนี้ เพราะหากใครละเมิดจะถือว่าผิดกฎหมาย โดยหลังจากอาสาสมัครลงคะแนนแล้ว จะมีทีมนักสืบที่จะถอดรหัสว่าใครเลือกเมนูก๋วยเตี๋ยวแบบไหน
.
ทั้งนี้ อาสาสมัครทั้ง 10 คน มีตัวแทนจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นมี นพ.ทศพร เสรีรักษ์ และ รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล และยังมีตัวแทนจากสื่อมวลชนด้วย ขณะที่นักสืบ มีตัวแทนจากหลากหลายช่วงวัย และหลากหลายอาชีพ จำนวน 5 ทีม
.
จากนั้นได้เริ่มนับคะแนน โดยสรุปผลการลงคะแนน พบว่า บัตรดี 7 ใบ บัตรเสีย 2 ใบ และไม่ประสงค์ลงคะแนน 1 ใบ นายสมชายให้ทีมนักสืบถอดรหัสว่าใครเลือกอะไรภายในเวลา 20 นาที
.
สำหรับผลการทดลองถอดรหัสกับทีมนักสืบปรากฏว่า
.
• คนแรก ทีมนักสืบจาก 5 ทีมตอบถูก 4 ทีม
• คนที่สอง ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
• คนที่สาม ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
• คนที่สี่ ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
• คนที่ห้า ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
• คนที่หก ทีมนักสืบตอบถูก 3 ทีม
• คนที่เจ็ด ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
• คนที่แปด ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
• คนที่เก้า ทีมนักสืบตอบถูก 4 ทีม
• คนที่สิบ ทีมนักสืบตอบถูกทั้ง 5 ทีม
.
ทีมที่ตอบถูก 10 ข้อ ทั้ง 3 ทีมได้เปิดเผยวิธีการคำนวณ โดยทีมแรกระบุว่า ใช้วิธีถ่ายภาพและใช้แอพพลิเคชั่นยิงคิวอาร์โค้ดทั่วไป แต่เจอว่าใช้แอปพลิเคชั่นไลน์สแกนง่ายกว่า จึงลองใช้สแกนตัวบัตรเต็มๆ ซึ่งไวกว่าถ่ายภาพ และตรวจจับได้ไวมาก ขอแค่ตรวจเก็บคิวอาร์โค้ดให้ครบก็รู้เลยว่า บัตรเสีย และเสียเพราะอะไร และรู้ได้ว่าเป็นของผู้ที่ลงคะแนนลำดับที่เท่าไหร่ และเหตุผลที่ไม่ประสงค์ลงคะแนนเพราะอะไร
.
ส่วนอีกทีมหนึ่ง ใช้วิธีถ่ายภาพนิ่งให้ชัดเจนและนำมาสแกนเอารหัสและนำรหัสนั้นไปเทียบกับรายชื่อคนลงคะแนน แต่จะมีปัญหาในบางคนที่สแกนไม่ติด
.
ขณะที่อีกทีมหนึ่ง ใช้วิธีการตีตารางและไล่ว่าใบที่ 1 ขานอะไร และเมื่อสแกนแล้วแต่ละใบรหัสอะไร ทำให้รู้ได้ว่าแต่ละลำดับเลือกอะไร ซึ่งเป็นวิธีการเดียวกันกับตอนที่ทีมนี้ใช้ติดตามการลงคะแนนเลือก ส.ว. และใช้เวลาเพียงแค่ 5 นาที ถูกทั้งหมด หากมีการเตรียมการล่วงหน้าก็จะสามารถถอดออกมาได้
.
นายปริญญากล่าวว่า เป็นเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่าไม่ต้องรอต้นขั้ว ไม่ต้องมีรายชื่อของผู้ใช้สิทธิก็สามารถรู้ได้ และถามว่า กกต.จะมั่นใจได้อย่างไรว่าไม่มีเจ้าหน้าที่หน่วยใด หรือเขตใด ที่อาจเป็นหัวคะแนน หรือไม่มีทางรู้ได้ว่าใครเลือกใคร หากประชาชนเลือกมาก็ต้องมีสิทธิที่จะกากบาทในแบบที่กา หรือแม้แต่อยู่ในเขตอิทธิพล หากจะไม่เลือกตั้งใหญ่ ก็ต้องกล้าไม่เลือก ต้องไม่กลัวว่าพรรคที่เลือกไปจะทำให้เดือดร้อนหรือไม่ เป็นหน้าที่ที่ กกต.ต้องคุ้มครองประชาชนที่มาใช้สิทธิ ขอเพียงรู้ลำดับก็รู้แล้วว่าใครเลือกใคร
.
ด้านนายสมบัติกล่าวว่า หากสิ่งนี้มีเจตนาซ่อนอยู่เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ถ้ายืนยันว่าจะใช้วิธีการนี้ต่อไปโดยบอกว่าเป็นการลับ ต่อให้ไม่มีการถ่ายรูปก็คงจะมีวิธีการอื่น พร้อมยกตัวอย่างวิธีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่ ที่ จ.สุพรรณบุรี ที่พบว่าจำนวนบัตรไม่ตรงกันกับการนับครั้งแรก จึงขอเสนอให้ กกต.เปิดหีบจำนวนหนึ่ง อาจจะ 100-500 หน่วย ทำแบบเป็นทางลับ ไม่สามารถนำกล้องไปถ่ายขณะที่นับได้ แต่เพื่อดูว่าคะแนนที่ต้องการนั้น ตรงกับคะแนนที่รวบรวมไว้ได้หรือไม่ จะเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ามีความพยายามที่จะยืนยันว่าสิ่งที่ทำงานอยู่นั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใสและอาจเกิดความผิดพลาดมาจากคณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.)
.

.
ทนายอั๋น พอใจแล้ว ศาลตัดสิทธิ หมอเกศ 10 ปี ยันไม่ร้องเอาโทษอาญา ชวนปชช.จับตาคดีฮั้วส.ว.ต่อ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5620342
.
ทนายอั๋น เผยภายหลัง ศาลฎีกาพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหมอเกศ 10 ปี ยอมรับเห็นใจ ไม่ร้องเอาโทษคดีอาญาต่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ กกต.
.
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ภายหลังศาลนัดอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ ลต สว11/2568 ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นโจทก์ฟ้อง น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรณีน.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย ใช้คำว่า ‘ศาสตราจารย์’ ทั้งที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นศาสตราจารย์ตามกฎหมายของประเทศไทยลงสมัคร ส.ว. และชักจูงให้เข้าใจผิดในการคัดเลือก ส.ว.ปี 2567
.
โดยศาลพิพากษาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง น.ส.เกศกมลเป็นระยะเวลา 10 ปี ปมใช้วุฒิการศึกษาชักจูงให้เข้าใจผิดการเลือกตั้ง ส.ว.ในปี 2567
.
ต่อมา
.
นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ ซึ่งได้ร่วมฟังคำพิพากษาคดีดังกล่าว ก็เลยออกมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ตนในฐานะที่เป็นผู้ร้องเรียนคดีดังกล่าว รู้สึกพึงพอใจกับผลคำพิพากษา โดยตนเองต้องการให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเรื่องของตำแหน่งทางวิชาการที่อาจขัดต่อกฎหมายและทำให้เข้าใจผิดในคุณสมบัติการเลือกเป็น ส.ว. ซึ่งก่อนหน้านี้ กกต.จะวินิจฉัยเพียงแค่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่ตนได้คัดค้านไปว่า มันมีประเด็นเรื่องตำแหน่งทางวิชาการศาสตราจารย์ที่มีปัญหาเรื่องของการรับรองในประเทศไทย จึงนำมาสู่คำวินิจฉัยของ กกต. ที่มายื่นสู่ศาลในวันนี้
.
อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวคงไม่ติดใจที่จะดำเนินการใดๆ กับทาง น.ส.เกศกมลอีก เพราะมองว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวก็คงเหนื่อยมามากพอแล้ว ส่วนตัวไม่มีอะไรติดใจหรือมีปัญหากับเจ้าตัว ตนรู้สึกเห็นใจด้วยซ้ำตั้งแต่วันที่เป็นสมาชิกวุฒิสภาและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องของการศึกษา
.
ส่วนการตัดสินในวันนี้เป็นเพียงแค่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง แต่ในส่วนของคดีอาญา เข้าใจว่า กกต.จะต้องเป็นผู้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับหมอเกศในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 77 (4) ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี โดยยืนยันว่า ตนเองจะไม่ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษในเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวรู้สึกเห็นใจและอยากให้เรื่องระหว่างตนกับ น.ส.เกศกมลจบลงแต่เพียงเท่านี้ แต่ทาง กกต.จะดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีทางอาญาเมื่อไหร่นั้น ก็คงต้องจับตากันต่อไป ได้แต่คาดหวังว่า กกต.อาจเตรียมทำคำร้องเอาไว้แล้ว แต่ขอให้ทาง กกต.ดำเนินการให้เป็นบรรทัดฐานในคดีสภาระดับประเทศ เหมือนกับที่เคยดำเนินการฟ้องดำเนินคดีทางอาญากับผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นในกรณีแบบเดียวกัน เนื่องจากก่อนหน้านี้ กกต.ยังไม่ดำเนินการฟ้องดำเนินคดีอาญากับ นายสมชาย เล่งหลัก อดีตสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีตั้งแต่ปี 2567
.
นายภัทรพงศ์กล่าวอีกว่า ขอให้จับตาในเรื่องของคดีการฮั้วเลือก ส.ว.ให้ดี เพราะนี่ถือเป็นประเด็นใหญ่ที่ตนยังคงเดินหน้าเรื่องนี้อยู่ เรื่องการเข้าใจผิดในคุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือก ส.ว. ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง แต่เรื่องของการฮั้วก็สำคัญ ยิ่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ปรากฏว่ามีคนที่ทำคดีฮั้ว ส.ว. ไปถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งบุคคลดังกล่าวคาดว่าจะได้รับการแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในอนาคต นั่นจึงทำให้ตนยิ่งเกรงว่าคดีฮั้วเลือก ส.ว. อาจจะเดินหน้าไปไม่ถึงไหนและไม่สามารถลากผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ขอให้จับตาเรื่องนี้ให้ดี.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่